โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ร้านอาหารญี่ปุ่นก็ไม่รอด ลดลงครั้งแรกรอบ 19 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ร้านอาหารญี่ปุ่น ธุรกิจล่าสุดในไทยที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค เมื่อผลสำรวจของเจโทร หรือองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น พบว่าเมื่อปี 2568 จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสำรวจเมื่อปี 2550 และยังเป็นการลดลงในทุกพื้นที่ของไทยทั้ง กทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัด

นอกจากข่าวร้ายแล้ว เจโทร ยังแนะแนวกลยุทธ์และชี้โอกาสที่จะใช้พลิกฟื้นธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในปี 2569 นี้ให้กลับมาเติบโตด้วย พร้อมยกทัพผู้ประกอบการญี่ปุ่นกว่า 60 บริษัทเข้ามาเจรจาธุรกิจ

“อาเบะ อิจิโระ” ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร กรุงเทพฯ กล่าวว่า จากการสำรวจช่วง 15 สิงหาคม-31 ตุลาคม 2568 ด้วยการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย พบว่า ในปี 2568 จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยลดลงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการสำรวจเมื่อปี 2550 หรือเป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปี

โดยในปี 2568 ร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยมีจำนวน 5,781 ร้าน ลดลง 135 ร้าน หรือลดลง 2.2% เมื่อเทียบกับการสำรวจเมื่อปี 2567 ซึ่งมี 5,916 ร้าน

การลดลงนี้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ของไทยทั้งกรุงเทพฯ ที่ลดลง 2.3% จาก 2,672 ร้าน เหลือ 2,609 ร้าน ปริมณฑลลดลง 3.1% จาก 873 ร้าน เหลือ 846 ร้าน รวมถึงต่างจังหวัดลดลง 1.9% จาก 2,371 ร้าน เหลือ 2,326 ร้าน

ขณะเดียวกัน ด้านประเภทของร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเพียง 2 ประเภทที่เพิ่มขึ้น คือ ร้านราเมงเพิ่มขึ้น 2.6% จาก 802 ร้าน เป็น 823 ร้าน และร้านคาเฟ่เพิ่มขึ้น 6.4% จาก 329 ร้าน เป็น 350 ร้าน

ส่วนประเภทร้านที่ลดลงมากที่สุด 2 อันดับ คือ ร้านอาหารประเภท Yakiniku/BBQ หรือปิ้งย่าง ซึ่งลดลงไปถึง 9% จาก 433 ร้าน เหลือ 394 ร้าน และร้าน Donburi หรือข้าวหน้าต่าง ๆ ที่ลดลง 8.6% จาก 162 ร้าน เหลือ 148 ร้าน ทั้งนี้ ร้านของผู้ประกอบการรายเล็กที่มี 2-5 สาขา เป็นกลุ่มที่หดตัวมากที่สุด ตรงข้ามกับรายใหญ่ที่มี 51 สาขาขึ้นไป ยังรักษาจำนวนสาขาไว้ได้

“การลดลงในปี’68 นี้ ไม่เพียงเป็นครั้งแรก แต่ยังเป็นการลดลงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย แม้แต่จังหวัดท่องเที่ยวอย่าง เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งมีร้านอาหารญี่ปุ่นจำนวนมาก”

เยนอ่อนดึงคนไทยไปกินที่ญี่ปุ่น

ประธานเจโทรอธิบายว่า การลดลงนี้มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยทั้งค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงต่อเนื่องส่งผลให้ผู้บริโภคไทยเดินทางไปทานอาหารญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่นแทน โดยเฉพาะเมนูราคาสูงอย่างโอมากาเสะซูชิ เนื้อวัววากิว และสาเกญี่ปุ่น

ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยที่ยังคงชะลอตัว การลดลงของจำนวนชาวญี่ปุ่นที่อยู่อาศัยในไทยและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่หลายพื้นที่ เช่น กรุงเทพฯ มีร้านอาหารกระจุกตัวหนาแน่นอยู่แล้ว ทำให้ความท้าทายของผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยพุ่งสูงขึ้น

“ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยเข้าสู่ระยะเติบโตเต็มที่ การขยายตลาดด้วยการเปิดร้านใหม่หรือการขยายสาขาเพียงอย่างเดียวจึงเป็นเรื่องยาก”

กระแสมัตฉะหนุนคาเฟ่ผุดพรึ่บ

โดยหากวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ร้าน Yakiniku/BBQ หรือปิ้งย่างลดลงมากที่สุดนั้น เชื่อว่าเนื่องจากเอกลักษณ์ของอาหารประเภทปิ้งย่างที่เริ่มต้นธุรกิจง่าย เพียงมีสถานที่และวัตถุดิบ ทำให้มีการแข่งขันสูงทั้งจากปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น เกาหลี ไทย ฯลฯ จนการรักษาธุรกิจเอาไว้ท้าทายมาก

ส่วนการเติบโตโดดเด่นของร้านคาเฟ่นั้นเกิดจากแรงหนุนของกระแสฮิตชาเขียวมัตฉะที่มาแรงในปี’68 สะท้อนจากการที่ชาเขียว เข้ามาอยู่ในกลุ่ม Top 10 ของสินค้าที่ส่งออกจากญี่ปุ่นมายังไทยในปี 2568 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี หรือปี 2562-2568 โดยอยู่ในอันดับที่ 6 ด้วยมูลค่าการส่งออก 2.6 พันล้านเยน

ร้านสเปเชียลตี้มาแรง

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจครั้งนี้ยังชี้เทรนด์ที่เป็นโอกาสของผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน โดย “อาเบะ” กล่าวว่า ความเห็นของผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นหลายรายไปในทางเดียวกันว่า ในปี 2569จะเห็นการเติบโตของร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายชัดเจน มีเมนูเฉพาะทาง (Specialty) มีการเล่าเรื่องราว (Story) และสามารถมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ (Experience) ให้กับผู้บริโภคได้

โดยคาดว่า นอกจาก “อาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ” และ “อาหารญี่ปุ่นที่มีมูลค่าเพิ่ม” แล้ว จะเห็น “ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นกระแส” และ “อาหารญี่ปุ่นที่มีการปรับให้เข้ากับผู้บริโภคชาวไทย หรือ Localized” มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ราคาพรีเมี่ยมอย่างเดียวไม่พอ

ที่มาของแนวโน้มนี้ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคชาวไทยเลือกทานอาหารโดยให้ความสำคัญกับแหล่งที่มา, คุณภาพ รวมทั้งการบอกเล่าเรื่องราว คุณค่าทางประสบการณ์และความคุ้มราคา มากกว่าการเลือกโดยให้คุณค่าแก่ความพรีเมี่ยมด้านราคาเพียงอย่างเดียว โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มเลือกร้านอาหารตามการดูรีวิวและกระแสเทรนด์ในโลกโซเชียล

ดังนั้น ผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยควรสื่อสารและเน้นย้ำความพรีเมี่ยมในด้านประสบการณ์การทานอาหารด้วย เช่น การบอกเล่าเรื่องราวที่มาของวัตถุดิบ และเมนูอาหาร เช่นเดียวกับการเพิ่มความคุ้มค่าด้วยการปรับเมนูและวัตถุดิบอย่างการใช้วัตถุดิบที่เลี้ยงหรือปลูกในไทย เพื่อพัฒนาเมนูที่มีราคาจับต้องได้เพิ่มความคุ้มค่าสูงขึ้น ตอบรับสภาพเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสื่อสารเรื่องเหล่านี้ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

ห้างต่างจังหวัดทำเลศักยภาพ

ผู้บริหารเจโทรยังเชื่อมั่นว่า จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง โดย “อาเบะ อิจิโระ” กล่าวว่า ต่างจังหวัดยังคงมีโอกาสสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น เนื่องจากผู้ค้าปลีกหลายรายยังมีแนวโน้มขยายสาขาห้าง และศูนย์การค้าในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเป็นโอกาสที่ร้านอาหารญี่ปุ่นจะใช้ขยายสาขาเข้าไปในต่างจังหวัด

นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังมีผู้ประกอบการญี่ปุ่นทั้งผู้ส่งออกวัตถุดิบ และธุรกิจอื่น ๆ ติดต่อมาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความต้องการและความพร้อมเข้ามาลงทุนในไทย

โดยปี 2569 นี้ เจโทรเตรียมนำผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นทั้งด้านส่งออก และธุรกิจร้านอาหารรวมกว่า 60 บริษัท ร่วมงานเจรจาธุรกิจ 2 งาน คือ งานเจรจาธุรกิจออนไลน์ “Online Business Meeting in Winter” ในวันที่ 9-16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00-17.00 น. ผ่านระบบ ZOOM โดยมีผู้ประกอบการจากญี่ปุ่น 36 บริษัท และงานเจรจาธุรกิจ “Food Matching in Bangkok” วันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 -17.00 น. ที่ห้อง Royal Jasmine โรงแรมจัสมิน ซิตี้ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ประกอบการด้านอาหารจากประเทศญี่ปุ่น 26 บริษัทเข้าร่วม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ร้านอาหารญี่ปุ่นก็ไม่รอด ลดลงครั้งแรกรอบ 19 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...