โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“วิทัย” ชี้เงินเฟ้อแตะ 5.2% เหตุน้ำมันแพง เชื่อกดดันชั่วคราว

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ยังคงติดตามสถานการณ์เงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด โดยประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยปี 2569 จะอยู่ที่ 3.0% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากประมาณการเดิมที่ 2.9% หลังรวมผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

สำหรับปัจจัยหลักที่ผลักดันเงินเฟ้อในระยะนี้ยังมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะน้ำมันจากตะวันออกกลาง ขณะที่ผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีส่วนเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อเพียงประมาณ 0.2-0.3%

ทั้งนี้ คาดอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 ต่อเนื่องถึงต้นไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยบางเดือนอาจแตะระดับ 5-5.2% ก่อนจะทยอยชะลอลงในปี 2570

นายวิทัย กล่าวอีกว่า คาดเงินเฟ้อจะเริ่มปรับลดลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2570 หรือราวเดือนเมษายน จากฐานราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงในปีนี้ ประกอบกับการคาดการณ์ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศจะคลี่คลายลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับลดลง โดยประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2570 จะอยู่ที่ 1.4%

“เราจับตาเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด แต่ยังเชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของระดับราคาในครั้งนี้เป็นผลจากราคาน้ำมันในระยะสั้น ไม่ใช่แรงกดดันเงินเฟ้อในระยะกลางถึงระยะยาว” นายวิทัย กล่าว

นายวิทัย ยังกล่าวอีกว่า แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของธนาคารกลางหลายประเทศที่เลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นชั่วคราว เนื่องจากมองว่า ไม่ได้ส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อในระยะยาว

สำหรับประเทศไทย แม้อัตราเงินเฟ้ออาจปรับขึ้นสู่ระดับ 4-5% ในบางช่วง แต่ยังเป็นระดับที่ ธปท. คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า และยังถือว่าอยู่ในกรอบเป้าหมายโดยรวม หลังจากก่อนหน้านี้เงินเฟ้ออยู่ในระดับติดลบ จึงยังไม่เห็นสัญญาณที่น่ากังวลหรือความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อสูง (Stagflation) ในขณะนี้

ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและช่วยสนับสนุนการขยายตัวของ GDP ในระยะสั้น แม้จะส่งผลให้ฐานเปรียบเทียบของปีนี้สูงขึ้น และอาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีถัดไปชะลอลงตามฐานที่สูงขึ้นก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...