เช็กที่นี่! ร้านค้า-ขนส่ง-เดลิเวอรี ไหนบ้างร่วม "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" สรุปเงื่อนไขปี 2569 ครบจบ
สรุปครบ! เช็กลิสต์ร้านค้า-บริการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" อะไรใช้ได้ อะไรห้ามจ่าย?
เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" ประจำปี 2569 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่จากรัฐบาลที่ออกมารีเซ็ตค่าครองชีพให้เบาลง โดยรอบนี้รัฐบาลป๋าจัดเปย์ให้ถึง 60% และให้ประชาชนร่วมจ่ายเพียง 40% เท่านั้น ผ่านกระเป๋าเงิน G-Wallet บนแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
แต่ก่อนจะหยิบมือถือไปสแกนจ่ายหน้างาน มาเช็กให้ชัวร์กันก่อนครับว่า ร้านค้า รถไฟฟ้า หรือระบบเดลิเวอรีแบบไหนที่เข้าร่วมโครงการ และมีสินค้าอะไรบ้างที่ห้ามสแกนเด็ดขาด!
เปิดโพย: ร้านค้าและบริการที่ "ใช้สิทธิได้"
คุณสามารถใช้สิทธิ 60/40 ร่วมจ่ายได้กับกลุ่มร้านค้าและบริการที่ลงทะเบียนถูกต้อง ดังนี้:
1. ร้านอาหาร สตรีทฟู้ด และร้านขายของชำ
ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัด และร้านโชห่วยรายย่อยทั่วไป
ร้านค้าบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ร้านของกองทุนหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง และวิสาหกิจชุมชน
บริษัทหรือนิติบุคคลขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
2. ระบบขนส่งสาธารณะ (เดินทางสแกนได้)
ขนส่งรายย่อย: รถแท็กซี่มิเตอร์, รถตู้โดยสาร, วินมอเตอร์ไซค์, รถสองแถว และรถสามล้อถีบรับจ้าง
รถไฟฟ้าทุกสาย: (BTS, MRT สายสีน้ำเงิน/ม่วง/เหลือง/ชมพู, สายสีแดง และ Airport Rail Link) สแกนซื้อได้เฉพาะตั๋วหรือเหรียญโดยสารเที่ยวเดียวที่ห้องตั๋วเท่านั้น (ไม่สามารถใช้เติมเงินเข้าบัตรรายเดือนหรือบัตรเติมเงินได้) และต้องใช้เดินทางภายในวันที่ซื้อ
ขนส่งสาธารณะอื่นๆ: รถเมล์ ขสมก. (สแกนกับเครื่องของพนักงาน), รถทัวร์ บขส. (ซื้อตั๋วได้ทุกเส้นทางที่ช่องตั๋ว หากตั๋วแพงเกินวงเงินต่อวันต้องจ่ายส่วนต่างเป็นเงินสด) และเรือด่วนเจ้าพระยาตามท่าเรือที่กำหนด
3. สั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery)
กดสั่งและใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันชั้นนำได้ 4 ค่ายหลัก ได้แก่ Grab, LINE MAN, ShopeeFood และ Robinhood
เตือนจำ: สิ่งที่ "ไม่เข้าร่วม" และสินค้าต้องห้าม
เพื่อเน้นกระจายรายได้สู่ฐานรากและผู้ประกอบการตัวเล็ก รัฐบาลจึงมีข้อกำหนดห้ามใช้สิทธิกับกลุ่มเหล่านี้:
ห้างใหญ่ (Modern Trade) และร้านสะดวกซื้อแฟรนไชส์: ห้ามใช้สิทธิตรงๆ กับ ห้าง Big C, Lotus's, Makro, 7-Eleven หรือ Tops (แต่ห้างเหล่านี้จะจัดแคมเปญลดราคาสินค้าป้ายสูงสุด 50-60% คู่ขนานกันไปแทน)
ข้อยกเว้นเรื่องแฟรนไชส์: หากเป็นร้านอาหาร/เครื่องดื่มขนาดเล็กที่บุคคลธรรมดาซื้อแฟรนไชส์มาเปิดเอง (เช่น ชานมไข่มุก, ซูชิ 5 บาท) ยังสามารถใช้สิทธิได้ตามปกติ
ธุรกิจบริการเฉพาะ: ร้านนวด, สปา, ร้านทำผม และร้านทำเล็บ ไม่เข้าร่วมโครงการในรอบปี 2569
สินค้าต้องห้ามสแกน: ลอตเตอรี่/สลากกินแบ่ง, เหล้า, เบียร์, บุหรี่/ยาสูบ, บัตรกำนัล (Gift Voucher), บัตรเงินสด และการจ่ายค่าบริการล่วงหน้าทุกชนิด
5 เงื่อนไขทองคำ ใช้สิทธิยังไงไม่ให้โดนเท
วงเงินจำกัด: รัฐช่วยจ่าย 60% สูงสุดไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน โดยได้โควตารวมไม่เกิน 1,000 บาท/คน/เดือน (รวมตลอดโครงการ 4 เดือน ได้สูงสุด 4,000 บาท)
ไม่ทบยอด: วงเงินเดือนละ 1,000 บาท หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้นๆ ระบบจะตัดทิ้งทันทีในวันสิ้นเดือน ไม่มีการเก็บสะสมไปเดือนถัดไป
ช่วงเวลาสแกน: หน้าร้านทั่วไปและขนส่ง สแกนได้ตั้งแต่ 06:00 - 23:00 น. ส่วนฟู้ดเดลิเวอรี สแกนได้เฉพาะเวลา 06:00 - 21:00 น. เท่านั้น
เดลิเวอรีไม่รวมค่าส่ง: โครงการช่วยจ่ายเฉพาะ "ค่าอาหารและเครื่องดื่ม" โดยคุณต้องจ่ายค่าส่งผ่านแอปเดลิเวอรีก่อน จากนั้นต้องมากดยืนยันจ่ายค่าอาหารในแอปฯ "เป๋าตัง" ภายใน 5 นาที ไม่เช่นนั้นออเดอร์จะถูกยกเลิก
ช่องทางเช็กข้อมูล: สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านค้า พิกัดร้านรวงใกล้บ้าน หรือเช็กยอดเงินคงเหลือได้ที่แอปฯ "เป๋าตัง" หรือเว็บไซต์ส่วนกลาง www.ไทยช่วยไทยพลัส.th