โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ชูวิทย์ฟาด “พรรคประชาชน” ปมสอดไส้คนสีเทา-ดีลตำแหน่ง แซะแรง “ใครแตะไม่ได้เป็นของขึ้น”

เดลินิวส์

อัพเดต 20 มกราคม 2569 เวลา 6.13 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ชูวิทย์“โพสต์เดือด “กินส้ม สอนน้อง” ตอกกลับ “วิโรจน์” และพรรคประชาชน หลังถูกขุดเรื่องเก่ามาตอบโต้ปมแฉข้อมูลสีเทาในพรรค ยันการพูดถึงดีล “บิ๊กโจ๊ก” หวังเตือนสติให้ทำเมืองใหม่จริงๆ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อแต่ใช้วิธีเดิมๆ พร้อมฝากถึงธนาธร-วิโรจน์ อย่าลืมรากเหง้าความผิดหวังของประชาชนที่เคยเลือกมา

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า กินส้มสอนน้อง

ในที่สุด พรรคการเมืองอย่างพรรคประชาชนก็ไม่ได้มีความแตกต่างจาก “พรรคการเมืองเก่า”
จากการออกมาตอบโต้พาดพิงในประเด็นต่าง ๆ พร้อมกล่าวหาว่าตนโจมตี และขุดเอาเรื่องเก่ามาป้ายสี

นายชูวิทย์ระบุว่า โดยความเป็นจริง การที่มีการเสนอหาตำแหน่ง สส. แล้วได้ตำแหน่งนั้น ไม่ได้ทำให้พรรคส้มเสียหายแต่อย่างใด และไม่เกี่ยวกับการตัดสินใจเลือกพรรคของประชาชน

ต้นตอของการพูดเรื่องนี้ มาจากประเด็น “สีเทา” ที่เกิดขึ้นภายในพรรคส้ม
หลังพิธีกรสอบถามกรณี สส. พรรคถูกตำรวจจับกุมในคดีเว็บพนัน ตนจึงเชื่อมโยงว่า
“พรรคส้มจะไปตรวจสอบเรื่องสีเทาได้อย่างไร ในเมื่อคนในพรรคเองก็ยังมีสีเทา ที่ผ่านมาข้อมูลสีเทามักได้มาจากโจ๊ก เพราะโจ๊กมีข้อมูลจำนวนมาก”

การแลกเปลี่ยนตำแหน่งไม่ใช่เรื่องเสียหายต่อพรรคส้มแม้แต่น้อย เพราะไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
ประสบการณ์ของโจ๊กมีมากมาย ถือเป็น “The Professional” ด้านตำรวจอย่างเหมาะสม

สิ่งที่นายวิโรจน์ควรทำคือการปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่การใช้ “วาทกรรม” มาตอบโต้
ซึ่งเป็นรูปแบบของ “การเมืองเก่า” ที่พรรคส้มประกาศว่าไม่ต้องการ

ในเมื่อพรรคส้มเสนอตัวเข้ามาบริหารประเทศในฐานะมืออาชีพ แต่กลับใช้วิธีการแบบข้างถนน จะถือว่าเหมาะสมหรือไม่
สุดท้าย พรรคส้มก็ไม่แตกต่างจากพรรคอื่น ๆ ที่ตนเองเคยวิจารณ์ว่าเป็นการเมืองแบบเดิม

ปากบอกต้องการสร้างการเมืองใหม่ แก้ปัญหาบ้านเมือง และไม่อยากให้สิ่งเก่า ๆ ที่ทำให้ประเทศเสียหายยังคงอยู่
แต่การใช้วิธีการเช่นนี้ จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้นตรงไหน

นายชูวิทย์ระบุว่า ตนจะไม่ตอบโต้นายวิโรจน์ และยังขอให้กำลังใจ
เพราะยังจำได้ว่าเคยไปชูมือให้กำลังใจในวันที่ได้รับชัยชนะเลือกตั้งอย่างเหนือความคาดหมาย ที่เสาชิงช้า กรุงเทพมหานคร
หลังจากนั้นก็ไม่เคยไปรบกวนอีกเลย

อย่างไรก็ตาม นายวิโรจน์และนายธนาธรมีสถานะทางการเมืองที่แตกต่างกัน
เวลาที่นายธนาธรไปเจรจาดีลต่าง ๆ ก็ไม่เคยพานายวิโรจน์ไปด้วย

วันหนึ่ง หากพรรคส้มได้เป็นรัฐบาล อย่าบอกว่านายวิโรจน์ทำงานการเมืองโดยไม่หวังตำแหน่ง เพื่อใช้ต่อยอดให้งานสำเร็จ

ตนเป็นเพียงราษฎรธรรมดา เดินดินกินข้าวแกง
จะด่าหรือกล่าวหาอย่างไร ก็ไม่กระทบต่อตนแต่อย่างใด
ไม่มีคะแนน ไม่ต้องการเรตติ้ง และไม่มีความปรารถนาในตำแหน่งใด ๆ อีกแล้ว
ตนพอแล้ว

แต่สำหรับนายวิโรจน์และพรรคส้ม ยังจำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ “การเมืองใหม่” ไว้ให้ดี

หากเห็นว่าสิ่งที่ตนพูดไม่จริง ก็ควรใช้เหตุผลมาหักล้าง
ดีกว่านำลีลาการเมืองรุ่นเก่ามาใช้ตอบโต้

อีกทั้งตนไม่เคยกล่าวว่า “พรรคส้มเลว”
อย่างที่ “อาจารย์ตือโป๊ยก่าย” พยายามแต่งเติมเรื่องเพื่อช่วยพรรคส้ม

บุคคลเหล่านี้ หากวันใดพรรคส้มได้เป็นรัฐบาล
จะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เข้ามาเสนอหน้าเรียงคิวขอตำแหน่ง

ที่ผ่านมา ตนเพียงพูดถึง “หลักการ” ที่บิดเบือนไปจากธรรมชาติของการเมือง
โดยเฉพาะการที่พรรคส้มเลือกสนับสนุนพรรคน้ำเงินให้มีอำนาจมาจนถึงวันนี้
ซึ่งทำให้ผู้ที่เลือกพรรคส้มรู้สึก “ผิดหวัง” รวมถึงตนเองด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...