ส่อง”ซุ้มบ้านใหญ่”สีน้ำเงิน ลุ้นเก้าอี้ รมต.
โฉมหน้ารัฐบาลใหม่ ภายใต้การนำของค่ายสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย "อนุทิน ชาญวีรกุล" จะเป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 เริ่มชัดจนมากขึ้น แม้จะยังไม่ชัดว่าตัวเลขสมการการเมืองจะจบที่ 300 เสียง หรือ เพิ่มเป็น 322 หรืออาจจะพุ่งเป็น 358 แต่เค้าลางหน้าตาคณะรัฐนตรีชุดใหม่ ในพรรคสีน้ำเงิน ก็ไม่น่าเปลี่ยนแปลงไปจากชุดปัจจุบันมากนัก เพราะตอนหาเสียง ก็ประกาศชัดแล้วจะมีคนนอก 3 คน ซึ่งเป็นตัวหลัก จะอยู่ในตำแหน่งรองนายกฯ และควบกระทรวงสำคัญ คือ"สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว-เอกนิติ นิติฑัณฑ์ประภาส-ศุภจี สุธรรมพันธ์" รวมถึง "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ"ได้ไปต่อรองนายกฯฝ่ายกฏหมาย เท่ากับโควตาเก้าอี้ที่จะเหลือให้คนในพรรค มีค่อนข้างจำกัดพอสมควร เพราะต้องแบ่งให้พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาลอันดับ 2 ในอัตราส่วน 10 ต่อ 1
"นายกฯหนู" เคยพูดไปแล้วว่า "ภูมิใจไทย" มีมุ้งเดียว คือ "มุ้งอนุทิน" ไม่ให้มีมุ้งอื่น นั่นคือการส่งสัญญาณเพื่อปรามไม่ให้มีการรวมกลุ่มเพื่อต่อรอง แต่ในความเป็นจริง มันห้ามไม่ได้ และเป็นไปไม่ได้ตอนนี้ ยังมีการพูดเลยว่า มี"ภูมิใจไทยเลือดแท้" กับ"เลือดผสมผู้มาใหม่" โดยกลุ่ม "น้ำเงินเลือดแท้ กลุ่มแรก" ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน เป็นสายตรง "ครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ" บ้านใหญ่บุรีรัมย์ นั่นเองซึ่งกลุ่มนี้ กวาด สส.อีสานเข้ามาได้ถึง 64 คน แบ่งเป็นกลุ่มก้อน และมีแกนนำของตัวเองอีกชั้นหนึ่ง อาทิ"ทรงศักดิ์ ทองศรี-โสภณ ซารัมย์-ปกรณ์ มุ่งเจริญพร-ไตรศุลี ไตรสรณกุล-สุขสมรวย วันทนียกุล"ซึ่งแต่ละกลุ่มย่อย ก็น่าจะได้ 1 ตำแหน่งเป็นรางวัล
เช่นเดียวกับเลือดแท้กลุ่ม 2 "สายใต้" ที่มี "พิพัฒน์ รัชกิจประการ" ที่กวาด สส.เข้ามาได้ถึง 31 คน การันตีตำแหน่งรองนายกฯ ของ"พิพัฒน์"ค่อนข้างแน่นอนแล้ว ส่วนเครือข่าย จะได้อีกกี่เก้าอี้
ต้องรอลุ้นกันอีกที่ เช่นเดียวกับเลือดแท้ กลุ่ม 3 "บ้านใหญ่อุทัยธานี" นำโดย"ชาดา ไทยเศรษฐ์" ซึ่งกวาด สส.เป็นกอบเป็นกำ ทั้งภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันตก รวมๆเกือบ 40 คนก็น่าจะการันตีตำแหน่งของ "ซาบีดา"ได้เป็นอย่างดี
รวมถึง บ้านใหญ่ "อยุธยา" ของสุรศักดิ์ เจริญพันธ์วรกุล "บ้านใหญ่อ่างทอง" "ภราดร-กรวีร์ ปริศนานันทกุล" ก็รวมอยู่ในกลุ่มเลือดแท้นี้ด้วย
ส่วนกลุ่มบ้านใหญ่น้ำเงินเลือดใหม่ หรือกลุ่มที่มาใหม่ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เริ่มจาก ที่ย้ายมาจากชาติไทยพัฒนา คือ "กลุ่มสุพรรณบุรี" มี "วราวุธ ศิลปอาชา" เป็นผู้นำ และมี "บ้านใหญ่สะสมทรัพย์" จากนครปฐม รวมอยู่กลุ่มนี้ด้วย เบ็ดเสร็จทั้งแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ มี สส.กว่า 10 คน และการขนมาทั้งพรรค ย่อมต้องได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากๆแน่นอน
กลุ่มต่อมา ของ "สุชาติ ชมกลิ่น กับ ธนกร วังบุญคงชนะ" กลุ่มนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะหอบหิ้วออกมาจากรวมไทยสร้างชาติ ตั้งแต่เมื่อครั้งตั้งรัฐบาล "อนุทิน เสียงข้างน้อย" รอบนี้
พากันเข้าสภากลับมาได้ เกือบ 20 คน 2 เก้าอี้รัฐมนตรีคงไม่พลาด เช่นเดียวกับ "ซุ้มมะขามหวาน" ของ "สันติ พร้อมพัฒน์" ว่า สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 4 นำทีม กวาดยกจังหวัดเพชรบูรณ์
ก็ไม่น่าพลาดตำแหน่งด้วยเช่นกัน
ต่อกันที่กลุ่ม "ศิษย์เก่าสีฟ้า" ที่มี "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 7 เป็นแกนนำ ขุมกำลังหลักอยู่ที่ "ชุมพร-พิษณุโลก-สุราษฏร์ธานี และ แพร่" รวมๆ ประมาณ 9-10 คน
น่าจะการันตี 1 ตำแหน่งให้กัวหน้ากลุ่มได้ ปิดท้ายคือกลุ่มทุนใหม่ ที่มี "สันติ ปิยะทัต" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กับ "ทวี สุระบาล" ว่าที่ สส.ตรังเขต 2 ที่ทำผลงานไม่เข้าเป้า ได้มา แค่ 5 ที่นั่ง
จากการส่งผู้สมัคร 17 คน โอกาสได้เก้าอี้เหมือนเดิมคงยากพอสมควร
จะเห็นได้ว่า ภูมิใจไทย ที่กวาดมา 193 ที่นั่ง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีหลายกลุ่มก้อนมารวมกัน ทำให้พรรคโตไว ดังนั้น หากบริหารจัดการ จัดสรรเก้าอี้ไม่ดี ไม่ลงตัว ก็อาจเกิดแรงกระเพื่อม
เหมือนที่เคยเกิดขึ้น กับพลังประชารัฐ แต่"ภูมิใจไทย"มีประสบการณ์ เป็นพรรคร่วมมาหลายสมัย "อนุทิน และกุนซือใหญ่" น่าจะเข้าใจถึงปัญหานี้ และน่าจะมีแนวทางในการรับมือเป็นอย่างดี
เพราะที่ผ่านมา ค่ายสีน้ำเงิน ไม่เคยมีปัญหาแย่งเก้าอี้กันเลย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews