โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ในพระราชสำนัก

กฎมณเฑียรบาล สืบราชสันตติวงศ์: กฎหมายกำหนดชะตาราชบัลลังก์ไทย

Thaiger

อัพเดต 12 มิถุนายน 2569 เวลา 16.53 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

ใครจะขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ต่อไปของไทยถูกกำหนดไว้ในกฎหมายฉบับหนึ่งที่ตราขึ้นเมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่จนถึงวันนี้ เรียกว่า “กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกฎหมายสำคัญที่สุดของราชวงศ์ไทย

ก่อนที่กฎมณเฑียรบาลฉบับนี้จะมีขึ้น การสืบราชสันตติวงศ์ของสยามไม่มีแบบแผนที่แน่ชัด เรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ก่อนการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 เป็นที่ถกเถียงกันโดยเฉพาะในสมัยอาณาจักรอยุธยา ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 ถึงพุทธศตวรรษที่ 24

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2467 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงตรากฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ เพื่อวางลำดับให้ชัดเจน เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามขจัดความคลุมเครือเกี่ยวกับการสืบราชบัลลังก์ กฎมณเฑียรบาลนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน พระพุทธศักราช 2467 เป็นต้นไป

กฎมณเฑียรบาลฯ 8 หมวด 21 มาตรา

กฎมณเฑียรบาลแบ่งออกเป็น 8 หมวด ได้แก่ หมวดที่ 1 ว่าด้วยนามและกำหนดใช้กฎมณเฑียรบาล (มาตรา 1-3) หมวดที่ 2 บรรยายศัพท์ (มาตรา 4) หมวดที่ 3 ว่าด้วยการทรงสมมุติและทรงถอนรัชทายาท (มาตรา 5-7) หมวดที่ 4 ว่าด้วยลำดับชั้นผู้ควรสืบราชสันตติวงศ์ (มาตรา 8-9) หมวดที่ 5 ว่าด้วยผู้ที่ต้องยกเว้นจากการสืบราชสันตติวงศ์ (มาตรา 10-13) หมวดที่ 6 ว่าด้วยเวลาที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเยาว์ (มาตรา 14-18) หมวดที่ 7 ว่าด้วยการแก้กฎมณเฑียรบาลนี้ (มาตรา 19-20) หมวดที่ 8 ว่าด้วยผู้เป็นหน้าที่รักษากฎมณเฑียรบาลนี้ (มาตรา 21)

หลักสำคัญที่ 1: พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและถอนรัชทายาทได้

กฎมณเฑียรบาลกำหนดให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีอำนาจและสิทธิที่จะแต่งตั้งเจ้านายเชื้อพระบรมราชวงศ์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งให้เป็นรัชทายาท สุดแท้แต่จะทรงพระราชดำริเห็นสมควรและเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยได้ และเมื่อใดถึงเวลาจำเป็น ก็ให้พระรัชทายาทพระองค์นั้นเสด็จขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์สนองพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทันที อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีอำนาจและสิทธิที่จะทรงถอนพระรัชทายาทออกจากตำแหน่งได้

หลักสำคัญที่ 2: เมื่อไม่มีรัชทายาท ให้ใช้ลำดับสายตรงก่อน

มาตรา 9 กำหนดว่า ลำดับชั้นเชื้อพระบรมราชวงศ์ซึ่งจะควรสืบราชสันตติวงศ์ได้นั้น ให้เลือกตามสายตรงก่อนเสมอ ต่อไม่สามารถจะเลือกทางสายตรงได้แล้ว จึงให้เลือกตามเกณฑ์ที่สนิทมากและน้อย ลำดับตามมาตรา 9 มีถึง 8 อนุข้อ เรียงจากพระราชโอรสโดยตรงไปจนถึงพระอนุชาต่างพระราชชนนี โดยถ้าแม้ว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไร้พระราชโอรสและพระราชนัดดา ท่านว่าให้อัญเชิญสมเด็จพระอนุชาที่ร่วมพระราชชนนีพระองค์ที่มีพระชนมายุถัดลงมาขึ้นทรงราชย์

หลักสำคัญที่ 3: เงื่อนไขคุณสมบัติและข้อห้าม

มาตรา 10 กำหนดว่า ท่านพระองค์ใดที่จะได้เสด็จขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ ควรที่จะเป็นผู้ที่มหาชนนับถือได้โดยเต็มที่ และเอาเป็นที่พึ่งได้โดยความสุขใจ ฉะนั้นท่านพระองค์ใดมีข้อที่ชนหมู่มากเห็นว่าเป็นที่น่ารังเกียจ ก็ควรที่จะให้พ้นเสียจากหนทางที่จะได้สืบราชสันตติวงศ์

มาตรา 11 กำหนดว่า เจ้านายผู้เป็นเชื้อพระบรมราชวงศ์ ถ้าแม้ว่าเป็นผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งกล่าวไว้ข้างล่างนี้ไซร้ ท่านว่าให้ยกเว้นเสียจากลำดับสืบราชสันตติวงศ์ ลักษณะที่กล่าวนี้คือ (1) มีพระสัญญาวิปลาส (2) ต้องราชทัณฑ์เพราะประพฤติผิดพระราชกำหนดกฎหมายในคดีมหันตโทษ (3) ไม่สามารถทรงเป็นอัครพุทธศาสนูปถัมภก และมาตรา 12 กำหนดว่าพระโอรสอีกทั้งบรรดาเชื้อสายโดยตรงของท่านพระองค์นั้น ก็ให้ยกเสียจากลำดับสืบราชสันตติวงศ์ด้วยทั้งสิ้น

หลักสำคัญที่ 4: ห้ามสตรีสืบราชสันตติวงศ์โดยเด็ดขาด

มาตรา 13 บัญญัติว่า “ในกาลสมัยนี้ยังไม่ถึงเวลาอันควรที่ราชนารีจะได้เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นสมเด็จพระแม่อยู่หัวบรมราชินีนาถ ผู้ทรงสำเร็จราชการสิทธิ์ขาดอย่างพระเจ้าแผ่นดินโดยลำพังแห่งกรุงสยาม ฉะนั้นท่านห้ามมิให้จัดเอาราชนารีพระองค์ใดๆ เข้าไว้ในลำดับสืบราชสันตติวงศ์เป็นอันขาด”

หลักสำคัญที่ 5: กรณีพระมหากษัตริย์ทรงพระเยาว์

หมวดที่ 6 เป็นบทบัญญัติที่ถูกนำมาใช้จริงในประวัติศาสตร์ มาตรา 14 กำหนดสถานการณ์ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระเยาว์ และมาตรา 15-18 กำหนดให้มีการแต่งตั้ง “ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินต่างพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” รวม 3 ท่าน และให้ขนานนามว่า “สภาสำเร็จราชการแผ่นดินต่างพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

กฎหมายถูกใช้จริงในประวัติศาสตร์อย่างไร

ครั้งแรกคือเมื่อรัชกาลที่ 6 เสด็จสวรรคตโดยไม่มีพระราชโอรส ราชบัลลังก์จึงตกแก่รัชกาลที่ 7 ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9(8) ว่า “ถ้าแม้ว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไร้พระราชโอรสและพระราชนัดดา ท่านว่าให้อัญเชิญสมเด็จพระอนุชาที่ร่วมพระราชชนนีพระองค์ที่มีพระชนมายุถัดลงมาจากพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์”

ครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2478 รัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติ โดยมิได้มีการสมมติเจ้านายพระองค์ใดพระองค์หนึ่งเป็นรัชทายาท คณะรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรจึงมีการลงมติเห็นชอบอัญเชิญพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ซึ่งเป็นเจ้านายเชื้อพระบรมวงศ์พระองค์ที่ 1 ในลำดับพระราชสันตติวงศ์ตามกฎมณเฑียรบาลฯ ขึ้นทรงราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่มีพระชนมพรรษาเพียง 9 พรรษา และด้วยเหตุที่ทรงพระเยาว์จึงมีการแต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามหลักเกณฑ์ในหมวดที่ 6

ครั้งที่สาม รัฐบาลเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการด่วน เพื่อแจ้งให้สภาทราบเรื่องการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และสรรหาผู้สืบราชสมบัติ ที่ประชุมได้ลงมติถวายราชสมบัติให้แก่สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ขึ้นสืบราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9ต่อไป

ความสัมพันธ์กับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 20 บัญญัติว่า ภายใต้บังคับมาตรา 21 การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467

วลี “โดยนัยแห่ง” นี้มีความหมายทางกฎหมายที่ต้องทำความเข้าใจ มาตรา 20 วรรค 1 ที่บัญญัติถ้อยคำว่า “โดยนัยแห่ง” มีความหมายอย่างเดียวกับคำว่า “โดยอนุโลม” คือให้เป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลฯ เว้นแต่รัฐธรรมนูญจะบัญญัติเป็นอย่างอื่น หรือเป็นการอาศัยเทียบเคียงตามกฎมณเฑียรบาลฯ มิใช่ว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎมณเฑียรบาลฯ ทุกถ้อยคำ

รัฐธรรมนูญ 2560 ยังเพิ่มบทบัญญัติใหม่ที่แตกต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ อย่างมีนัยสำคัญ การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดำริประการใด ให้คณะองคมนตรีจัดทำร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลเดิมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัย เมื่อทรงเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ให้ประธานองคมนตรีดำเนินการแจ้งประธานรัฐสภา ซึ่งต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อนที่เคยให้รัฐสภามีบทบาทในการแก้ไขกฎมณเฑียรบาลได้

มาตรา 13 ที่ห้ามสตรีสืบราชสันตติวงศ์โดยเด็ดขาดยังคงอยู่ในกฎมณเฑียรบาล แต่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 21 เปิดช่องทางพิเศษไว้ ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ ให้คณะองคมนตรีเสนอพระนามผู้สืบราชสันตติวงศ์ตามมาตรา 20 ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อรัฐสภาเพื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ

ในการนี้ จะเสนอพระนามพระราชธิดาก็ได้ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป

กล่าวโดยสรุป กฎมณเฑียรบาลฯ วางกรอบหลักไว้ว่าใครมีสิทธิ์สืบราชบัลลังก์ไทยในแต่ละกรณี รัฐธรรมนูญ 2560 รับรองกรอบนั้นไว้แต่เพิ่มความยืดหยุ่นในบางจุด พร้อมกับโอนอำนาจแก้ไขกฎมณเฑียรบาลออกจากรัฐสภามาไว้เป็นพระราชอำนาจเฉพาะ ทำให้กฎหมายทั้งสองฉบับนี้ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ฉบับใดฉบับหนึ่งยกเลิกอีกฉบับหนึ่งโดยสิ้นเชิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thaiger

ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ แสดงความไว้อาลัย พระองค์ภาฯ รำลึกความทรงจำ เมื่อทรงพระเยาว์

17 นาทีที่แล้ว

รู้จักโครงการกำลังใจ พระกรณียกิจ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” เพื่อผู้ต้องขังหญิงและโอกาสคืนสู่สังคม

21 นาทีที่แล้ว

หมอแล็บแพนด้า ภูมิใจที่สุดในชีวิต ร่วมโครงการกำลังใจ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

24 นาทีที่แล้ว

สื่อนอกยกย่อง พระกรณียกิจ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” เชิดชูภารกิจในสหประชาชาติ

35 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความในพระราชสำนักอื่น ๆ

นายกฯ แถลงอาลัย “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” สิ้นพระชนม์

TNN ช่อง16

นายกฯ แถลงการณ์ น้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

The Bangkok Insight
วิดีโอ

แถลงสำนักพระราชวัง “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” สิ้นพระชนม์

WeR NEWS

แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี ชวนประชาชน น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

สยามนิวส์

ราชบัณฑิตยสภา เผยแนวทางถ้อยคำ “แสดงความอาลัย” ถวายแด่ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" อย่างถูกต้องเหมาะสม

สยามรัฐ

‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ น้อมถวายความอาลัย ‘สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

The Bangkok Insight

เปิดโพสต์ท่านอ้น เขียนข้อความสุดซึ้ง น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

สยามนิวส์

สดุดี ‘เจ้าฟ้านักกฎหมาย’ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ผู้ทรงยกระดับความยุติธรรมไทยสู่เวทีโลก

The Bangkok Insight
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...