โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

LINE MAN – Bitkub หนีไป IPO ตลาดนอก ตลท.เตรียมแผนยื้อ แต่ยื้อไหวไหม?

Amarin TV

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
LINE MAN Wongnai – Bitkub ลาตลาดหุ้นไทยไป IPO ต่างประเทศ ตลท.เตรียมแผนยื้อ แต่จะยื้อไหวไหม ?

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำลังเผชิญโจทย์ท้าทายที่สุดในรอบหลายปี เมื่อสภาพคล่อง (liquidity) การซื้อขายลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยมีการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 50,000-60,000 ล้านบาท แต่ลดลงเหลือเพียงราววันละ 30,000 ล้านบาทในปี 2568

สภาวะตลาดที่มีสภาพคล่องต่ำไม่เพียงกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน แต่ยังส่งผลด้านลบต่อความสามารถในการระดมทุนของบริษัทที่เข้าระดมทุน ทั้งนี้ ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า ตลาด IPO ไทยระดมทุนได้เพียงประมาณ 13,000 ล้านบาท ในปี 2568 ซึ่งน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2553

เมื่อเห็นสภาวะตลาดเป็นแบบนี้ หลายบริษัทที่มีแผนหรือเตรียมการเข้าระดมทุนต้องชะลอหรือยุติแผน และบางส่วนเริ่มหันไปมองการระดมทุนในตลาดหุ้นฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งมีสภาพคล่องดีกว่า และมีกฎเกณฑ์ที่เอื้อมากกว่า

แนวโน้มนี้เห็นได้ชัดจากกรณี ไลน์แมน วงใน (LINE MAN Wongnai) และบิทคับ (Bitkub) ที่มีข่าวว่าอยู่ระหว่างเตรียมเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก (IPO) โดยทั้งสองบริษัทตัดสินใจไม่ไปต่อกับตลาดหุ้นไทย เตรียมไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงแทน และก่อนหน้านี้ บริษัทผู้ผลิตน้ำมะพร้าว IFBH Ltd. ก็ไป IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2568

ความเคลื่อนไหวของสองสตาร์ทอัปหัวแถวของประเทศทำให้เกิดคำถามต่ออนาคตของตลาดทุนไทยว่า หาก liquidity ยังไม่ฟื้น ความพยายามของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่จะดึงบริษัทไทยให้อยู่ในตลาดหุ้นไทยจะสำเร็จหรือไม่

LINE MAN Wongnai – Bitkub ขอลาไทยไปตลาดนอก

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีรายงานจากบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ว่า ไลน์แมน วงใน (LINE MAN Wongnai) บริษัทสตาร์ทอัประดับยูนิคอร์นของไทยกำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการเสนอขายหุ้น IPO ในฮ่องกงและสหรัฐอเมริกา หลังจากเลื่อนการขายหุ้นในประเทศออกไป ซึ่งไลน์แมน วงใน คาดว่าจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไลน์แมน วงใน ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กว่า การเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจน้อยลง เนื่องจากภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยและความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง พร้อมระบุว่า “การจดทะเบียนในตลาดหุ้นที่มีการซื้อขายคึกคักกว่า น่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นของเรา”

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ไลน์แมน วงใน ได้เตรียมเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2568 แต่ต้องหยุดแผนและกลับมาประเมินสถานการณ์ตลาดอีกครั้ง

ด้านบิทคับ (Bitkub) แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีรายใหญ่ของไทยก็เคยเตรียมจะ IPO ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ชะลอแผนไป และมีรายงานจากบลูมเบิร์กเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า บิทคับกำลังพิจารณาเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เพื่อระดมทุนราว 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในปี 2569 นี้

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวนี้ของบิทคับสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของฮ่องกงที่ต้องการยกระดับตนเองเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านการผ่อนคลายกฎระเบียบและการออกระบบใบอนุญาตสำหรับแพลตฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซี

ตลท.เร่งแก้เกม ยื้อบริษัทไทยอยู่ตลาดหุ้นไทย

ด้านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศชัดว่าไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์นี้ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยอมรับว่าบริษัทไทยขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งกำลังให้ความสนใจไปจดทะเบียนในฮ่องกงและสิงคโปร์ ตลท.จึงเร่งปรับปรุงกฎเกณฑ์และศึกษาความแตกต่างของตลาดต่างประเทศ เพื่อหาจุดที่ตลาดหุ้นไทยจะสามารถแข่งขันได้

กรรมการและผู้จัดการ ตลท.มองว่าปัจจัยความแตกต่างหลักของตลาดหุ้นใหญ่ ๆ กับตลาดหุ้นไทยมี 2 ด้าน คือ ด้านสภาพคล่อง (liquidity) และมูลค่า (valuation) ที่ตลาดต่างประเทศมีมากกว่าไทย และด้านกระบวนการการเข้าระดมทุน

กรรมการและผู้จัดการ ตลท.กล่าวว่า ด้านปริมาณการซื้อขายหรือสภาพคล่องในตลาดหุ้นไทย ในอดีตเคยมีการซื้อขายเฉลี่ย 50,00-60,000 หมื่นล้านบาทต่อวัน แต่ปัจจุบันลดน้อยลงไปมาก ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ที่ ตลท.ริเริ่มไว้ ทั้งโครงการ TISA, BOI to IPO และ EEC to IPO เพื่อดึงดูดธุรกิจใหม่ ๆ เข้ามาจะช่วยดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติให้ไหลเข้ามาได้

ส่วนด้านกฎกติกาในตลาดทุนที่เข้มงวด ทำให้กระบวนการ IPO ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก จะมีการปรับปรุงให้ใช้เวลาน้อยลง โดยต้องศึกษากฎเกณฑ์ในต่างประเทศร่วมด้วยเพื่ออุดช่องโหว่ ซึ่งหากแก้ไขทั้งสองด้านแล้ว จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของตลาดหหุ้นไทยได้

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกล่าวว่า สาเหตุที่หลายบริษัทเลือกไปต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นเรื่อง valuation หาก ตลท.มีสินค้าใหม่ มีกฎกติกาที่รวดเร็ว แม่นยำ และกำหนดราคา IPO ได้เหมาะสม จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดและเพิ่มแรงจูงใจที่บริษัทที่ดำเนินการในประเทศไทยจะ IPO ในตลาดหุ้นไทย

หนึ่งในแผนสำคัญของ ตลท. คือ การดึงดูด New Economy เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ซึ่ง ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ บอกแนวทางว่า ต้องพิจารณาปรับเกณฑ์หรือผ่อนปรนเกณฑ์บางประการ โดยเฉพาะข้อกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี ซึ่งอาจจะต้องผ่อนปรนสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่อย่างกลุ่มเฮลท์แคร์หรือบริษัทวิจัยยาที่กำลังเริ่มเข้าสู่ระยะการสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ หรืออาจจะมีการจัดตั้งกระดานใหม่สำหรับกิจการประเภทนี้ เพื่อทำให้มีสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาในตลาด ทั้งนี้ คาดว่าภายใน 4-6 เดือนจะเห็นความชัดเจน

ปฏิรูปสู่ Disclosure-based ลดเวลารอ IPO

สรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ (Chief Markets Officer) สายงานผู้ออกหลักทรัพย์ และสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับการปรับเกณฑ์กระบวนการ IPO ตลท.ได้หารืออย่างใกล้ชิดกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยหัวใจของการปฏิรูป คือ การเปลี่ยนจากระบบ Merit-based ที่หน่วยงานกำกับต้องพิจารณาคุณสมบัติเชิงลึก ไปเป็น Disclosure-based ให้บริษัทและที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนและถูกต้อง แล้วให้นักลงทุนตัดสินใจเอง ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาอนุมัติได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเตรียมเปิดรับฟังความเห็นรายละเอียดการปรับเกณฑ์กับกลุ่ม FA ภายในครึ่งแรกของปีนี้

นอกจากนี้ อีกหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ ตลท. คือ การผลักดันให้มี Foreign Listing หรือการนำบริษัทต่างชาติเข้ามาจดทะเบียนในไทย ซึ่งขณะนี้กำลังเจรจากับบริษัทจากประเทศจีน แต่กระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

'เหรียญ' พารวย

BCH ควักเงิน 80 ล้านบาท เปิด MRI 3 Tesla นำร่องนนทบุรี ฉลอง 33 ปี เกษมราษฎร์ อินเตอร์ฯ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

Bitcoin ร่วงหลุด 67,000 เหรียญ เซ่นพิษประธาน Fed สายโหด

ทันหุ้น

BCH ลงทุน 80 ลบ. เปิดตัว `MRI 3 Tesla` เครื่องแรก จ.นนทบุรี ปั้น Regional Imaging Center

efinanceThai
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...