โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI เคาะเป้า PTT ใหม่ 41 บาท ชี้ไตรมาส 1 ฟื้นแกร่งรับราคาน้ำมันเพิ่ม

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 10.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รายงานกำไรสุทธิเติบโต 29.1% จากไตรมาสก่อน เป็น 25,534 ล้านบาท ในไตรมาส 4/68 จากการบันทึกกำไรจากการจำหน่ายและเปลี่ยนแปลงสถานะเงินลงทุนใน Lotus Pharmaceutical ที่รับรู้ครั้งเดียวจำนวน 7.5 พันล้านบาท โดยผลประกอบการสูงกว่าที่คาดการณ์ 9% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาษีจ่ายและดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำกว่าคาด (สอดคล้องกับประมาณการของ Bloomberg consensus)

อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมขาดทุนสต็อกน้ำมันของบริษัทย่อยในธุรกิจโรงกลั่นและผลกระทบจากจากการป้องกันความเสี่ยง/อัตราแลกเปลี่ยน PTT จะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติลดลง 8.2% จากไตรมาสก่อนเป็น 15,182 ล้านบาทเพราะแรงกดดันจากกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติและกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่กำไรปกติในปี 68 สูงกว่าคาดเนื่องจากคิดเป็น 104% ของประมาณการทั้งปี

นอกจากนี้ PTT ประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษจำนวน 0.2 บาท/หุ้นและเงินปันผลงวดสุดท้ายอีก 1.2 บาท/หุ้น ซึ่งเมื่อรวมเงินปันผลระหว่างกาล อัตราการจ่ายเงินปันผลในปี 68 จะอยู่ที่ 73% สูงกว่าสมมติฐานของเราที่ 67%

กลุ่มธุรกิจก๊าซมี EBITDA ลดลงมาอยู่ที่ 13,156 ล้านบาทในไตรมาส 4/68 ลดลง 6.4% จากไตรมาสก่อน จากผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวของธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซ (S&M) และธุรกิจโรงแยกก๊าซ (GSP) โดยไตรมาสนี้ บริษัทมีปริมาณขายก๊าซธรรมชาติรวมลดลง 3.1% จากไตรมาสก่อน เป็น 3,725 mmscfd แต่ยังค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาสก่อน เนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจาก GSP ช่วยชดเชยความต้องการก๊าซที่ลดลงของลูกค้าอุตสาหกรรม (ลูกค้ารายใหญ่หยุดซ่อมบำรุง)

ส่วนปริมาณขายให้กับผู้ผลิตไฟฟ้าลดลงเล็กน้อยหรือ 0.8% จากปีก่อน เพราะถึงแม้ว่าอุปสงค์จากโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) จะเพิ่มขึ้น แต่อุปสงค์จากการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลดลง ดังนั้นเมื่อรวมกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับต่ำ (ปรับช้ากว่าราคาตลาดสามเดือน) ซึ่งกดดันราคาก๊าซที่ขายให้กับลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ S&M จึงมี EBITDA ลดลง 25.6% จากไตรมาสก่อน เป็น 2,834 ล้านบาทในไตรมาส 4/68 ส่วนราคา PE (polyethylene) ที่ลดลงส่งผลให้ธุรกิจ GSP มี EBITDA ลดลง 13.8% จากไตรมาสก่อน แม้ว่าปริมาณขายอีเทนจะเพิ่มขึ้น 15.8% จากไตรมาสก่อน

ขณะที่ในทางกลับกัน ธุรกิจระบบท่อส่งก๊าซมี EBITDA เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในอัตรา 7.0% จากไตรมาสก่อน เป็น 7,518 ล้านบาทในไตรมาส 4/68 เนื่องจากปริมาณการจองเพิ่มขึ้นและค่าซ่อมบำรุง/ต้นทุนพลังงานลดลง ซึ่งหักลบกับ SG&A ที่สูงขึ้น

ส่วนธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมี EBITDA ในไตรมาส 4/68 ติดลบ 3,444 ล้านบาท เทียบกับ 1,598 ล้านบาทในไตรมาส 3/68 จากการรับรู้ขาดทุนจากการ mark-to-market สินค้าระหว่างการขนส่งและกำไรจากส่วนต่างราคาซื้อ (trading margin) ลดลง

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ปรับราคาเป้าหมายของ PTT ตามวิธี SOP ขึ้นเป็น 41 บาท หลังปรับลดสมมติฐานอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน และเพื่อให้สะท้อนราคาเป้าหมายที่สูงขึ้นของบริษัทย่อยในธุรกิจ E&P ต้นน้ำ/โรงกลั่น โดยคาดว่า PTT จะมีกำไรปกติเติบโตจากไตรมาสก่อน ในไตรมาส 1/69 เพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลดีต่อธุรกิจ E&P และ EBITDA ของ GSP จะเพิ่มขึ้นเมื่อ gas utility model มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 69

พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” PTT โดยมองว่าต้นทุนก๊าซนำเข้าน่าจะอยู่ในขาลง (สภาพอากาศอุ่นขึ้น) ขณะที่ยอดขายก๊าซของ GSP น่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าในปี 69 ดังนั้นมองว่าราคาหุ้นอาจปรับตัวสูงขึ้นหากต้นทุนก๊าซนำเข้าต่ำกว่าคาด ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ต่ำกว่าคาดของ GSP จะเป็น downside risk

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...