เลิกเทสต์ "Tomorrow.IO" กรมอุตุเมิน“ไชยชนก”
กรมอุตุฯทำหน้าที่ได้อย่างแม่นยำไม่ผิดพลาด แต่จากนั้น คำเตือนของกรมอุตุฯ จะได้รับการขานรับหรือสนองตอบต่อคำเตือนพยากรณ์อากาศดังกล่าวอย่างไร
โดยหน่วยงานอื่นที่ต้องรับข้อมูล และต้องขยายผลต่อ รวมทั้งแปลงผลจากคำพยากรณ์เป็นภาคปฏิบัติ และส่งสัญญาณเตือนภัยพิบัติในระดับที่ต้องเข้มข้นอีก 1 ขั้นด้วย เซล บรอดแคส ผ่านค่ายมือถือ ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ได้รับทราบล่วงหน้าโดยเร็ว เพื่อมีเวลาเตรียมตัว และ พร้อมรับมือ
ทั้งนี้จากโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ รวมถึงขั้นตัดสินใจต่อจากนั้น เป็นของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือ ปภ. สังกัด กระทรวงมหาดไทย
เมื่อได้รับคำพยากรณ์จากกรมอุตุฯแล้ว ปภ.ต้องส่งต่อไปยัง กสทช. หรือสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงฯ แล้วจึงจะไปต่อที่โอเปอเรเตอร์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ก่อนส่งข้อความ SMS ไปยังผู้ใช้มือถือ
เมื่อในทางปฏิบัติต้องผ่านถึง 4 หน่วยงาน หนำซ้ำต้องคุยกันระดับรัฐมนตรีหลายกระทรวง คำพยากรณ์น้ำท่วมใหญ่ทั้ง 3 เหตุการณ์กว่าจะผ่านเซล บรอดแคส จึงทำให้ล่าช้ากว่าควรจะเป็นถึง 1 วัน ประชาชนได้รับภัยพิบัติแล้ว จึงค่อยได้รับสัญญาณเตือนภัย
สำหรับกรมอุตุฯ ชัดเจนว่าทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ตามหน้าที่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังต้องเจอกับแรงกดดันเป็นระยะๆ ล่าสุดมีข้ออ้างว่าโดนประชาชนตั้งคำถามเชิงรุก คำพยากรณ์และการเตือนภัยต้องแม่นยำถูกต้อง ไม่งั้นจะเสียชื่อ
ขณะเดียวกัน กรมอุตุฯได้รับนโยบายจากกระทรวงดีอี ที่มีนายไชยชนก ชิดชอบ ทายาทบ้านใหญ่บุรีรัมย์ เป็นรัฐมนตรี ให้ทำโครงการทดสอบระบบ (Proof of Concept: PoC) ร่วมกับบริษัท The Tomorrow Companies Inc. แห่งสหรัฐอเมริกา
และบริษัท บีพีแอลซี จำกัด ผู้แทนในไทย เพื่อทดลองใช้เทคโนโลยีดาวเทียม Microwave Sounder และ AI ในการวิเคราะห์สภาพอากาศที่เลวร้าย
โดยระบุว่า แพลตฟอร์ม TOMORROW.IO จะช่วยยกระดับและเสริมสร้างขีดความสามารถระดับนาซ่า สามารถติดตามตรวจจับ และ แจ้งเตือนกระจายลึกลงถึงระดับตำบล คำพยากรณ์จะแม่นยำยิ่งขึ้น
แต่จนแล้วจนรอด กรมอุตุฯ โดย น.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีที่สวมบท ”หมูไม่กลัวน้ำร้อน” แจ้งตอบกลับไปยังปลัดกระทรวงดีอี ยกเลิกการทดสอบแพลตฟอร์มนี้แล้วหลังทดลองใช้ รวมทั้งต่อเวลาให้ใช้ฟรีๆ รวมถึง 7 เดือน (ธ.ค.68-มิ.ย.69)
ด้วยเหตุผล ยังมีความไม่สมบูรณ์เพียงพอในเชิงเทคนิค และข้อมูลบางส่วนไม่ครบถ้วน ไม่สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของไทยอย่างแท้จริง หรืออาจยังไม่เหมาะที่จะใช้กับประเทศไทย
ที่จริง หนังสือแจ้งยุติการเทสต์ทูมอโรว์.IO ลงนามส่งเรื่องตั้งแต่ 14 ก.ค.69 แต่น่าสงสัย คือเหตุใดเพิ่งถูกนำมาเผยแพร่บนหน้าสื่อในช่วงเวลานี้
และเป็นช่วงเวลาที่รัฐมนตรีดีอี นายไชยชนก ชิดชอบ ออกโรงชี้แจง และปฏิเสธเสียงแข็งว่า รัฐบาลยังไม่ได้อนุมัติ หรือจัดงบประมาณ ปี 70 วงเงิน 497 ล้านบาทให้ และยืนยัน TOMORROW .IO เป็นเพียงการทดสอบเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานระดับนาซ่าเท่นั้น
หลังจากมีข่าวบางสำนัก ระบุว่า ได้มีการผลักดัน Tomorrow.io ผ่านครม.ไปแล้ว ใช้งบ 497 ล้านบาท และ จะเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.69 เริ่มต้นปีงบประมาณใหม่
เท่ากับเป็นการเคลียร์และสกัดข้อครหาในโครงการนี้ของนายไชยชนก ซึ่งตกเป็นเป้าหมายถูกฝ่ายค้านจองกฐินไว้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว จากโครงการไทยเอไอพาสปอร์ต 1.6 พันล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงบวกถือเป็นความพยายามจะยกระดับ เพื่อให้กรมอุตุฯพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพมากถึงระดับตำบลได้ ซึ่งจะช่วยให้การรับข้อมูล หรือรับช่วงต่อจากกรมอุตุฯ สามารถประเมินสถานการณ์ได้ชัดว่า ควรต้องรับมือภัยธรรมชาติในระดับ(ความเข้มข้น) สีใด
แต่ในทางกลับกัน ก็อาจตีความได้ว่า ฝ่ายการเมืองพยายามจะแทรกแซงชี้นำข้าราชการประจำโดยอาศัยโครงสร้างการบังคับบัญชา ทั้งที่อาจมีความรู้ความเข้าใจเฉพาะด้านน้อยกว่า
ยิ่งมีเรื่องงบประมาณมาเกี่ยวข้อง ยิ่งทำให้ภาพพจน์รัฐมนตรีระดับ”ลูกเทพ” ต้องถูกมองอย่างมีข้อสงสัยเช่นกัน
ย้ำกันอีกครั้ง กรมอุตุฯเป็นเพียงต้นทางของการพยากรณ์ แต่คนที่ตัดสินชี้ขาดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ระดับสีไหน จะแจ้งเตือนภัยหรือไม่ หรือด่วนแค่ไหน เป็นเรื่องอำนาจของปภ.กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมหาดไทย
เป็นเรื่อง “ฮิวแมนเออเรอร์” ไม่ใช่เรื่องประสิทธิภาพกรมอุตุฯอย่างที่พยามอ้างถึงเพื่อยกระดับให้ปัง