โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

มาแล้ว Pixelmator Pro โปรแกรมแต่งภาพบน iPad ที่ทำงานเหมือนใช้ Mac

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
Apple ปล่อย

หลังจากที่ Apple เข้าซื้อกิจการแอปแต่งภาพชื่อดังอย่าง Pixelmator ไปเมื่อปีที่แล้ว จนออกมาให้ได้ลองในเวอร์ชั่นคอมพิวเตอร์กันไปแล้ว ล่าสุด Apple ประกาศปล่อยแอป "Pixelmator Pro" เวอร์ชันสำหรับ iPad ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยยกเครื่องความสามารถจากเวอร์ชัน Mac มาใส่ไว้ในแท็บเล็ตแบบครบชุด พร้อมหน้าตา UI ที่ออกแบบมาเพื่อระบบสัมผัสโดยเฉพาะ

ใครที่ใช้แอป Pixelmator บน iPad หรือ iPhone อยู่ ต้องทราบข่าวนี้ครับ Apple ระบุชัดเจนว่าแอปเวอร์ชันเดิมจะ "ไม่มีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกต่อไป" หากต้องการฟีเจอร์ใหม่ ต้องย้ายมาใช้ Pixelmator Pro ตัวใหม่นี้แทน

ความต่างจากเวอร์ชั่น Mac

Pixelmator Pro บน iPad ไม่ใช่แค่แอปแต่งรูปเล่นๆ แต่มาพร้อมเครื่องมือระดับมืออาชีพ:

  • Full-featured Layers: แถบจัดการเลเยอร์เต็มรูปแบบ รองรับทั้งรูปภาพ รูปทรง ข้อความ และวิดีโอ
  • Smart Selection: เครื่องมือ AI ช่วยไดคัทและเลือกวัตถุในภาพได้อย่างแม่นยำ
  • Super Resolution: ฟีเจอร์ขยายภาพความละเอียดต่ำให้คมชัดขึ้นด้วย AI (Upscaling)
  • Deband: ลบสัญญาณรบกวนหรือรอยแตกของสี (Artifacts) จากการบีบอัดไฟล์
  • Apple Pencil ขั้นสุด: รองรับแรงกด, การยกปลายปากกา (Hover), การบีบ (Squeeze) และแตะสองครั้ง (Double tap) ครบทุกฟังก์ชัน
pixelmator-pro-ipad-app(1)

สเปกขั้นต่ำ

ความแรงระดับนี้แลกมาด้วยสเปกที่ต้องถึงครับ โดย iPad ที่จะรัน Pixelmator Pro ได้ ต้องใช้ชิปเซต

  • ชิป A16 Bionic หรือใหม่กว่า
  • ชิป A17 Pro
  • ชิป M1 หรือใหม่กว่า
  • และต้องรันบน iPadOS 26 ขึ้นไปเท่านั้น

เปิดครั้งแรกกับ "Apple Creator Studio"

จุดเปลี่ยนสำคัญคือเรื่อง "ราคา" ครับ Apple ได้รวม Pixelmator Pro (ทั้งบน iPad และ Mac) เข้าไปอยู่ในแพ็กเกจสมาชิกใหม่ที่ชื่อว่า "Apple Creator Studio" ซึ่งในประเทศไทยเริ่มต้นเดือนละ 229 บาท และรายปี 2,290 บาทเท่านั้น แต่เวอร์ชั่นของ Mac นั้นจะเป็นการซื้อขาดที่ 49.99 ดอลล่าร์สหรัฐฯ แต่ในประเทศไทยคือ 1,790 บาท

แต่การซื้อขาดนั้นต้องระวังเพราะแม้เวอร์ชัน Mac จะซื้อขาดได้ แต่ Apple ระบุว่าฟีเจอร์อัจฉริยะ และคอนเทนต์พรีเมียมบางอย่าง จะสงวนไว้ให้เฉพาะผู้ที่สมัครสมาชิก Apple Creator Studio เท่านั้น

ตัวอย่างเช่นเครื่องมือใหม่ "Warp tool" จะมีให้ใช้เฉพาะในแบบรายเดือนเท่านั้น ใครซื้อขาดจะไม่ได้ฟีเจอร์นี้เท่านั้น

ดังนั้นสายอยากลองแนะนำว่าซื้อกับโปรแกรม Apple Creator Studio จะได้ฟีเจอร์ครบกว่าแต่เป็นแบบ Subscript นะก็ต้องทำใจเล็กน้อยแต่ถ้าหารรายปี ก็เดือนละไม่เท่าไหร่ ก็ถือว่าน่าสนใจอยู่ที่ล็อกฟีเจอร์เด็ดไว้สำหรับสมาชิกรายเดือน อาจทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปต้องคิดหนักขึ้น ใครที่ใช้ทำงานหาเงินได้คุ้มแน่นอน แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ราคาอาจจะดูแรงไปนิดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...