โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดภาพความเสียหาย รัสเซีย ยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง โอเรชนิก ถล่มกรุงเคียฟครั้งใหญ่ที่สุด

แนวหน้า

เผยแพร่ 24 พ.ค. เวลา 17.00 น.

25 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลความเร็วเหนือเสียง โอเรชนิก (Oreshnik) ในการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ถล่มกรุงเคียฟ ของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 83 คน

ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ระบุว่า นี่ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่รัสเซียใช้ขีปนาวุธโอเรชนิกในสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี ซึ่งการโจมตีครั้งนี้สร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเคียฟ ทั้งบริเวณใกล้อาคารราชการ อาคารพักอาศัย โรงเรียน ตลาด รวมถึงสถานีตำรวจ ขณะที่เกิดไฟไหม้ต่อเนื่องหลายจุดจนถึงช่วงเช้า ส่งผลให้การกู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก

กองทัพอากาศยูเครน เปิดเผยว่า รัสเซียส่งโดรนโจมตี 600 ลำ และขีปนาวุธจากทั้งทางอากาศ ทางทะเล และภาคพื้นดินอีก 90 ลูกเข้าโจมตี โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดหรือรบกวนโดรนได้ 549 ลำ และสกัดขีปนาวุธได้ 55 ลูก และยังมีขีปนาวุธบางส่วนพุ่งถึงเป้าหมาย

"ซึ่งขีปนาวุธโอเรชนิกได้โจมตีพร้อมสร้างความเสียหายแก่เมืองบีลา เซอร์กวา ในภูมิภาคเคียฟ โดยอาวุธชนิดนี้สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์หรือหัวรบทั่วไปได้" เซเลนสกี กล่าว

กระทรวงกลาโหมรัสเซียยืนยันการใช้ขีปนาวุธดังกล่าว พร้อมระบุว่าเป้าหมายคือศูนย์บัญชาการทางทหาร ฐานทัพอากาศ และโรงงานอุตสาหกรรมทางทหารของยูเครน โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้การโจมตีของยูเครนต่อเป้าหมายพลเรือนในรัสเซีย

ขณะเดียวกัน ชาติพันธมิตรยุโรปของยูเครน รวมถึงเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และ ฟรีดริช เมอซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ออกมาประณามการโจมตีดังกล่าว รวมถึงการใช้ขีปนาวุธโอเรชนิกของรัสเซีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...