บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net นับถอยหลัง 16 วัน ทุกพรรคยกทัพลงพื้นที่ลุยหาเสียงกันหนักหน่วง ท่ามกลางกระแสซื้อเสียงหนักไม่แพ้กันถึง 2 แสนล้านบาท แบงก์ร้อยแทบไม่เห็น มีแต่แบงก์เทาปลิวว่อน เรียกว่าเปิดตัวเลขรายภาค "กทม." ค่าตัวแพงสุดหัวละ 7.5 พัน จนนักวิชาการนิยามปรากฏการณ์ "เงินเฟ้อทางการเมือง" แต่ปัญหาคือคนจับยังไม่เจอ ฟังแล้วอึ้ง "ขณะนี้ยังไม่มี อาจจะมีกระแสหรือเป็นการเตรียมการ แต่จะอยู่ในสายตาของ กกต. ซึ่งการซื้อเสียงเป็นเรื่องของคนสองคน คือคนให้กับคนรับมาเจอกัน การหาพยานหลักฐานถึงเราจะรู้ว่าจุดไหนมีก็ตาม
ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น หลักตอนนี้คืออธิบายว่ามีเงินก็ซื้อไม่ได้ หรือกดดันไม่ให้เงินเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกตั้ง" แถมเลขาธิการ กกต. "แสวง บุญมี" เกทับกลับอีกต่างหากว่าป้องกันได้ เงินก็เลยซื้อไม่ได้ ที่จริงก็เอาใจช่วยให้สกัดได้ แต่ยังคาใจอยู่ดี สรุปว่าชุดจู่โจมหรือชุดเคลื่อนที่เร็วที่ส่งไปในโซนแดง ไม่เจอให้จับหรือไล่ไม่ทันกันแน่ ยุคนี้กระสุนเต็มคลัง แต่ละพรรคแข่งกันยิงเป็นระยะๆ ขืนมัวแต่รอคืนหมาหอน ก็จบเห่กันพอดี
๐ ตั้งแต่ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมกับ "กล้าธรรม" ชูธงการเมืองสุจริต-ปราบทุนเทา เล่นเอาหัวหน้าพรรค กธ. เดือดซัดไปหลายยก กลายเป็นศึกย่อยระหว่าง ปชป. กับ กธ. ระหว่างเลือกตั้ง ล่าสุดที่สุโขทัย ฮือฮากับป้ายหาเสียงของผู้สมัคร สส.สุโขทัย เขต 2 ของพรรคกล้าธรรม"วศินภัทร์ กิตตินันท์พาณิช" ที่ติดประกบป้ายหาเสียงของผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์ "พัฒ ตั้งเบญจผล" หรือทนายเบิร์ด ที่มีถ้อยคำว่า "ไม่ทนทุนเทา" ขณะที่้ป้ายของวศินภัทร์สวนกลับว่า “ใครจะว่าเทาก็เทา แต่เราไม่เทา” และ “ทำมากกว่าพืด” ซึ่งเป็นคำพูดของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เล่นมุกจากคำว่า "ทำมากกว่าพูด" ในวันเปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหนึ่งเดียวของพรรค จนกลายเป็นไวรัลในโซเชียล งานนี้ได้แต่ฮาแต่ไม่มีคะแนน สงสัยผู้สมัครกล้าธรรมน่าจะลืมไปว่า เจ้าของพื้นที่นี้คือเพื่อไทย มัวแต่ตามราวีประชาธิปัตย์ พรรคแดงนั่งยิ้มร่า
๐ หลังที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ถกเครียดกรณีกล่าวหา "เอกวิทย์ วัชชวัลคุ" กรรมการ ป.ป.ช. รับสินบนเป็นทองคำ เพื่อช่วยคดี "บิ๊กโจ๊ก" สุดท้ายมีมติคืนสำนวนให้กับพนักงานสอบสวน โดยให้เหตุผลว่า สำนวนไม่เคลียร์ มีตัวละครทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐและไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมทั้งโยนเผือกร้อนใส่สภาสูง โดยอ้างช่องทางตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติไว้ว่า"สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาว่ากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติผู้ใดกระทำการตามมาตรา 234 (1) โดยยื่นต่อประธานรัฐสภาพร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพื่อไต่สวนหาข้อเท็จจริง" แต่ประเด็นคือ เวลานี้เหลือวุฒิสภาแค่สภาเดียว ทำให้ สว. เกิดข้อถกเถียงว่า สามารถยื่นโดดๆ เองได้เลยหรือไม่ โดยไม่ต้องมี สส. แต่มีบางคนเห็นว่าทำไม่ได้ เพราะในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้ใช้สองสภา เล่นเอาประธานวุฒิสภา"มงคล สุระสัจจะ" สั่งทีมกฎหมายเช็กวุ่น ที่สำคัญสัปดาห์ก่อนมีข่าวว่า 40 สว. รับลูกกรณี "พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย" อดีตลูกน้องคนสนิท "บิ๊กโจ๊ก" ร้องให้สภาสูงส่งเรื่องให้ศาลฎีกาฟัน "เอกวิทย์" โดยร่วมลงชื่อครบตามเกณฑ์และยื่นเรื่องต่อประธานเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้คงต้องจับตาดูว่า "ปธ.มงคล" จะเดินหน้าต่อ หรือจะยื้อดองเรื่องไว้จนกว่าจะมีสภาผู้แทนราษฎร.
ลี้คิมฮวง