โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AAV กรุยทางสู่ระดับโลก ธงอีบิทดามาร์จิ้นปีนี้20%

ทันหุ้น

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#AAV #ทันหุ้น – AAV เผยแผนปี 2569 ตั้งเป้ารายได้รวมโตระดับ High Single Digit และทำให้ EBITDA Margin กลับมาโตที่ระดับ 20% อัตราส่วนขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ระดับ 85% ซึ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีน ได้ขยับเพิ่มขึ้นมาเป็น 95% โดยแผน 3 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าขยายสายการบินจากระดับภูมิภาคไปสู่ระดับโลก ใช้ประเทศบาห์เรน เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ รวมถึงบริหารต้นทุนให้ต่ำ ขยายฝูงบินเพิ่มขึ้น

นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ผู้ให้บริการสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า ไทยแอร์เอเชียตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมในปี 2569 ไว้ที่ระดับ High Single Digit และตั้งเป้าหมายอัตราความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานจริง (EBITDA Margin) ให้กลับขึ้นไปอยู่ที่ 20% เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม จากปีก่อนที่ทำได้เพียง 17% ส่วนจำนวนผู้โดยสารในปี 2569 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น11% YoY หรือประมาณ 23.5 ล้านคน อัตราส่วนขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) วางเป้าหมายไว้ที่ 85% ตลอดทั้งปี

ในส่วนการขยายฝูงบินมีแผนเพิ่มเครื่องบินอีกประมาณ 5 ลำ จากปัจจุบันที่มี 62 ลำ ซึ่งคาดว่าจะนำเข้ามาในช่วงปลายปีเพื่อให้สอดรับกับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ขณะที่การบริหารราคาค่าโดยสารในประเทศ มีเป้าหมายรักษาระดับราคาให้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นและมีคู่แข่งเพิ่มเข้ามาในตลาดก็ตาม

@ตรุษจีนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ภาพระยะสั้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา แอร์เอเชียเห็นแนวโน้มการเติบโตของตลาดจีนที่ชัดเจนมาก โดยเฉพาะ Load Factor ได้ขยับเพิ่มขึ้นมาเป็น 95% ในปีนี้ จากค่าเฉลี่ย 85% ในปีที่แล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากนักท่องเที่ยวจีนลดการเดินทางไปญี่ปุ่น ขณะที่สัญญาณการจองเครื่องบินของนักท่องเที่ยวจีนหลังจากผ่านพ้นช่วงตรุษจีนไปแล้วยังคงอยู่ในระดับที่ดี ไม่ได้ลดลงอย่างรุนแรงเป็นเพียงการลดลงตามวงจรของฤดูกาลท่องเที่ยวเท่านั้น

รวมถึงมองบวกต่อการสร้าง Disneyland ในไทย เพื่อเพิ่มความหลากหลายนอกเหนือจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหรือการเที่ยวกลางคืน ซึ่งจะช่วยให้ประเทศมีความพร้อมในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยมองว่าโซนตะวันออก (EEC) บริเวณสนามบินอู่ตะเภา เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและพร้อมเชื่อมต่อได้ทันที

นอกจากนี้ยังได้รับอานิสงส์จากเงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้ต้นทุนในการดำเนินงานของสายการบินจะลดลงทันที ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ส่วนใหญ่มักเป็นสกุลเงินต่างประเทศ

@ขยายสายการบิน

อย่างไรก็ดีเป้าหมายในระยะ 3 ปีข้างหน้า (2569-2571) ของไทยแอร์เอเชีย เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดในประเทศและขยายสู่ระดับสากล โดยตั้งเป้าหมายรักษาและขยับฐาน Market Share ในประเทศให้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมจากปัจจุบันอยู่ที่ 41% โดยใช้ฐานที่สุวรรณภูมิเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อรองรับผู้โดยสารต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องบินประจำการ 5 ลำ และมีแผนจะเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของนักท่องเที่ยว โดยมีแผนการเติบโต คือ

1. การเป็นเครือข่ายสายการบินราคาประหยัดระดับโลก คือ การขยายจากสายการบินระดับภูมิภาคไปสู่ระดับโลก โดยจะมีการใช้ประเทศ บาห์เรน เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญเพื่อส่งผู้โดยสารจากเอเชียไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง และเชื่อมต่อไปยังยุโรป เช่น ลอนดอน เยอรมนี และฝรั่งเศส

ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มแอร์เอเชีย มาเลเซีย และประเทศบาห์เรน เพื่อสร้างจุดพักและเชื่อมต่อเครื่องบิน เริ่มมีการเจรจาและเริ่มดำเนินการที่จุดเชื่อมต่อนี้แล้วในปี 2569 โดยทางไทยแอร์เอเชียคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนและเริ่มทำการบินไปยังจุดเชื่อมต่อนี้ในช่วงปี 2570 หรืออย่างช้าคือปี 2571 เนื่องจากต้องรอรับมอบเครื่องบินลำใหม่รุ่น ได้แก่ A321 LR และA321 XLR ที่มีศักยภาพในการบินระยะไกล

เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการดึงนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางให้เข้ามายังเมืองไทยด้วยตัวเอง แทนที่จะรอให้สายการบินอื่นเป็นผู้นำนักท่องเที่ยวเข้ามาเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอการบินระหว่างประเทศ

@บริหารต้นทุน-เพิ่มฝูงบิน

2. บริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยหัวใจสำคัญของแอร์เอเชียคือการบริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุดเพื่อความยั่งยืน ซึ่งมีเป้าหมายลดต้นทุนต่อหน่วยที่ไม่รวมน้ำมัน (CASK ex-Fuel) ให้ลงมาอยู่ที่ 1.15 บาท ภายในปี 2571 จากปัจจุบันที่ประมาณ 1.19-1.20 บาท

3. การขยายฝูงบินและการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ภายในกลุ่มแอร์เอเชียมีออเดอร์เครื่องบินรวมกว่า 400 ลำ โดยไทยแอร์เอเชียจะได้รับจัดสรรประมาณ 25-35% ของจำนวนเครื่องบินที่เข้ามาในแต่ละปี ในส่วนการทดแทนฝูงบินเดิม จะมีการนำเครื่องบินใหม่ 150 ลำเข้ามาทดแทนเครื่องบินเดิมที่จะหมดสัญญาเช่า เพื่อให้ฝูงบินมีอายุเฉลี่ยน้อยลงและประหยัดพลังงานมากขึ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...