ปี 68 'อาฟเตอร์ ยู' กำไรลดครั้งแรกรอบ 5 ปี กางแผนเปิดร้านเพิ่ม ลุยตะวันออกกลาง ปิดสาขาเขมรชั่วคราว
บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการปี 2568 มีรายได้จากการขาย 1,616 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าและวัตถุดิบ ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 204 ล้านบาท ลดลง 92 ล้านบาท หรือ “ลดลง 31%” จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้โดยเฉพาะรายได้จากร้านขนมหวานและเครื่องดื่ม ในขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สำหรับกำไรที่ลดดังกล่าว ยังถือเป็นการ“ลดลงครั้งแรกในรอบ 5 ปี” ด้วย
อย่างไรก็ตาม เดือนตุลาคม 2568 อาฟเตอร์ ยู มีการออกสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (Ready-to- Drink)“ชา อาฟเตอร์ ยู”(After You) ที่มีต้นทุนสูงกว่าสินค้าเดิมของบริษัทฯ เพราะเป็นการจ้างผลิต(OEM) ส่วนช่องทางขายมีทั้งหน้าร้านอาฟเตอร์ ยู และร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ทุกสาขา บริษัทยังต้นทุนสินค้าใหม่หลายรายการรวมถึงสินค้าสำหรับเทศกาลปีใหม่สูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าเดิม จึงมีผลต่อการทำกำไรขั้นต้นและกระทบต่อกำไรโดยรวมด้วย
ทั้งนี้ เมื่อดูรายได้รายธุรกิจ กลุ่มร้านขนมหวานและเครื่องดื่มมูลค่า 1,126 ล้านบาท ลดลง 174 ล้านบาท หรือลดลง 13% จากปี 2567 เนื่องจากการลดลงของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของร้านอาฟเตอร์ ยู ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนลูกค้าและยอดขายต่อบิลที่ปรับตัวลดลง และเจาะลึกไตรมาส 4 บริษัทมีรายได้จากการขายเท่ากับ 414 ล้านบาท ลดลง 19 ล้านบาท หรือลดลง 4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการลดลงของยอดขายสาขาเดิมของร้านอาฟเตอร์ ยู ขณะที่“กำไรสุทธิ” โตรมาส 4 เท่ากับ 34 ล้านบาท ลดลง 52 ล้านบาท หรือลดลงถึง 60% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ส่วนรายได้ธุรกิจอื่นๆล้วน “ลดลง” ดังนี้
-รายได้จากการขายและการจัดงานนอกสถานที่หรือ cathering ปี 2568 มีมูลค่า 43 ล้านบาท ลดลง 12 ล้านบาท หรือลดลง 22% จากปี 2567 เนื่องจากการลดลงของจำนวนบูธ และยอดขายต่อบูธ
-รายได้จากค่าธรรมเนียมแฟรนโชส์ ในปี 2568 มีมูลค่า 13 ล้านบาท ลดลง 6 ล้านบาท หรือลดลง 32% จากปี 2567 เนื่องจากรายได้ที่ลดลงจากส่วนแบ่ง ค่าธรรมเนียมในส่วนของแบรนด์อาฟเตอร์ ยู และมิกก้า (ร้านอาฟเตอร์ ยู สาขาฮ่องกง หยุดดำเนินธุรกิจในเดือนเมษายน ปี 2568 และ บริษัทฯ ยกเว้นส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากยอดขอยของสาขากัมพูชาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2568
ทั้งนี้ มีเพียงรายได้จากการขายสินค้าและวัตถุดิบในปี 2568 มีมูลค่า 434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 231 ล้านบาท หรือเพิ่มถึง 114% จากปี 2567 โดยมีสาเหตุมาจากการเติบโตของยอดขายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด โดยเฉพาะช่องทางร้านสะดวกซื้อ 7-11 ซึ่งเริ่มวางขายสินค้าในเดือนกรกฎาคม ปี 2567 และยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าเดิม โดยเฉพาะการบินไทย ซึ่งเริ่มเป็นลูกค้าตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2567
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 อาฟเตอร์ ยู มุ่งเน้นขยายสาขาร้านขนมหวานอาฟเตอร์ ยู จำนวน 5 สาขา ส่วนแบรนด์ลูกต่างๆ เช่น ร้านผลไม้ลูกก๊อจำนวน 15 สาขา และร้านกาแฟ Specialty จำนวน 3 สาขา โดยมุ่งเน้นการขยายสาขาไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว เมืองเศรษฐกิจสำคัญ อย่างหาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา รวมถึงย่านที่พักอาศัยที่มีกำลังซื้อและมีฐานลูกค้าจำนวนมากในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ส่วนแผนขยายการเติบโตไปยังต่างประเทศปี 2569 บริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสเติบโตในต่างประเทศเพิ่มเติมทั้งในรูปแบบการเปิดร้านขนมหวานอาฟเตอร์ ยู และการจำหน่ายสินค้าผ่านผู้แทนจำหน่าย เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการเซ็นสัญญาแฟรนไซส์กับพันธมิตรใน “เมืองดูไบ” ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อขยายการดำเนินธุรกิจสู่ตลาดตะวันออกกลาง ถือเป็นการกระจายความเสี่ยง เพราะตลาดต่างประเทศอย่างสถานการณ์ชายแทนไทยกัมพูชาที่ยังไม่คลี่คลาย สาขากัมพูชาจึงได้ทำการ “ปิดชั่วคราว” ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 แต่รายได้จากสาขาดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ
ด้านแนวโน้มตลาดธุรกิจบริการร้านอาหารไทยปี 2569-2572 คาดการณ์จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยด้านการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ความหลากหลายของพฤติกรรมผู้บริโภค และการพัฒนาแพลตฟอร์มบริการจัดส่งอาหารที่มีประสิทธิภาพ ปี 2568 มูลค่าตลาดธุรกิจบริการร้านอาหารอยู่ที่ 9.95 แสนล้านบาท และคาดการณ์ว่าระหว่างปี 2569 ถึง ปี 2572 จะเติบโตเฉลี่ยรายปีอยู่ที่ 4.9% ส่งผลให้ในปี 2572 ตลาดธุรกิจบริการร้านอาหารมีมูลค่าอยู่ที่ 1.15 ล้านล้านบาท