โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“มงคลกิตติ์” ร้องผู้ตรวจการฯ-ศาลปกครอง วินิจฉัยเลือกตั้ง’69 เสี่ยงขัดรธน. ส่อแววโมฆะ ย้ำพร้อมเลือกตั้งใหม่

WeR NEWS

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคทางเลือกใหม่ ได้เปิดเผยถึงการเดินทางมายื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้พิจารณาและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 2 ประเด็นหลักที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ประเด็นแรก เป็นกรณีการจัดทำบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจเสี่ยงเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 เพราะหากสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าใครลงคะแนนให้ผู้ใด ย่อมกระทบหลักการออกเสียงโดยตรงและลับที่เป็นเจตนารมณ์ตามรัฐธรรมนูญ แม้ กกต.จะยืนยันว่าไม่มีบุคคลใดตรวจสอบได้ นอกจากกรรมการที่เกี่ยวข้องก็ตาม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำชี้แจงจาก กกต.

ประเด็นที่สอง การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีการยกเลิกการลงคะแนนใน 3 หน่วยเลือกตั้ง จากกรณีฉีกบัตร 2 หน่วย และเหตุพายุอีก 1 หน่วย ก่อนสั่งจัดเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 โดยนายมงคลกิตติ์ เห็นว่าอาจเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 102 วรรค 2 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งต้องจัดให้แล้วเสร็จในคราวเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

นายมงคลกิตติ์ ระบุด้วยว่า กรณีดังกล่าวมีลักษณะคล้ายการเลือกตั้งปี 2557 ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการจัดเลือกตั้งไม่ครบทุกหน่วย พร้อมเสนอให้ กกต. ใช้เหตุการเลือกตั้งไม่ครบทั้ง 3 หน่วย เป็นเหตุวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเอง เพื่อยุติข้อพิพาทก่อนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยมองว่าจะเป็นแนวทางที่ปลอดภัยต่อคณะกรรมการ กกต. ส่วน กกต. จะดำเนินการหรือไม่นั้น “ก็แล้วแต่ กกต. แต่ท่านก็เตรียมรับผลของการกระทำด้วย”

นอกจากนี้ ในช่วงเช้าวันเดียวกัน นายมงคลกิตติ์ ยังได้ไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เพิกถอนระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2566 ในส่วนที่เปิดให้ลงคะแนนทางไปรษณีย์ โดยเห็นว่าเป็นการออกเสียงที่ไม่เป็นไปโดยตรงและลับ อาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 วรรค 2 และมาตรา 85 วรรค 1

นายมงคลกิตติ์ กล่าวถึงประเด็นนี้โดยได้ยกกรณีตัวอย่างอย่างน้อย 18 กรณี ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไลฟ์สดขณะลงคะแนน แม้ไม่ได้เปิดเผยหมายเลขผู้สมัคร แต่มีบุคคลอื่นอยู่ร่วมในสถานที่เดียวกัน อีกทั้งการส่งบัตรผ่านไปรษณีย์อาจเปิดช่องให้บุคคลภายนอกรับรู้หรือเข้าถึงข้อมูลได้ จึงมองว่าไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา เนื่องจากเห็นว่าหากนำคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ส่งทางไปรษณีย์มารวมคำนวณ อาจก่อให้เกิดความเสียหายยากแก่การเยียวยาภายหลัง โดยระบุว่าจะรอฟังคำสั่งศาลในช่วงบ่ายวันนี้

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า หากการเลือกตั้งถูกวินิจฉัยเป็นโมฆะ ตนก็พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ และเชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเช่นเดิม โดยยืนยันว่าการร้องเรียนครั้งนี้ดำเนินการในฐานะผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ และในฐานะประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง

นายมงคลกิตติ์ ยังเสนอให้มีการ “รีเซ็ต” การเลือกตั้งใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน แม้ต้องใช้งบประมาณราว 6,000 ล้านบาท ก็ถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับความโปร่งใสทางการเมือง พร้อมแนะนำให้ปรับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง เช่น เพิ่มบุคลากรดูแลหน่วยเลือกตั้ง และถ่ายทอดสดกระบวนการลงคะแนน เพื่อลดข้อครหาการทุจริตในอนาคต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...