อนาคตที่แลกด้วยความพินาศ เปิดยอดความเสียหายทรัพย์สินราชการ จาก ม็อบทะลุแก๊ส
หลังจากกลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อกลุ่ม ทะลุแก๊ส ประกาศนัดหมายเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ณ ลานหน้าหอศิลป์ ท่ามกลางบรรยากาศคุกรุ่นหลังการเลือกตั้งในพื้นที่ชลบุรี เขต 1 ที่ยังไม่ทันจางหาย ก่อให้เกิดกระแสความหวั่นวิตกไปทั่วว่ากลุ่มมวลชนสายป่วนกลุ่มนี้จะกลับมาสร้างรอยแผลให้กับบ้านเมืองอีกครั้ง เหมือนเช่น จุดเริ่มต้นของความโกลาหล ที่พวกเขาเคยฝากไว้ในช่วงกลางปี 2564
ภาพจำแห่งความพินาศปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นั้น ก่อนจะขยายตัวสู่ความรุนแรงรายวันที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความโกลาหลในนาม ม็อบทะลุแก๊ส ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณกลางปี 2564 ก่อนจะขยายตัวสู่ความรุนแรงรายวันที่กลายเป็นฝันร้ายของชาวดินแดงตลอดเดือนสิงหาคม เมื่อการชุมนุมที่อ้างว่าเพื่อประชาธิปไตยได้แปรสภาพเป็นการก่อจลาจลย่อย ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกค่ำคืน เมื่อยามค่ำคืนของปี 2564 ถึง 2565 คือ ช่วงเวลาแห่งความดุเดือด แยกดินแดงก็คือ สมรภูมิแห่งความไร้ระเบียบ ที่ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มมวลชนอิสระผู้ปฏิเสธการเจรจา แต่เลือกใช้ความรุนแรงบนท้องถนนเป็นอาวุธหลัก พวกเขาเปลี่ยนย่านที่พักอาศัยให้กลายเป็นพื้นที่อันตรายด้วยเสียงระเบิดปิงปองและประทัดยักษ์ที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่วบริเวณ
แฟ้มภาพ
กลุ่มทะลุแก๊สอาศัยช่องโหว่ของการเป็นกลุ่มไร้แกนนำ เพื่อปัดความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการสร้างสถานการณ์แบบ ป่วนแล้วหนี เปลี่ยนยุทธวิธีจากการเรียกร้องเป็นการคุกคามเจ้าหน้าที่รัฐและทรัพย์สินสาธารณะอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย การตอบโต้ด้วยพลุและวัตถุระเบิดชนิดต่าง ๆ ไม่ใช่เพียงเพื่อเผชิญหน้า แต่คือการจงใจสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายที่ทำลายความสงบสุขของบ้านเมืองอย่างสิ้นเชิง
แฟ้มภาพ
จากการรวบรวมข้อมูลผ่านสำนวนคดีและรายงานงบประมาณราชการ (ข้อมูลอัปเดตถึงปี 2569) พบมูลค่าความเสียหายและงบประมาณที่ถูกใช้ไปในภารกิจนี้อย่างมหาศาล เช่น
1. ยุทธโธปกรณ์และยานพาหนะ
แฟ้มภาพ
รถจีโน่ (ฉีดน้ำแรงดันสูง) ชำรุดหนัก 5 คัน งบประมาณซ่อมแซมพุ่งสูงถึง 47,080,000 บาท (เฉลี่ยคันละ 9.4 ล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกือบ 1 ใน 3 ของราคาซื้อใหม่
รถสายตรวจและรถจักรยานยนต์ รถกระบะเสียหายสะสม 20-30 คัน และมอเตอร์ไซค์อีกกว่า 50-70 คัน ทั้งจากการถูกเผาวอดและทุบทำลาย มูลค่าความเสียหายรวมเฉพาะกลุ่มนี้สูงถึง 20-35 ล้านบาท
รถบัสรับ-ส่งเจ้าหน้าที่ เสียหายเล็กน้อยถึงปานกลาง (กระจกแตก/พ่นสี) 10-15 คัน งบซ่อมรวมหลักแสนบาท
2. ทรัพย์สินสาธารณะรายชิ้น ความพังทลายของโครงสร้างพื้นฐาน (หมายเหตุ ตัวเลขนี้เป็นการประมาณการยอดสะสมตั้งแต่ช่วงปี 2564-2567 ที่ปรากฏในคำฟ้องแพ่ง)
แฟ้มภาพ
ป้อมตำรวจ/จราจร ถูกเผาวอดทั้งหลัง 5-8 แห่ง และเสียหายบางส่วนอีกกว่า 15 แห่ง งบก่อสร้างใหม่ต่อหลังอยู่ที่ 6 แสน - 1 ล้านบาท
ระบบควบคุมไฟจราจร (Controller Box) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาสูงถูกทุบทำลาย มูลค่าชุดละ 1.5 - 4 แสนบาท ไม่รวมหัวไฟ LED ที่เสียหายรายจุด
กล้อง CCTV ดวงตาของรัฐถูกทำลายไปกว่าร้อยตัว มูลค่ากล้องคุณภาพสูง (Security Grade) รวมอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เสียหายสะสมหลักสิบล้านบาท
3. งบดำเนินงานและอาวุธควบคุมฝูงชน ตร.จัดเต็มหลักร้อยล้าน
แฟ้มภาพ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้มีการตั้งงบประมาณและเบิกจ่ายเพื่อรับมือสถานการณ์นี้โดยเฉพาะ
งบจัดซื้ออาวุธและอุปกรณ์ เฉพาะปีงบประมาณ 2564 มีการจัดเตรียมงบกว่า 300 ล้านบาท สำหรับซื้อโล่ กระบอง หมวก แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง เพื่อทดแทนของเดิมและเสริมเขี้ยวเล็บให้หน่วย คฝ.
เบี้ยเลี้ยงและค่าอาหาร มีรายงานการเบิกจ่ายงบประมาณกว่า 191 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ค้างคืนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ดินแดง
แฟ้มภาพ
ตัวเลขความเสียหายทั้งหมดนี้ เมื่อนับรวมทั้งทรัพย์สินที่พังทลายและงบประมาณที่ใช้ในการควบคุมฝูงชนของ ม็อบทะลุแก๊สอาจพุ่งสูงเกินกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาษีจากประชาชนที่ถูกใช้ไปในสภาวะความขัดแย้ง แทนที่จะถูกนำไปใช้พัฒนาประเทศในด้านอื่นที่เกิดประโยชน์มากกว่า
แม้จะอ้างว่าทำไปเพื่ออนาคต แต่การเผาทำลายทรัพย์สินสาธารณะและป้อมจราจรกลับเป็นเพียงการระเบิดอารมณ์ที่ไร้ความรับผิดชอบ ทิ้งภาระงบประมาณหลายร้อยล้านบาทให้ประชาชนทั้งประเทศต้องตามเช็ดล้างด้วยเงินภาษีอย่างน่าเสียดายและไม่คุ้มค่า บาดแผลทางสังคมและคดีความที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเพดานที่ถูกปิดกั้น แต่คือราคาที่ต้องจ่ายจากการเปลี่ยนสนามการเมือง ให้กลายเป็นสมรภูมิความรุนแรงที่ทำลายบรรทัดฐานของสังคม รวมถึงทำลายความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนหาเช้ากินค่ำ ความเสียหายเหล่านี้สะท้อนว่า เสรีภาพที่ขาดการยับยั้งชั่งใจได้กลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างที่สร้างภาระผูกพันอย่างมหาศาล และสุดท้ายผู้ที่ต้องแบกรับราคาของความพินาศครั้งนี้ก็คือพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงนั้นเลย
แฟ้มภาพ
แฟ้มภาพ
แฟ้มภาพ
แฟ้มภาพ
แฟ้มภาพ
แฟ้มภาพ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก iLaw, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กองสรรพาวุธ และสำนักงานส่งกำลังบำรุง), สำนักงบประมาณ (สำนักนายกรัฐมนตรี), รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร