โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดยุทธศาสตร์ "สมุดปกขาว" FETCO ล็อกทิศตลาดทุนไทยยาวข้ามรัฐบาล

PostToday

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ลองจินตนาการถึงเรือที่ต้องแล่นผ่านกระแสการเมืองที่ผันผวน ในอดีตเมื่อเปลี่ยนกัปตันหรือรัฐบาลใหม่ ทิศทางเดินเรือมักจะเปลี่ยนตาม

แต่จากนี้ไป"ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล" ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดใจกับ"โพสต์ทูเดย์" ว่า ตลาดทุนไทยจะมี "สมุดปกขาว" ทำหน้าที่เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแบบถาวร (Standing Policy Recommendation)

สมุดเล่มนี้ถือเป็น "ธง" โบกสะบัดที่ชัดเจนและไม่เปลี่ยนแปลงไปตามตัวบุคคล เพื่อให้มั่นใจได้ว่า.. ไม่ว่าใครจะเข้ามาบริหารประเทศ แผนงานการพัฒนาตลาดทุนจะดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด โดยจะมีการทบทวนความเหมาะสมเป็นประจำทุกปี

เรื่องราวบทใหม่ของตลาดทุนไทยคือการทำลายเส้นแบ่งระหว่าง"โลกเก่า" และ "โลกใหม่"

FETCO มีวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ตลาดทุนไทยเป็นตลาดเดียว (Unified Market) โดยไม่แยกตลาดดิจิทัลออกจากตลาดหุ้นแบบเดิม เพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถลงทุนในหุ้นพื้นฐาน และผู้ใหญ่ก็สามารถถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin ได้ในที่เดียว

พร้อมมุ่งสู่ระบบ"กองเดียวบัญชีเดียว" จะช่วยลดความซับซ้อนในการกำกับดูแล และอาจมีการปฏิรูปหน่วยงานกำกับดูแลให้เหลือเพียง 3 ด้านหลัก คือ ประกัน ตลาดทุน และธนาคาร เพื่อให้เกิดความคล่องตัวสูงสุด

กิโยตินกฎหมาย VS สร้างโอกาสใหม่

เพื่อให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจทำงานได้เต็มที่ แผนงานนี้ได้เสนอให้ใช้ "กิโยตินกฎหมาย" เพื่อตัดทิ้งกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อนและเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต ขณะเดียวกันก็มีการสร้างสะพานเชื่อมโอกาสผ่านโครงการอย่าง "BOI to IPO" ซึ่งเป็นการผลักดันบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ให้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเพิ่มสินค้าคุณภาพใหม่ๆให้กับนักลงทุน

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะสนับสนุนให้ประชาชนสามารถดูแลพอร์ตการลงทุนของตนเองได้มากขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อนจากการซื้อผ่านกองทุนเพียงอย่างเดียว

เป้าหมายสูงสุดของเรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่การพัฒนา แต่คือการทำให้ตลาดทุนไทยกลับมาเป็นเบอร์หนึ่งในภูมิภาค แม้แต่ประเทศคู่แข่ง อย่าง สิงคโปร์ ที่แทบไม่มีบริษัทในประเทศเป็นของตัวเองยังดึงดูดนักลงทุนได้ ดังนั้นด้วยพื้นฐานที่ดีของไทย การก้าวข้ามสิงคโปร์จึงไม่ใช่เรื่องที่เกินเอื้อมหากเรามีความตั้งใจจริง

ถามว่า..ควรแยกตลาดทุนเพื่อรองรับโลกอนาคตหรือไม่ ?

ส่วนตัวคิดว่าเราควรที่จะทำให้ตลาดทุนเป็นตลาดเดียว กล่าวคือ"ผมคิดว่าเราไม่มีความจำเป็นที่ต้องแยกตลาดดิจิตอลออกไป" เพราะสุดท้ายแล้วมันคือการลงทุนของทุกคนเราไม่ควรที่จะมีความซับซ้อนมากนักในการกำกับดูแล

ทำเรกูเรตในการกำกับดูแลหรือการแต่งตั้งเรกูเรท (Regulator) ความจริงในโลกนี้มีเทรนด์ของการควบรวมด้วยซ้ำไป โดยหนึ่งเรกูเลเตอร์คุมทุกอย่าง แต่สุดท้ายลงตัวประมาณ 3 แห่ง คือ ประกัน, ตลาดทุน และธนาคาร ถือเป็นตัวเลขที่เหมาะสม ตลาดทุนควรทำทุกอย่าง

นอกจากนี้ ผมคิดว่าเราไม่ควรแยกกันอยู่ แยกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) แม้เราจะอยู่ในสังคมสูงวัยแล้วลงทุนหุ้นทั่วไปเหมือนเดิม แต่แท้จริงผมคิดว่าอย่างเราก็ต้องลงทุน Digital Asset ต้องมี Bitcoin เหมือนกัน ขณะที่นักลงทุนรุ่นใหม่ก็ควรจะมีหุ้นธรรมดาเหมือนกัน เพียงแต่ว่าเราควรที่จะดูให้อยู่ร่วมกันได้เป็นต้น ซึ่งผมคิดว่าเรื่องดิจิทัลอยากทำให้มากขึ้น

หัวใจสำคัญของการปฏิรูปครั้งนี้ไม่ใช่แค่จะทำอะไร แต่คือจะทำได้เร็วแค่ไหน ? FETCO ตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนการทำงานที่เคยล่าช้า ให้กลายเป็นการทำงานเชิงรุก

"ผมว่าทั้งหมดที่เราขาดอยู่คือความตั้งใจทำงาน เราไม่เอาจริง หมายความว่าเรารู้ว่าเราต้องทำอะไรแต่เราไม่เอาจริงว่าต้องทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น กว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ต้องใช้ 6 เดือน 12 เดือน มันควรจะทำทันที ดูอย่างที่ทรัมป์ทำมา 1 ปี เหมือนทำมา 12 ปี หรือสิ่งที่ทำ 1 เดือน เหมือนทำมาเป็นปี แต่เห็นไหมว่าเขาทำได้ รัฐบาลเดียวกัน ข้าราชการเดียวกันแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงทันที."

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...