โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เอกา โกลบอล” รับมือศก.ผันผวน ตั้งศูนย์R&Dในไทย-โฟกัสอินเดีย

Manager Online

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ผู้จัดการรายวัน 360 - “เอกา โกลบอล” ประกาศยุทธศาสตร์รับมือความผันผวนเศรษฐกิจปี 69 เผยประเทศไทยยังเป็นผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารอาเซียนได้ เตรียมทุ่มงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตและจัดตั้งศูนย์ R&D ในประเทศไทย มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดไทยและอินเดียที่คาดการณ์การเติบโตแบบก้าวกระโดด

นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) แบรนด์คนไทยเบอร์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทานในปี 2569 จะได้รับแรงขับจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปปัจจัยด้านการใส่ใจสุขภาพ การเติบโตของช่องทางออนไลน์ นวัตกรรมสินค้าและการผลิต แต่ก็ยังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้า และการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงปัจจัยภายนอกมที่คาดไม่ถึง เช่น ภัยพิบัติ ที่มาในรูปแบบต่าง ๆ

ดังนั้น อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลกมุ่งไปที่ความยั่งยืนควบคู่กับประสิทธิภาพการถนอมอาหาร โดยเฉพาะในตลาดอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม (Pet-Food) ซึ่งไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค เอกา โกลบอล จึงวางแผนลงทุนเพิ่ม 100 ล้านบาท เพื่อขยายฐานการผลิตในไทยและจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) รวมถึง Technical Center เพื่อสร้างโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั่วโลก

หากอ้างอิงรายงานวิเคราะห์อุตสาหกรรมโลกและสถิติจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจชั้นนำ ในปี 2569 จะเห็นสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจนของตลาดอาหารพร้อมทาน และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ในทุกภูมิภาค โดยตลาดอาหารพร้อมทานทั่วโลก คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 4.22 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดในประเทศไทย มีแนวโน้มโตต่อเนื่องที่ 6 – 7% ต่อปี นอกจากนี้ ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมทั่วโลกยังมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 8.5% โดยเฉพาะประเทศไทยที่เซกเมนต์อาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตแรงถึง 17% จากเทรนด์การเลี้ยงสัตว์เหมือนสมาชิกในครอบครัว

สำหรับการขยายตลาดในต่างประเทศ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ากับตลาดอินเดียและภูมิภาคใกล้เคียง เนื่องจากอินเดียเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งในปี 2569 โดยคาดว่าตลาดอาหารพร้อมทานในอินเดียจะเติบโตถึง 16.4% ซึ่งโรงงานของเอกา โกลบอล ในเมืองปูเน่ จะเป็นกำลังสำคัญในการรองรับดีมานด์มหาศาลนี้ ด้วยนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรักษาความสดใหม่ แม้ในสภาพอากาศร้อนจัด โดยไม่ต้องพึ่งพาการแช่เย็น และคุณค่าทางอาหารได้นานถึง 2 ปี

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า โรดแมปปีนี้ เอกา โกลบอล จะเดินหน้าด้วยกลยุทธ์หลักขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่ ยกระดับนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เพื่อสอดรับกับมาตรการทางการค้าโลกและนโยบายเศรษฐกิจ BCG ของไทย โดยจะเร่งพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมให้เข้มข้นยิ่งขึ้นจากเดิมที่บรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร ‘เอกา โกลบอล’ สามารถรีไซเคิลได้ 100% และมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ “กรีนโปรดักส์” ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ Bioplastic (PLA), บรรจุภัณฑ์ Biodegradable ที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติทั้งหมด และสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR) หรือ เรซิน รีไซเคิล เพื่อเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า

นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับแบรนด์อันดับ 1 ของตลาดบรรจุภัณ์ช่วยยืดอายุอาหารสูงสุด 2 ปี (Longevity Packaging) โดยชูจุดแข็งบรรจุภัณฑ์พลาสติกคงรูปหลายชั้น (Multi-layer) ป้องกันอากาศและรักษาคุณภาพอาหารได้นาน ตอบโจทย์การลดขยะอาหาร (Food Waste) ทั่วโลก พร้อมกับเดินหน้ารุกตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ให้พรีเมียมและใช้งานสะดวก (User-friendly) รองรับเทรนด์เจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสารอาหารและความสดใหม่อย่างต่อเนื่อง

“บริษัทฯ เชื่อมั่นว่านวัตกรรม Longevity Packaging จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายการลดขยะอาหารลง 50% ภายในปีค.ศ. 2030 ตามเป้าหมายของสหประชาชาติ (SDGs) และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดไปแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน” นายชัยวัฒน์ กล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...