โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่ารอให้วูบ! สัญญาณอันตราย “ฮีทสโตรก” ในวัย 45+

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แค่ไม่กี่วันแรก หลายคนคงสัมผัสได้ว่า ฤดูร้อนปีนี้ไม่ได้มาเล่นๆ ยิ่งมีการคาดการณ์ว่าอุณหภูมิสูงสุดในบางพื้นที่อาจพุ่งแตะ 43 องศาเซลเซียส การใส่ใจสุขภาพคือสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ .. ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส คือภัยเงียบที่อาจส่งผลถึงชีวิตโดยเฉพาะ “วัย 45+” คือกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ทำไมวัย 45+ เสี่ยงกว่าที่คิด

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายระบายความร้อนได้ช้าลง ความรู้สึกกระหายน้ำลดลงโดยไม่รู้ตัว หลายคนมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ หรือกำลังรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ

เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป ระบบควบคุมอุณหภูมิจะรวน อวัยวะสำคัญอย่างสมอง หัวใจ และไต อาจเริ่มเสียหายอย่างรวดเร็ว หากช่วยเหลือไม่ทัน อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

อาการเตือน

ฮีทสโตรก เริ่มจากสัญญาณเล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้าม

- ปวดศีรษะ หน้ามืด

- คลื่นไส้ อาเจียน

- เหงื่อออกมากผิดปกติ

- ใจสั่น อ่อนแรง

- กระหายน้ำจัด แต่ยิ่งดื่มกลับยิ่งเพลีย

สัญญาณอันตราย

- ตัวร้อนจัด ผิวแดง

- เหงื่อหยุดออก

- พูดจาสับสน เดินเซ

- ชัก หรือหมดสติ

- จุดนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องรีบช่วยเหลือทันที

“รับมือ” ก่อนลุกลาม

หากเริ่มรู้สึกผิดปกติขณะอยู่กลางแจ้ง

- หยุดกิจกรรมทันที และรีบเข้าที่ร่มหรือห้องปรับอากาศ

- คลายเสื้อผ้า เพื่อช่วยระบายความร้อน

- จิบน้ำเย็นหรือน้ำเกลือแร่ช้า ๆ

- ใช้ผ้าเย็นประคบบริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ

** ข้อสำคัญ ห้ามดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มหวานจัด เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น

ปฐมพยาบาลเมื่อผู้ป่วยหมดสติ

หากพบผู้ป่วยตัวร้อนจัดและหมดสติ โทร. 1669 ขอความช่วยเหลือทันที

- ตรวจดูการหายใจ หากไม่หายใจและมีทักษะ ให้เริ่มทำ CPR

- ลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุด ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว เปิดพัดลมเป่า หรือประคบจุดสำคัญ

- จัดให้นอนตะแคง ป้องกันการสำลัก

- ห้ามป้อนน้ำ หากผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว

- ทุกนาทีมีค่า เพราะอุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจทำลายอวัยวะสำคัญอย่างถาวร

ป้องกันดีกว่ารักษา

การดูแลตัวเองในหน้าร้อนอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ช่วยชีวิตได้จริง

- ดื่มน้ำสม่ำเสมอ แม้ไม่รู้สึกกระหาย

- เลี่ยงแดดจัดช่วง 11.00–15.00 น.

- สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี

- หากต้องทำงานกลางแจ้ง ควรพักเป็นระยะ

- ผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์เรื่องการดูแลตัวเองในช่วงอากาศร้อน

… อย่ารอให้วูบกลางแดด เพราะบางครั้งความประมาทเพียงไม่กี่นาที อาจต้องแลกด้วยทั้งชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...