โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"กลุ่มพิทักษ์ธรรม" ร้องสภาทนายความฯ ขอให้ยื่นศาล รธน. ตีความ ปมบัตรเลือกตั้ง มี QR Code และ Bar Code ส่อเลือกตั้งเป็นโมฆะ

สยามรัฐ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 20 ก.พ. 2569 เวลา 12.30 น. ณ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นายทินกร สุรบัณฑิตย์ ตัวแทนกลุ่มพิทักษ์ธรรม ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบอาชีพทนายความ เข้ายื่นหนังสือถึง ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ เพื่อขอให้องค์กรช่วยวิเคราะห์ข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง กรณีความผิดปกติของบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตมี QR Code และบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมี Bar Code กำกับไว้ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอให้ส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิจชี้ขาด ดังนี้

ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศและจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป โดยได้มีการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งและล่วงหน้าในเขตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น ด้วยปรากฎข้อเท็จจริงว่า บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ได้มีการจัดพิมพ์ขึ้น และด้านล่างบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตมี QR Code และบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมี Bar Code กำกับไว้แตกต่างกันทุกใบไม่ซ้ำกัน บัตรเลือกตั้งถูกส่งไปที่หน่วยเลือกตั้งตามจำนวนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง เมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแล้วในขั้นตอนการนับคะแนนเสียงของแต่ละหน่วยเลือกตั้งกระทำโดยเปิดเผย ประชาชนรวมทั้งผู้สังเกตการณ์ของแต่ละพรรคการเมืองสามารถเฝ้าดูและบันทึกภาพได้ หากมีการบันทึกภาพนิ่งของบัตรเลือกตั้งก็จะติด QR Code หรือ Bar Code ด้วย เมื่อนำมาสแกนก็จะปรากฎหมายเลขของ QR Code หรือ Bar Code ทำให้สอบย้อนไปได้ว่าบัตรเลือกตั้งใบนั้น ๆ มาจากตันขั้วบัตรเลือกตั้งเล่มที่ เลขที่ ใด และอยู่ในหน่วยเลือกตั้งไหน เมื่อนำมาเทียบกับลำดับเลขที่ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็สามารถบ่งชี้ได้ว่าบัตรเลือกตั้งใบนั้นเป็นของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งลำดับที่เท่าใด เมื่อนำไปเทียบกับบัญบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะทราบได้ทันทีว่า บัตรเลือกตั้งใบนั้นเป็นของผู้มาใช้สิทธิคนใด และกากบาทเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลขใดและเลือกพรรคการเมืองใดตามที่ปรากฎอยู่ในบัตรเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่ลับ

ลับ ตามนิยามนี้ หมายถึง ต้องเป็นความลับตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการ ในขณะลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และภายหลังการนับคะแนเสียงเลือกตั้งด้วย

ดังนั้นบัตรเลือกตั้งที่มี QR Code หรือ Bar Code กำกับไว้จึงเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้การเลือกตั้งไม่ลับ ตามเจตนารมณ์ ของรัฐธธรรมนูญราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2564 มาตรา 83 วรรคสอง ประกอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 85 ที่บัญญัติให้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ฉะนั้นบัตรเลือกตั้งที่มี QR Code หรือ Bar Code จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยแจ้งชัด อาจจะทำให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ผ่านมาตกเป็นโมฆะได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสังคมและประชาชนโดยรวม

กลุ่มพิทักษ์ธรรมซึ่งมีสมาชิกเป็นทนายความ จึงขอนำเรียนประเด็นปัญหาข้างต้นต่อนายกสภาทนายความฯ เพื่อขอให้สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ปกป้องสิทธิของประชาชนที่ยากไร้และไม่ได้รับความเป็นธรรมให้มีโอกาสเข้าถึงความยุติธรรมและมีหน้าที่ปกป้องประโยชน์สาธารณะ มีสมาชิกที่มีความรู้ความสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน

กฎหมายมหาชน และมีสมาชิกที่ประกอบวิชาชีพการใช้กฎหมายเป็นสำคัญ เพื่อให้ทำการวิเคราะห์ทำความกระจ่างในประเด็นปัญหานี้ตามแนวทางของสภาทนายความฯ ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนต่อไป

“ กลุ่มพิทักษ์ธรรม เราเห็นร่วมกันว่าการยุติความเห็นต่างในเรื่องนี้ต้องส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด ทั้งนี้คำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร ทำให้ข้อถกเถียงเกี่ยวกับการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรในครั้งที่ผ่านมาเป็นที่ยุติ ลดความขัดแย้งของสังคมและประชาชน เท่ากับเป็นการปกป้องประโยชน์สาธารณะตามหน้าที่ของสภาทนายความฯ ชี้แนะในแนวทางการนำประเด็นปัญหานี้ขึ้นศาลรัฐธธรรมนูญอีกทางหนึ่งด้วย“ นายทินกร กล่าว

เมื่อถามว่า ทำไมไม่ไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินโดยตรง นายทินกร ชี้แจงว่า การมาสภาทนายความเพื่อต้องการให้องค์กรวิชาชีพกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน ช่วยเป็นที่พึ่งให้ประชาชนในการวิเคราะห์ประเด็นที่สังคมสงสัย เพื่อป้องกันไม่ให้ภาคประชาชนถูกชักจูงไปในทางที่ผิดจนเกิดความวุ่นวาย ส่วนอำนาจชี้ขาดสุดท้ายยังคงเป็นของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาลหรือประเด็นทางการเมือง แต่เป็นการปกป้องสิทธิประโยชน์ของสาธารณะอย่างแท้จริง

ด้าน ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของประเทศ จึงเตรียมตั้งคณะทำงานฝ่ายวิชาการขึ้นมาศึกษารายละเอียด ทั้งในแง่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างเร่งด่วน โดยจะยังไม่ด่วนสรุปในทันทีเพื่อให้เกิดความรอบคอบที่สุด และจะแถลงผลการศึกษาให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...