โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

BYD ประกาศฮุบ ‘คิงส์ฟอร์ด’ กางแผนปรับโครงสร้างใหญ่ สู่โฮลดิ้งเต็มตัว

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สะเทือนวงการโบรกเกอร์ เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD มีมติปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ด้วยการเข้าซื้อกิจการของบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ KFS พร้อมวางกลยุทธ์การโอนกิจการบางส่วน (PBT) เพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) อย่างเต็มรูปแบบ

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 บอร์ด BYD ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติแผนการเข้าลงทุนใน KFS ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และที่ปรึกษาทางการเงินชั้นนำ

การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพันธมิตรทางธุรกิจ แต่คือการ “Synergy” เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายส่วนแบ่งการตลาดในระยะยาว

ทั้งนี้ ก่อนการเข้าลงทุน BYD จะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กลุ่ม KFS เพื่อสร้างเสถียรภาพ โดยให้เงินกู้ยืมแก่ KFH (บริษัทแม่ของ KFS) จำนวน 30 ล้านบาท โดยใช้หุ้น KFS สัดส่วน 90% เป็นหลักประกัน

จากนั้นให้เงินกู้ยืมด้อยสิทธิแก่ KFS วงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท เพื่อรักษาระดับเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC) และอัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) ของ KFS ให้เป็นไปตามเกณฑ์

ส่วนกระบวนการเข้าลงทุนครั้งนี้ BYD วางแผนดำเนินการอย่างเป็นระบบแบ่งเป็น 2 ระยะสำคัญ มูลค่ารวมกว่า 374.56 ล้านบาท เพื่อให้ KFS มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ BYD ดังนี้

  • ขั้นที่ 1: การเข้าซื้อหุ้นสามัญเดิม BYD จะเข้าซื้อหุ้น KFS จากบริษัท คิงส์ฟอร์ด โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KFH จำนวน 850.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 90% ในราคาหุ้นละ 0.04404 บาท ซึ่งจะทำให้ KFS เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทย่อยของ BYD ทันที
  • ขั้นที่ 2: การลงทุนในหุ้นเพิ่มทุน ภายหลังเป็นบริษัทย่อย KFS จะดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนตามสัดส่วน (RO) โดย BYD จะใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนอีก 7,654.50 ล้านหุ้น ในราคาเดียวกัน เพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นที่ 90% และเสริมความแข็งแกร่งด้านฐานเงินทุนให้แก่ KFS

ภายหลังจาก KFS กลายเป็นบริษัทย่อยแล้ว BYD จะดำเนินการปรับโครงสร้างภายในกลุ่ม โดย BYD จะโอนสินทรัพย์ หนี้สิน พนักงาน ระบบงาน และบัญชีลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับ "ธุรกิจหลักทรัพย์" ทั้งหมดไปไว้ที่ KFS และ KFS จะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ให้แก่ BYD เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการรับโอนกิจการ ซึ่งจะทำให้ BYD ถือหุ้นใน KFS เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 95%

เมื่อธุรกรรมทั้งหมดเสร็จสิ้น BYD จะเปลี่ยนไปประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมี KFS เป็นบริษัทแกน (Flagship Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ จากนั้น BYD จะคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ให้แก่สำนักงาน ก.ล.ต. แต่จะยังคงเก็บใบอนุญาตที่ปรึกษาทางการเงินไว้เพื่อดำเนินงานภายใต้ BYD ต่อไป

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าว ต้องได้รับมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง โดยที่งบการเงินของ KFS ต้องได้รับการตรวจสอบแบบไม่มีเงื่อนไข (Unqualified Opinion) และได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ

คาดว่าจะจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 1 เมษายน 2569 และธุรกรรมทั้งหมดคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายใน ไตรมาสที่ 2 ของปี 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...