รู้จักโครงการกำลังใจ พระกรณียกิจ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” เพื่อผู้ต้องขังหญิงและโอกาสคืนสู่สังคม
โครงการกำลังใจในพระดำริฯ เป็นพระกรณียกิจสำคัญของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่มุ่งดูแลผู้ต้องขังหญิง แม่และเด็กในเรือนจำ พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้พ้นโทษกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
ภายหลังสำนักพระราชวังมีประกาศเรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ พระกรณียกิจด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการให้โอกาสแก่ผู้เปราะบางในสังคม ได้รับการกล่าวถึงอีกครั้งด้วยความอาลัยและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ
หนึ่งในพระกรณียกิจสำคัญ คือ โครงการกำลังใจ หรือ Kamlangjai Project ซึ่งเป็นโครงการในพระดำริฯ ที่มุ่งช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิง โดยเฉพาะผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ แม่ที่ต้องดูแลลูกในเรือนจำ เด็กที่อยู่กับแม่ในเรือนจำ และผู้พ้นโทษที่ต้องกลับไปเริ่มต้นชีวิตในสังคมอีกครั้ง
ข้อมูลจาก Thailand Institute of Justice หรือ TIJ ระบุว่า จุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2001 ขณะสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลาง และทอดพระเนตรว่าระบบเรือนจำจำนวนมากไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการเฉพาะของผู้หญิงอย่างเพียงพอ ทั้งเรื่องสุขอนามัย การตั้งครรภ์ และการดูแลเด็ก
ต่อมา พระองค์ทรงริเริ่ม โครงการกำลังใจ ในปี 2006 เพื่อเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว โดยข้อมูลจาก TIJ Bangkok Rules ระบุว่า โครงการนี้ทรงริเริ่มขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงในประเทศไทย โดยเน้นผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ และเด็กที่อยู่กับแม่ในเรือนจำเป็นกลุ่มสำคัญ
คำว่า “กำลังใจ” ในชื่อโครงการ มิได้หมายถึงเพียงการปลอบประโลมหรือให้คำพูดที่ดีเท่านั้น แต่หมายถึงการสร้างพลังให้ผู้ต้องขังหญิงเห็นคุณค่าในตนเอง พร้อมได้รับการดูแลที่จำเป็น ได้รับทักษะอาชีพ ความรู้ และโอกาสในการกลับไปใช้ชีวิตในสังคมหลังพ้นโทษ
ข้อมูลจาก Thai PBS ระบุว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2549 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลาง และมีพระดำริให้จัดตั้งโครงการกำลังใจในพระดำริฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์และเด็กที่อยู่กับแม่ในเรือนจำ
พระองค์ยังทรงโปรดให้วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทยเข้าร่วมพัฒนาหลักสูตรต้นแบบเกี่ยวกับการตั้งครรภ์คุณภาพ และการสร้างคนดีเริ่มที่ขวบปีแรก ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มของแนวทางดูแลแม่และเด็กในเรือนจำอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ต่อมา โครงการกำลังใจขยายขอบเขตจากการดูแลแม่และเด็ก ไปสู่การฝึกอาชีพ การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การอบรมพัฒนาจิตใจ และการศึกษาวิจัย เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงนโยบายและแนวทางปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม
หัวใจของโครงการกำลังใจ คือการมองผู้ต้องขังหญิงในฐานะมนุษย์ที่ยังควรได้รับศักดิ์ศรีและโอกาส แม้เคยก้าวพลาดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่เมื่อได้รับการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม ก็สามารถกลับไปเป็นสมาชิกของครอบครัวและสังคมได้อีกครั้ง
ข้อมูลจาก TIJ ระบุว่า โครงการกำลังใจในพระดำริฯ ทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ เช่น กรมราชทัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูและการกลับคืนสู่สังคมของผู้ต้องขัง ผ่านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม ความรู้ ความสามารถ และทักษะอาชีพ
แนวคิดนี้สำคัญมาก เพราะผู้ต้องขังหญิงจำนวนหนึ่งไม่ได้เผชิญปัญหาเพียงในเรือนจำ แต่ยังมีภาระครอบครัว บุตร ผู้สูงอายุ หรือคนในบ้านที่ต้องดูแล เมื่อเข้าสู่เรือนจำ ผลกระทบจึงไม่ได้เกิดกับตัวผู้ต้องขังเพียงคนเดียว แต่กระทบถึงครอบครัวและคนรอบข้างด้วย
ด้วยเหตุนี้ การเตรียมความพร้อมก่อนพ้นโทษจึงเป็นส่วนสำคัญของโครงการ ผู้ต้องขังหญิงควรได้รับทั้งทักษะอาชีพ การศึกษา การดูแลสุขภาพกายใจ และความเข้าใจจากสังคม เพื่อให้การกลับไปใช้ชีวิตภายนอกไม่กลายเป็นการเริ่มต้นที่โดดเดี่ยว
กรมราชทัณฑ์ยังเผยแพร่ข้อมูลการติดตามงานตามแนวทางพระราชทานของโครงการกำลังใจในพระดำริฯ โดยระบุถึงกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การฝึกอาชีพอาหารคาวหวาน การทอผ้า การตัดเย็บ การร้อยมาลัย เบเกอรี่ การเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ต้องขังหญิงและบุตรติดผู้ต้องขัง รวมถึงการมอบของใช้สำหรับแม่และเด็ก ตามข้อมูลจาก กรมราชทัณฑ์
นอกจากผลในประเทศไทย โครงการกำลังใจยังเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเด็นผู้ต้องขังหญิงของไทยได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ ก่อนต่อยอดสู่การผลักดันมาตรฐานสากลว่าด้วยผู้ต้องขังหญิง หรือ “ข้อกำหนดกรุงเทพ” หรือ Bangkok Rules ซึ่งสหประชาชาติรับรองในปี 2010
อย่างไรก็ดี โครงการกำลังใจเป็นโครงการที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงริเริ่มโดยตรง ส่วนข้อกำหนดกรุงเทพเป็นมาตรฐานสากลที่เกิดขึ้นภายหลัง ผ่านการผลักดันของประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเวทีสหประชาชาติ
โครงการกำลังใจจึงมิใช่เพียงโครงการช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ แต่เป็นแนวคิดที่เปลี่ยนการมองผู้ก้าวพลาด จากผู้ที่ถูกกันออกจากสังคม ไปสู่ผู้ที่ยังสามารถฟื้นฟู พัฒนาตนเอง และกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าได้ หากสังคมพร้อมเปิดพื้นที่แห่งโอกาส
ในวาระที่ปวงชนชาวไทยน้อมถวายความอาลัย การทำความเข้าใจโครงการกำลังใจ คืออีกทางหนึ่งในการน้อมรำลึกถึงพระวิริยอุตสาหะของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่องานด้านกฎหมาย หลักนิติธรรม สิทธิสตรี และการให้โอกาสแก่ผู้เปราะบางในกระบวนการยุติธรรม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รวมถ้อยคำแสดงความอาลัยถวาย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ใช้อย่างไรให้ถูกต้องสมพระเกียรติ
- พระประวัติ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชธิดาผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่องานยุติธรรมประวัติ
ข้อมูลอ้างอิง