“ทนายอั๋น” ร้องผู้ตรวจการฯ สอบ “อนุทิน” ปมแต่งตั้ง “ธรรมนัส”
นายภัทรพงศ์ ศุภอักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) บัญชีสำรอง เพื่อขอให้ชี้แจงกรณีการใช้บัตรเลือกตั้งคนละชนิดในการเลือกตั้งใหม่วันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา
นายภัทรพงศ์ บอกว่า ส่วนตัวรู้สึกไม่สบายใจ เพราะได้ข่าวว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.และพรรคพวก คิดการใหญ่จะรับรองประกาศผลการเลือกตั้ง สส. ทั้งที่นับคะแนนไปได้เพียงแค่ 95% เท่านั้น อีกทั้งยังมีหลายประเด็นที่สังคมจับจ้อง โดยเฉพาะเรื่องบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่มีรูปแบบต่างจากเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีเลจที่บนต้นขั้วบัตร หมายความว่า การเลือกตั้งครั้งก่อนมีปัญหาใช่หรือไม่ เพราะสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า ใครเลือกใคร
แต่ต่อให้ไม่มีเลขที่บนต้นขั้วบัตรแล้ว กกต. ก็อาจเข้าข่ายกระทำความผิดฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ เนื่องจากในระเบียบของ กกต. ข้อที่ 129 กำหนดไว้ว่าจะต้องใส่ เพื่อป้องกันบัตรผี
ทั้งนี้ ในการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ที่เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ได้มีคนไปตั้งกล้องจับภาพตั้งแต่คนมาเลือกตั้งคนที่ 1 - คนที่ 308 ซึ่งอาจเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 85 พร้อมตั้งข้อสังเกต ไม่ว่า กกต. จะทำอะไร ก็ดูมีพิรุธไปเสียทั้งหมด อย่าง บัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ไม่รู้ว่าไปแอบทำ TOR กันตอนไหน
นอกจากนี้ นายภัทรพงศ์ ยังเตรียมเดินทางไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้วินิจฉัยและตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งอาจจะมีความบกพร่องหรือมีคุณสมบัติไม่สมบูรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
รวมถึงกรณีที่ นายอนุทิน นำชื่อตัวเองเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขากระโดง ซึ่งในวันที่ 20 เมษายนนี้ จะมีการเข้าไปรังวัดที่ดิน อีกทั้ง ยังใช้พื้นที่ถนนหลวงของ อบต.แห่งหนึ่งในอำเภอปากช่อง เป็นรันเวย์ขึ้นลงสนามบินส่วนตัวด้วย ซึ่งอาจเข้าข่ายเอื้อผลประโยชน์ธุรกิจของตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้จะขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป พร้อมกับขอให้ระบุตนเองไปเป็นพยานในชั้นพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญด้วย โดยจะเขียนคำร้องในฐานะภาคประชาชนแนบไปด้วย
นายภัทรพงศ์ ยังได้เชิญชวนประชาชน ให้มาร่วมกันแจ้งความเอาผิด กับนายแสวง และ กกต.ชุดปัจจุบัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 10.30 น. พร้อมฝากถึง ร.อ.ธรรมนัส ว่า ขอให้สู้ ๆ และอย่าไปยอม หากประกาศว่าจะเป็นฝ่ายค้านและจะล้มการเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้สกปรกไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตนเองจะร่วมหัวจมท้ายด้วย
ด้านกลุ่ม สว. สำรอง บอกว่า นับตั้งแต่มีการเลือก สว. ระดับประเทศไปเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 และ กกต. ได้รับรับรองผลการเลือก สว. เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ก็ได้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับ กระบวนการเลือกที่เข้าข่ายไม่สุจริต ซึ่งขณะนี้ผ่านมาแล้ว 1 ปี 6 เดือน 14 วัน หรือรวม 559 วัน กกต. กลับไม่เคยมีคำตอบให้กับกลุ่ม สว. สำรอง จึงตั้งข้อสังเกตว่า กกต. ต้องการยื้อเวลาคดี สว. จนกว่าถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ใช่หรือไม่ เพื่อจะได้ให้ สว. เลือก กกต. ใหม่แทนคนเก่า 2 คน ซึ่งก็จะส่งผลให้ กกต. กลายเป็นสีเดียวกันถึง 5 คน จากจำนวนทั้งหมด 7 คน แล้วจึงมาพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. ทั้งนี้ อยากให้ กกต. ปฎิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับสโลแกน สุจริต โปร่งใส เที่ยงและชอบด้วยกฎหมาย แต่ปัจจุบันนี้คำว่า “โปร่งใส“ กลับถูกตัดออกไปแล้ว.