“ดอลลาร์” ครองสัดส่วนธุรกรรมทั่วโลกทะลุ 50% เดือน ธ.ค.68 สูงสุดในรอบ 3 ปี
SWIFT เผย "ดอลลาร์" ครองสัดส่วนธุรกรรมทั่วโลกทะลุ 50% ในเดือน ธ.ค.68 สูงสุดรอบ 3 ปี สะท้อนบทบาทสกุลเงินหลักของโลกที่ยังแข็งแกร่ง แม้ตลาดการเงินเผชิญความผันผวน
วันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 09.57 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แม้ความไม่แน่นอนจากนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะยังคงกดดันบรรยากาศตลาดโลก แต่เงินดอลลาร์สหรัฐยังรักษาความเป็นสกุลเงินหลักในการค้าและการเงินระหว่างประเทศไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง
ข้อมูลล่าสุดจาก SWIFT หรือ Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication ระบุว่า สัดส่วนการทำธุรกรรมระหว่างประเทศที่ใช้เงินดอลลาร์เพิ่มขึ้นเป็น 50.5% ในเดือนธันวาคม จาก 46.8% ในเดือนก่อนหน้า ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2566 หลังจาก SWIFT ปรับปรุงวิธีการรวบรวมข้อมูลธุรกรรม โดยเงินยูโรตามมาเป็นอันดับสองที่ราว 22% ขณะที่สกุลเงินอื่น ๆ ได้แก่ ปอนด์สเตอร์ลิง ดอลลาร์แคนาดา เยนญี่ปุ่น และเงินหยวนจีน มีสัดส่วนตามลำดับ
ลูอิส โอกาเนส นักกลยุทธ์ของ JPMorgan ระบุว่า “เงินดอลลาร์ยังคงครองความเป็นผู้นำในการทำธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนและการใช้สกุลเงินในระดับนานาชาติ” พร้อมเสริมว่าธนาคารกลางทั่วโลกยังคงสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ทำให้ทองคำมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ตามรายงานประจำปีล่าสุดของ SWIFT ธนาคารขนาดใหญ่ทั่วโลกใช้ระบบของ SWIFT เพื่อสื่อสารและอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมระหว่างธนาคาร โดยในปี 2567 มีคำสั่งการค้าผ่านระบบดังกล่าวถึง 1.34 หมื่นล้านรายการ เพิ่มขึ้นจาก 1.19 หมื่นล้านรายการในปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตามข้อมูลของ SWIFT ไม่ได้ครอบคลุมตลาดอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึงราว 9.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน อีกทั้งตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา SWIFT ได้ตัดธนาคารรัสเซียรายใหญ่หลายแห่งออกจากระบบ หลังรัสเซียรุกรานยูเครน ทำให้ภาพรวมของข้อมูลมีข้อจำกัดบางประการ
ถึงกระนั้นตัวเลขดังกล่าวยังตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ในระบบการเงินและการค้าโลก แม้ตลาดจะผันผวนและเกิดความสับสนด้านนโยบายมากขึ้นภายใต้รัฐบาลทรัมป์ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยครั้งล่าสุดที่สัดส่วนการชำระเงินทั่วโลกด้วยเงินดอลลาร์เกิน 50% คือในเดือนมกราคม 2568 ขณะเดียวกัน ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ของ Bloomberg ปรับตัวลดลงมากกว่า 7% ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
ข้อมูลแยกต่างหากจาก ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ระบุว่าเงินดอลลาร์อยู่ในอย่างน้อยหนึ่งฝั่งของธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนถึง 89% ของทั้งหมด ณ เดือนเมษายน 2568 ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ ประเมินว่าราว 60% ของหนี้สกุลเงินต่างประเทศทั่วโลกยังคงออกเป็นเงินดอลลาร์
ทั้งนี้ข้อมูลธุรกรรมของ SWIFT มักผันผวนในแต่ละเดือนตามปัจจัยฤดูกาลและกิจกรรมการชำระเงินระยะสั้น โดยในเดือนธันวาคม การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนเงินดอลลาร์เกิดจากการลดลงของการใช้เงินยูโรเป็นหลัก ซึ่งลดลงเหลือ 21.9% ต่ำสุดในรอบหนึ่งปี ขณะที่เงินหยวนจีนมีสัดส่วนเพียง 2.7% ของข้อความธุรกรรมผ่าน SWIFT ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลอดปีที่ผ่านมา
อ้างอิง : bloomberg.com