โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เมื่อ ‘การนำหุ้นออกจากตลาด’ กำลังกลายเป็นธุรกิจใหม่ของโบรกเกอร์ไทย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 18 ม.ค. เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. เวลา 23.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ในอดีต การเติบโตของธุรกิจหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ไทย มักผูกติดอยู่กับบทบาทด้าน วาณิชธนกิจ(Investment Banking) โดยเฉพาะการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ผ่านกระบวนการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก(Initial Public Offering: IPO)

กระบวนการIPO ไม่ได้เป็นเพียงการระดมทุน แต่ยังเป็นการ“เล่าเรื่องการเติบโต” ของกิจการ ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และวิสัยทัศน์ในอนาคต เพื่อสร้างความสนใจจากนักลงทุน ส่งผลให้เกิดปริมาณการซื้อขาย(Volume) และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของโบรกเกอร์

อย่างไรก็ตาม บริบทของตลาดทุนไทยในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดหุ้นไทยเสียIPO คุณภาพไปตลาดอื่นฯ เช่นUS Singapore เเละHong Kong เพราะตลาดหุ้นไทยไม่สามารถทำหน้าที่หลักได้ตามที่สมควร

-บริบทใหม่ เมื่อการอยู่ในตลาดไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ได้แก่

  • สภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ หุ้นมีปริมาณการซื้อขายบางมาก บางช่วงแทบไม่มีธุรกรรม
  • ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน(Undervaluation) ตลาดไม่สะท้อนศักยภาพทางธุรกิจหรือมูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง
  • ความสนใจจากนักลงทุนสถาบันลดลง โดยเฉพาะหุ้นที่มีFree Float ต่ำ และไม่มีปัจจัยใหม่ดึงดูดความสนใจ

สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่คำถามเชิงกลยุทธ์ที่เริ่มเกิดขึ้นในหมู่ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนว่า

การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดไทยยังสร้างคุณค่าให้กิจการอยู่หรือไม่?”

-เหตุของการถอนหุ้นออกจากตลาดแบบสมัครใจ (Voluntary Delisting)

การเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดโดยสมัครใจ(Voluntary Delisting) ไม่ได้เป็นสัญญาณของความล้มเหลวทางธุรกิจเสมอไป หากแต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบริษัท โดยเหตุผลสำคัญที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ต้นทุนของการเป็นบริษัทจดทะเบียนสูง แต่ประโยชน์ลดลง

แม้บริษัทจะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่กลับไม่สามารถใช้ตลาดเป็นแหล่งระดมทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกันยังต้องแบกรับต้นทุนด้านการเปิดเผยข้อมูล การกำกับดูแล และการปฏิบัติตามกฎระเบียบในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

  • โอกาสในการซื้อกิจการกลับคืนในราคาที่ตลาดไม่สะท้อนมูลค่า

สำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่ ราคาหุ้นที่ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานอาจกลายเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นคืน และกลับมาถือครองกิจการในสภาพ“บริษัทเอกชน” ที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

  • ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของสภาพคล่อง

หุ้นที่มีFree Float ต่ำ และไม่ได้อยู่ในธีมการลงทุนที่ตลาดให้ความสนใจ มักประสบปัญหาสภาพคล่องเรื้อรัง ซึ่งยากต่อการแก้ไขในระยะสั้น แม้บริษัทจะมีผลประกอบการที่มั่นคงก็ตาม

-Delist อีกด้านที่เป็นมุมกลับของ IPO

หากการทำIPO คือการพาบริษัทออกสู่สาธารณะ การDelist ก็คือการพาบริษัท กลับสู่ความเป็นส่วนตัว

ทั้งสองกระบวนการไม่ใช่สิ่งที่ขัดแย้งกัน แต่เป็น การตัดสินใจในคนละช่วงของวัฏจักรชีวิตบริษัท(Corporate Life Cycle)

ในบางช่วง การอยู่ในตลาดทุนช่วยเร่งการเติบโต

แต่ในบางช่วง การออกจากตลาดอาจช่วยปลดล็อกมูลค่าและความยืดหยุ่นทางกลยุทธ์ได้มากกว่า

-โอกาสใหม่ของบล.ไทย วาณิชธนกิจด้านการถอนหุ้น

ภายใต้บริบทดังกล่าว การให้คำปรึกษาด้านการถอนหุ้นออกจากตลาด ไม่ว่าจะเป็นการทำTender Offer, การประเมินมูลค่ากิจการ หรือการออกแบบโครงสร้างธุรกรรม กำลังกลายเป็น โอกาสทางธุรกิจใหม่ของโบรกเกอร์

นี่ไม่ใช่ธุรกิจในภาวะถดถอย

แต่เป็นธุรกิจของการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ในตลาดทุนที่เติบโตช้าลง แต่มีความซับซ้อนมากขึ้น

และสำหรับโบรกเกอร์ที่สามารถปรับตัวได้ทัน การDelist อาจไม่ใช่เพียงทางเลือก

แต่คือ ทิศทางใหม่ของรายได้ฝั่งวาณิชธนกิจในอนาคต

อึ้งย้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...