โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CAAT เผยยอดการบินปี 68 ผู้โดยสารรวมทะลุ 145 ล้านคน ตลาด”ออสเตรเลีย-อินเดีย-รัสเซีย”หนุนเปิดเส้นทางใหม่

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

CAAT เผยอุตฯการบิน ในปี 68 ของไทยมีผู้โดยสาร รวมกว่า 145 ล้านคน เป็นผู้โดยสารอินเตอร์ 78 ล้านคน เติบโต 3.54% แม้นักท่องเที่ยวจีนจะยังลดลง แต่ตลาดใหม่ในเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และตลาดระยะไกล เติบโต สะท้อนความเชื่อมั่นการบินของประเทศ และความยืดหยุ่นจากความผันผวนของโลก

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์การบินของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2568 มี ผู้โดยสารรวม 145.10 ล้านคน เป็นผู้โดยสารในประเทศ 67 ล้านคน ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 78 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 4.9 ล้านคน หรือเติบโต 3.54% แม้จำนวนผู้โดยสารจากประเทศจีนจะลดลงอย่างมาก ทำให้ภาพรวมผู้โดยสารยังไม่เท่ากับช่วงปี 2562 ก่อนสถานการณ์โควิด-19 แต่การเติบโตของตลาดใหม่ในเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และตลาดระยะไกล (Long-haul) ได้เข้ามาช่วยเติมเต็มรายได้และโครงสร้างการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินไทย สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้โดยสารและสายการบินต่อระบบการบินของไทย ซึ่ง CAAT จะเดินหน้ากำกับดูแลและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการในทุกมิติ

ปี 2568 อุตสาหกรรมการบินโลกต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอก ทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดด้านห้วงอากาศจากความขัดแย้งในหลายพื้นที่ อาทิ ความขัดแย้งปากีสถาน–อินเดีย อิสราเอล–อิหร่าน รวมถึงสถานการณ์รัสเซีย–ยูเครน ตลอดจนปัญหาการขาดแคลนอากาศยานในตลาดโลก

ทั้งนี้ การบินของประเทศไทยในปี 2568 ยังคงสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่นของระบบการบิน โดย วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบ ได้แก่ ปี 2562 (ก่อนวิกฤตโควิด-19) ปี 2567 (ช่วงฟื้นตัว) และปี 2568 (ปัจจุบัน) พบว่ายังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดย ปี 2562 มีผู้โดยสารรวม 161.81 ล้านคน เป็นผู้โดยสารในประเทศ 73 ล้านคน ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 88 ล้านคน , ปี 2567 มีผู้โดยสารรวม 140.60 ล้านคน เป็นผู้โดยสารในประเทศ 63 ล้านคน ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 77 ล้านคน, ปี 2568 มีผู้โดยสารรวม 145.10 ล้านคน เป็นผู้โดยสารในประเทศ 67 ล้านคน ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 78 ล้านคน

นอกจากนี้ ปี 2568 ยังนับเป็นปีแห่งการขยายโครงข่ายการบิน (Network Expansion) อย่างชัดเจน โดยมีการเปิดเส้นทางบินสู่ "จุดบินใหม่" (New Destinations) ที่มีการเติบโตสูง ได้แก่ 1. ตลาดโอเชียเนีย โดยเฉพาะออสเตรเลีย มียอดผู้โดยสารสูงถึง 1.77 ล้านคน สูงกว่าทั้งปี 2562 และ 2567 อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมการเปิดเส้นทางบินตรงสู่จุดบินใหม่ ๆ ที่เชื่อมไทยเข้ากับประเทศหมู่เกาะในแปซิฟิก

2. เอเชียกลาง เป็นตลาดดาวรุ่ง โดยคาซัคสถานมียอดผู้โดยสารมากกว่า 320,000 คน เพิ่มขึ้นถึง 330% จากปี 2562 ที่มีจำนวนราว 74,000 คน ส่งผลให้สนามบินท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและกระบี่มีความคึกคักตลอดทั้งปี

3. อินเดียและรัสเซีย เป็นฐานตลาดสำคัญ อินเดียได้ขยายตัวสู่จุดบินใหม่ในเมืองรอง ยอดผู้โดยสารรวม 5.95 ล้านคน สูงกว่าช่วงก่อนโควิด(ปี 2562 ผู้โดยสารอยู่ที่ 4.85 ล้านคน) ขณะที่รัสเซียมีผู้โดยสารสะสม 4.22 ล้านคน

แม้จำนวนเที่ยวบินในปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 935,000 เที่ยวบิน ต่ำกว่าปี 2562 ที่มีมากกว่า 1 ล้านเที่ยวบิน แต่สัดส่วนผู้โดยสารต่อเที่ยวบินกลับเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่ดีขึ้น ในส่วนของสายการบินไทย พบว่ายังมีอากาศยานให้บริการเพียง 238 ลำ คิดเป็น 86% ของจำนวนในปี 2562 ที่มี 276 ลำ แต่ก็สามารถรองรับผู้โดยสารในประเทศได้ถึง 92% เมื่อเทียบกับปี 2562

ขณะเดียวกัน การใช้สนามบินภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสนามบินสมุยมียอดผู้โดยสารปี 2568 สูงถึง 3.02 ล้านคน เพิ่มขึ้น 24% จากปี 2562 ส่วนสนามบินกระบี่มีผู้โดยสาร 3.07 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิด สะท้อนการกระจายตัวของโครงข่ายการบินสู่ภูมิภาคมากขึ้น

ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ ปี 2568 ไทยมีปริมาณการขนส่งรวม 1.65 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ 1.52 ล้านตัน และสูงกว่าระดับก่อนโควิด ที่ 1.48 ล้านตัน

โดย CAAT ระบุว่ายังมีโอกาสพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo) ได้อีก ซึ่ง CAAT และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้เป็นกลไกสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป

จากข้อมูลช่วงปลายปี 2568 และต้นปี 2569 ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว พบว่าปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้โดยสารจากจีนกลับมาอยู่ในระดับประมาณ 75% ของช่วงก่อนโควิด ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัวในระยะถัดไป โดย CAAT จะยังคงบริหารจัดการและกำกับดูแลระบบการบินของไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 อุตสาหกรรมการบินของไทยจะให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยสายการบินไทยเตรียมเข้าสู่การปฏิบัติตามมาตรการ CORSIA ของ ICAO ซึ่งเป็นมาตรการที่เป็นมาตรฐานทั่วโลก และเริ่มใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เพิ่มขึ้น

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...