เศร้า ซึ้ง และงดงาม Sentimental Value หนังดีๆ ชิง 9 ออสการ์
เมื่อสถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์แห่งสหรัฐอเมริกาประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 98 ประจำปี 2026 ชื่อของภาพยนตร์จากนอร์เวย์อย่าง Sentimental Value (หรือในชื่อภาษาท้องถิ่นว่า Affeksjonsverdi) ไม่เพียงแต่ปรากฏในฐานะตัวเก็งในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทะยานเข้าชิงรางวัลใหญ่ถึง 9 สาขา
โดยทั้ง 9 สาขา นั้นได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม (โยอาคิม ทรีเออร์), นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (เรนาตา ไรน์สเว), นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (สเตลแลน สการ์สการ์ด), นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (ซึ่งเข้าชิงถึงสองคนคือ แอล แฟนนิง และ อิงกา อิ๊บส์ดอทเทอร์ ลิลลีออส), บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม และภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม
การกวาดสาขาสำคัญเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่านี่ไม่ใช่เพียง “หนังดี” ตามมาตรฐานเทศกาลภาพยนตร์ทั่วไป แต่เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่สั่นสะเทือนหัวใจคนดูทั่วโลก
หัวใจสำคัญของ Sentimental Value คือการกลับมาร่วมงานกันของทีมสร้างสรรค์ที่เคยพาภาพยนตร์เรื่อง The Worst Person in the World ไปถึงจุดสูงสุดมาแล้ว นำโดยผู้กำกับ “โยอาคิม ทรีเออร์W และมือเขียนบทคู่บุญอย่าง “เอสคิล โวกต์” โดยในครั้งนี้พวกเขาเลือกที่จะขุดลึกเข้าไปในบาดแผลทางอารมณ์ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม ผ่านเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งในกรุงออสโล
หนังบอกเล่าเรื่องราวของสองพี่น้อง “โนรา” (รับบทโดย เรนาตา ไรน์สเว) นักแสดงละครเวทีผู้เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองในใจ และ “แอกเนส” (รับบทโดย อิงกา อิ๊บส์ดอทเทอร์ ลิลลีออส) ที่ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับ “กุสตาฟ” (รับบทโดย สเตลแลน สการ์สการ์ด) พ่อผู้เป็นอดีตผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังผู้เห็นแก่ตัวและห่างเหินไปนานหลายปี หลังจากที่แม่ของพวกเธอเสียชีวิตลง และ “บ้าน” ของตระกูลที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนกำลังจะถูกจัดการ
ความน่าสนใจระดับ A-List ของหนังเรื่องนี้อยู่ที่การใช้ศิลปะภาพยนตร์ซ้อนทับเข้าไปในชีวิตจริง เมื่อ “กุสตาฟ” พยายามที่จะแก้ไขความสัมพันธ์ที่พังทลายกับลูกสาวด้วยการชวน “โนรา” มาแสดงในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขา ซึ่งเป็นบทที่เขาเขียนขึ้นจากประวัติอันเจ็บปวดของแม่ตัวเองที่ตัดสินใจจบชีวิตลงในบ้านหลังนั้นเอง
หนังพาเราไปสำรวจว่า “คุณค่าทางใจ” (Sentimental Value) ที่เรายึดเหนี่ยวไว้นั้น แท้จริงแล้วมันคือเครื่องเยียวยาหรือเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามเราไว้กับอดีตกันแน่ “โยอาคิม ทรีเออร์” ยังคงรักษาสไตล์ภาพที่ละเมียดละไม มีความเป็นธรรมชาติสูงแต่แฝงไปด้วยความหมายในทุกเฟรม โดยเฉพาะการทำให้ “บ้าน” ในเรื่องมีชีวิตขึ้นมาเสมือนเป็นตัวละครหนึ่งที่เก็บงำความลับและรอยร้าวของคนสามรุ่นเอาไว้
ในด้านการแสดง “เรนาตา ไรน์สเว” สามาถถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละคร “โนรา” ที่มีความก้ำกึ่งระหว่างความโหยหาความรักจากพ่อกับความเกลียดชังที่ฝังรากลึกนั้นทรงพลังจนยากจะละสายตา ขณะที่การแสดงของ “สเตลแลน สการ์สการ์ด” ในบทพ่อผู้เปราะบางแต่ทรงอิทธิพลนั้นก็นับว่าเป็นบทบาทที่ดีที่สุดในชีวิตการแสดงของเขา
ส่วนเซอร์ไพรส์ที่น่าทึ่งคือการปรากฏตัวของ “แอล แฟนนิง” ในบทนักแสดงสาวชาวอเมริกันที่ถูกดึงเข้ามาพัวพันกับโปรเจกต์ของกุสตาฟ ซึ่งเธอช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง “การแสดงตามบท” กับ “ความเจ็บปวดที่แท้จริง” ได้อย่างแหลมคม
บทภาพยนตร์ของ “เอสคิล โวกต์” และ “โยอาคิม ทรีเออร์” ยังคงความฉลาดเฉลียวในการเล่นกับภาษาและการสื่อสาร พวกเขาตั้งคำถามที่เจ็บแสบว่า ศิลปะสามารถล้างบาปให้ใครได้จริงหรือไม่ หรือมันเป็นเพียงการแสวงหาผลประโยชน์จากความเศร้าของคนใกล้ตัวเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับตนเอง หนังไม่ได้จบลงด้วยการประนีประนอมที่หวานเลี่ยน แต่ทิ้งพื้นที่ให้คนดูได้ทบทวนถึงความหมายของครอบครัวและความทรงจำ
Sentimental Value จึงเป็นภาพยนตร์ที่ร้อยเรียงทั้งความโศกเศร้า ความขบขันร้ายๆ และความหวังที่ริบหรี่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว มันคือบทพิสูจน์ว่าหนังภาษานอร์เวย์ที่พูดถึงประเด็นสากลอย่างความสัมพันธ์ในครอบครัวและการก้าวข้ามความเจ็บปวด สามารถครองใจนักวิจารณ์และผู้ชมในระดับโลกได้ และการเข้าชิงออสการ์ถึง 9 สาขาในครั้งนี้ ก็คือเครื่องยืนยันว่าผลงานของ “โยอาคิม ทรีเออร์” ชิ้นนี้มีคุณค่าเหนือกาลเวลาและคู่ควรแก่การถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โลกอย่างแท้จริง
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO