“หมอเจด” เปิด 4 คัมภีร์สยบมะเร็ง! ชี้โรคไม่ได้เกิดวันเดียว แต่สะสมปีต่อปี—เตือนอาการเล็กน้อยอย่ามองข้าม
เมื่อวันที่ 20 ม.ค.นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ (หมอเจด) เป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
จริง ๆ มะเร็งไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นภายในวันเดียวนะครับ แต่เกิดจากความผิดปกติเล็ก ๆ ที่สะสมในร่างกายเป็นปี ๆ หลายคนใช้ชีวิตปกติ ไม่มีอาการเจ็บป่วยชัดเจน จนกระทั่งตรวจเจออีกทีก็เป็นระยะที่รักษายากแล้ว ความจริงคือ มะเร็งหลายชนิดที่คนไทยเป็นบ่อย ป้องกันได้ และจับได้เร็ว ถ้าทำ 4 สิ่งนี้เป็นประจำทุกปีครับ
1 ประเมินพฤติกรรมตัวเอง – ลดตัวกระตุ้นมะเร็งแบบไม่รู้ตัว
หลายคนไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มหนัก แต่ยังเสี่ยงมะเร็งจากพฤติกรรมสะสม เช่น นอนดึกเป็นประจำ กินหวาน มัน แปรรูปบ่อย เครียดเรื้อรัง และอ้วนลงพุง พฤติกรรมเหล่านี้รบกวนฮอร์โมน ลดภูมิคุ้มกัน และเพิ่มการอักเสบในระดับเซลล์ การหยุดประเมินชีวิตตัวเองปีละครั้ง ช่วยตัดวงจรเสี่ยงก่อนที่ร่างกายจะพังแบบถาวรครับ
.
2 คอยฟังสัญญาณร่างกายตัวเอง – อย่ามองข้ามอาการเล็ก ๆ ที่ผิดปกติ
มะเร็งระยะแรกมักไม่เจ็บเลยครับ แต่ร่างกายจะส่งสัญญาณบางอย่างที่เรามักจะมองข้าม อาการที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องคิดมากครับ แต่คือข้อมูลสำคัญ หากปล่อยไว้นานอาจพลาดช่วงเวลาที่รักษาหายได้ การใส่ใจร่างกายตัวเองคือด่านแรกของการป้องกันมะเร็งครับ
อาการเล็ก ๆ ที่มักมองข้าม เช่น
• น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
• เหนื่อยง่ายผิดปกติ
• ถ่ายผิดปกติเรื้อรัง
• ก้อน แข็ง เจ็บ หรือโตขึ้นเรื่อย ๆ
• เจ็บแน่น แสบ หรือปวดแบบไม่รู้สาเหตุ
.
3 ตรวจค่าเลือดสำคัญ – เช็กสภาพแวดล้อมที่มะเร็งชอบ
มะเร็งเติบโตได้ดีในร่างกายที่อักเสบและเมตาบอลิซึมพัง ค่าเลือดอย่างน้ำตาลและ HbA1c ที่สูงทำให้การอักเสบเรื้อรังเพิ่มขึ้น ไขมันเลวและไตรกลีเซอไรด์สูงทำให้เซลล์เสียหายง่าย ค่าตับที่สูงสะท้อนตับอักเสบและไขมันพอกตับ ซึ่งเชื่อมโยงกับมะเร็งตับโดยตรง ส่วนกรดยูริกสูงบ่งบอกภาวะอักเสบสะสม แต่ค่าเหล่านี้อาจจะยังไม่เรียกว่าโรคนะครับ แต่เป็นพื้นฐานที่เปิดทางให้มะเร็งเกิดได้ในระยะยาว
.
4 ตรวจคัดกรองให้ตรงชนิด – เจอมะเร็งตั้งแต่ยังไม่ลุกลาม
มะเร็งแต่ละชนิดต้องตรวจไม่เหมือนกันครับ และมีช่วงอายุที่ควรเริ่มตรวจอย่างชัดเจนด้วยนะ ลองเช็คตามนี้ดูนะครับ
• มะเร็งลำไส้ควรตรวจอุจจาระหาเลือดแฝงทุกปีหรือส่องกล้องทุก 5–10 ปีตั้งแต่อายุ 45 ปี
• มะเร็งตับควรอัลตราซาวด์ร่วมกับตรวจ AFP ทุก 6–12 เดือน โดยเฉพาะคนเป็นไวรัสตับอักเสบหรือไขมันพอกตับ
• มะเร็งเต้านมควรทำแมมโมแกรมทุก 1–2 ปี
• และมะเร็งปากมดลูกควรตรวจ Pap smear หรือ HPV test ตามช่วงอายุ
การตรวจให้ถูกชนิดและสม่ำเสมอคือโอกาสรอดที่สำคัญที่สุดครับ
มะเร็งที่คนไทยเป็นบ่อย ไม่ได้ป้องกันด้วย “โชค” นะครับ แต่ป้องกันด้วยความสม่ำเสมอ ตรวจคัดกรองให้เหมาะกับวัย ดูค่าการอักเสบและการเผาผลาญ ทบทวนพฤติกรรมเสี่ยง และฟังสัญญาร่างกายตัวเองทุกปี แค่ทำ 4 อย่างนี้ต่อเนื่อง โอกาสเจอมะเร็งระยะรุนแรงจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญครับ