โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กกต.ฝ่าคดี‘เลือกตั้งโมฆะ’ ไฟเขียวการเมือง ‘ตั้งรัฐบาล’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในที่สุด วานนี้ (25 ก.พ.) ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติประกาศ รับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต จำนวน 396 คนไปเรียบร้อยแล้ว เป็นไปตามกฎหมายคือ การประกาศรับรองผลไม่เกิน 95% หรือไม่น้อยกว่า 380 เขต จาก 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ

แม้ว่าในบรรดา สส.เหล่านี้ จะมีบางคนเผชิญปัญหาข้อร้องเรียน ในบางเขตก็ปล่อยไปก่อน เพราะยังสามารถสอบสวนข้อร้องเรียน และพิจารณาให้ใบเหลืองใบแดงหรือไม่ทีหลังก็ได้

หลังจากนั้นในสัปดาห์ต้นเดือน มี.ค.จะรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน จากนั้น ภายใน 15 วันหลังประกาศรับรอง สส. 95-100% เพื่อไปสู่ขั้นตอน เปิดประชุมสภา เพื่อเลือกประธานรัฐสภาต่อไป ซึ่งตามไทม์ไลน์น่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือน มี.ค.เป็นต้นไป

ทั้งนี้ภายหลัง กกต.ประกาศรับรองผล 396 สส.ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ กกต.มาจัดเตรียมสถานที่ในการรับใบรับรอง สส. ที่ห้องประชุม 201 แล้ว เพื่อเปิดใช้เป็นห้องรับใบรับรอง ให้ “สส.ป้ายแดง” เข้ามารับหนังสือรับรองที่สำนักงาน กกต. ระหว่างวันที่ 26-27 ก.พ. และ 2-6 มี.ค.นี้ เพื่อนำไปยื่นต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

สำหรับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนนั้น สำนักงาน กกต.เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนราว 113 เรื่อง แบ่งเป็นมีผู้ร้องเรียน 99 เรื่อง และความปรากฏแก่ กกต.อีก 14 เรื่อง โดยมีการพิจารณาของ กกต.ประจำจังหวัด และเลขาธิการ กกต.เพื่อสั่งรับคำร้องให้ดำเนินการไต่สวนเป็นสำนวนแล้วอย่างน้อย 39 เรื่อง

โดยพบว่า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการหาเสียง โดยการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร ตามมาตรา 73 (5) แห่ง พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. จำนวน 68 เรื่อง ถือว่าเยอะที่สุด ขณะที่การกระทำผิดเกี่ยวกับการซื้อเสียง ตามมาตรา 73 (1) มีจำนวน 31 เรื่อง ส่วนข้อกล่าวหาอื่น ๆ กระจายกันไป

ขั้นตอนการไต่สวนเรื่องกล่าวหาร้องเรียนของ กกต.หลังจากนี้คือ

1.เมื่อจัดทำสำนวนร้องเรียนเสร็จ โดยจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน จะส่งเรื่องมาสู่ กกต.ประจำจังหวัดเพื่อจัดทำความเห็นเพิ่มเติม โดยใช้เวลาไม่เกิน 60 วัน ก่อนจะส่งกลับไปยังสำนักงาน กกต.ส่วนกลาง ผ่านศูนย์รับจ่ายสำนวนจำนวน 5 ศูนย์ หลังจากนั้นจะจัดทำความเห็นถึงเลขาธิการ กกต.

2.เมื่อเลขาธิการ กกต.มีความเห็นแล้ว สำนวนจะเข้าสู่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาชี้ขาดหรือข้อโต้แย้ง ซึ่ง กกต.แต่งตั้งไว้จำนวน 35 คณะ เพื่อช่วยพิจารณาสำนวน โดยใช้เวลาไม่เกิน 90 วัน ก่อนเสนอที่ประชุม กกต.พิจารณาลงมติ รวมทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 240 วัน หรืออย่างช้า 8 เดือน

แต่เงื่อนปมสำคัญที่หลายฝ่ายมองว่าอาจทำให้การ “เลือกตั้งโมฆะ” คือกรณี “บัตรเลือกตั้ง” ที่ปรากฏ “คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด” ส่อทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เป็นไปโดยตรงและโดยลับ ตามเจตนารมณ์แห่งมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งกรณีนี้ แม้แต่ 2 ซือแป๋นักกฎหมายใหญ่อย่าง “วิษณุ เครืองาม” อดีตรองนายกฯฝ่ายกฎหมาย เจ้าของฉายา “เนติบริกรครุฑ” และ “จรัญ ภักดีธนากุล” ยังให้ความเห็นในทำนองว่า การเลือกตั้ง 69 ที่ผ่านมา อาจไม่เป็นไปโดยลับ

ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมา ภาคประชาชน องค์กรเคลื่อนไหวทางการเมือง และพรรคการเมืองบางพรรค เช่น พรรคประชาชนระดมพลสังเกตการณ์ “จับผิด” การเลือกตั้ง 8 ก.พ. อ้างว่า เมื่อมีการสแกนบาร์โค้ดดังกล่าว สามารถสืบไปถึง “ต้นขั้วบัตร” เมื่อดูพร้อมกับ “รายชื่อผู้มีสิทธิ” ที่อยู่หน้าหน่วยเลือกตั้ง เมื่อประกอบ “จิ๊กซอว์” 3 ส่วนเข้าด้วยกัน อาจทำให้รู้ชื่อบุคคลที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งใน “บัตรเลือกตั้ง” ใบดังกล่าวได้ว่าเป็นของใคร

แม้ว่าที่ผ่านมา กกต.จะพยายามชี้แจงหลายครั้ง ยืนยันว่า “ทางทฤษฎี” อาจเป็นไปได้ แต่ใน “ทางปฏิบัติ” แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าหากเกิดขึ้นจริง แสดงว่าเป็น “คนใน” และต้องเป็นการทุจริตครั้งมโหฬาร เพราะการจัดเก็บ “บัตร-ต้นขั้ว-รายชื่อผู้มีสิทธิ” ได้แยกกระจายกันเก็บไว้คนละสถานที่ปลอดภัย ไม่มีใครมีสิทธิไปเปิดได้ ยกเว้นมีคำสั่งจากศาลเท่านั้น

ทว่า “กูรูกฎหมายหัวใส” บางคน มองว่า การยืนยันในทางทฤษฎี คือข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ว่า “บาร์โค้ด” ดังกล่าว สามารถสืบค้นไปยังตัว “ผู้กา” ได้จริง อาจส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นไปโดยลับตามมาตรา 85 แห่งรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงอาจเข้าข่าย “เลือกตั้งโมฆะ” ได้

ปัจจุบันทั้งภาคประชาชน และพรรคการเมือง เคลื่อนไหวยื่นคำร้องเพื่อ “เอาผิด” กับ กกต.และเรียกร้องให้มีการจัดเลือกตั้งใหม่แล้ว สามารถสรุปออกได้ 2 ส่วน คือ

1.กรณียื่นฟ้อง กกต.เอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นำโดยพรรค ปชน.นัดหมายดีเดย์ 26 ก.พ.นี้ จะไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นอกจากนี้ยังมีภาคประชาชน ได้ยื่นฟ้องในประเด็นนี้เช่นกัน โดย 17 มี.ค. 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ จะนัดตรวจคำฟ้อง

2.กรณีภาคประชาชน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือถึง กกต.ค้านการรับรองผลการเลือกตั้งครั้งนี้ และให้จัดการออกเสียงเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ แต่เมื่อ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เท่ากับว่า การจัดเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ คงไม่เกิดขึ้นแน่นอนแล้ว

3.ภาคประชาชน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และนักการเมืองบางพรรค ยื่นคำร้องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาส่งคำวินิจฉัยไปศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาสั่งให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ และบางส่วนยื่นฟ้องศาลปกครอง ขอคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้ประกาศผลการเลือกตั้ง นำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ปัจจุบันเรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดิน สั่งการให้ กกต.ชี้แจงปม “บาร์โค้ด” ภายใน 15 วัน เบื้องต้น กกต.ได้ยื่นขอขยายระยะเวลา โดยผู้ตรวจการแผ่นดิน ขีดเส้นตายต้องแจงภายใน 27 ก.พ.นี้

ดังนั้น ใน 3 ประเด็นข้างต้น ยังเหลือลุ้นอยู่ 2 คำร้องคือ

1.กรณีเอาผิดทางอาญา กกต.ทั้งคณะ และผู้บริหารสำนักงาน กกต.ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลือกตั้ง 69

2.กรณีลุ้นการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยชี้ขาดให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่

ขณะที่ล่าสุด วันเดียวกันนี้(25ก.พ.) ภาคประชาสังคม นำโดยคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) ได้รวมตัวกันเพื่อพิสูจน์ประเด็นความไม่โปร่งใสของบัตรเลือกตั้ง 69 พร้อมทั้งเตรียมจัดการเลือกตั้งจำลอง เพื่อพิสูจน์การลงคะแนน“ไม่ลับ” พร้อมทั้งร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง การตรวจสอบ กกต. ข้อเสนอและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปองค์กรอิสระ

โดยอดีต กกต.“สมชัย ศรีสุทธิยากร” เตรียมสาธิตการเลือกตั้งจำลอง ในวันที่ 4 มี.ค. ด้วยการใช้บัตรเลือกตั้งจำลอง มีรูปร่างคล้ายบัตรเลือกตั้งของ กกต. จากนั้นจะตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญ และตัวแทนนักเรียน นักศึกษา เพื่อถอดรหัสว่า บัตรเลือกตั้งแต่ละใบเป็นของใคร เพื่อพิสูจน์ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นไปโดยลับ

ทว่า ก่อนหน้าที่ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งล็อตแรก 396 สส.เขต ได้พิจารณาฉากทัศน์ดังกล่าวไว้แล้ว โดยในประเด็น“คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด” ที่มีหลายฝ่ายยื่นฟ้องร้องในศาลนั้น กกต.เชื่อว่า การพิจารณาของศาลจะใช้เวลาพอสมควร หากรอให้ศาลพิจารณาเสร็จ ก่อนประกาศรับรองผล สส.จะไม่เป็นผลดี เนื่องจากไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาบริหารบ้านเมือง

นอกจากนี้ กกต.ยังเชื่อมั่นว่าการที่มีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด และรหัสเลข 9 ตัว ในส่วนของเล่มที่ …. เลขที่ …. บนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่หลายฝ่ายมองว่าทำให้สามารถสอบย้อนกลับได้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นใคร และลงคะแนนให้ใครนั้น จนถึงวันนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ย้อนกลับไปได้อย่างที่กล่าวอ้าง การเลือกตั้งจึงยังเป็นไปโดยตรงและลับ ตามนัยมาตรา 85 แห่งรัฐธรรมนูญปี 2560

ส่วนการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา แม้ปรากฏบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่ปรากฏรหัส 9 ตัว ที่ต้นขั้วนั้น มีรายงานว่า กกต.ใช้เทคนิคพิเศษในการจัดพิมพ์ โดยรหัสต่าง ๆ ยังคงมีเหมือนบัตรเลือกตั้งที่ใช้วันที่ 8 ก.พ. ดังนั้นการจัดพิมพ์บัตรใหม่ดังกล่าว จึงไม่ขัดต่อระเบียบ กกต. ข้อที่ 129 ทำให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ถูกสั่งให้เป็นโมฆะ

ประเด็นที่น่าสนใจ สำนักงาน กกต.กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอที่ประชุม กกต.เห็นชอบให้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งในการออกเสียงลงคะแนนใหม่เมื่อวันที่ 22 ก.พ. โดยมีการซูมถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งเพื่อดูว่ามีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดหรือไม่ ก่อนนำมาถอดรหัสหาความเชื่อมโยงว่า สามารถสอบย้อนกลับไปยังผู้มาใช้สิทธิที่เป็นเจ้าของบัตรเลือกตั้งนั้นได้หรือไม่

เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการ มีการแบ่งงานกันทำ มีความตั้งใจจะให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ อีกทั้งยังเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ด้วย

ส่วนปัญหาบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ หรือที่เรียกว่า “บัตรเขย่ง” นั้น จากที่สำนักงาน กกต.ได้ตรวจสอบตามรายงานผลการนับคะแนน สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ (สส. 5/18 และ สส. 5/18 บช.) พบว่า มีการเขย่งจริงอยู่ที่หลักร้อยบัตร ในกว่า 50 หน่วย โดยหลายหน่วย กกต.ได้มีการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ และออกเสียงลงคะแนนใหม่แล้ว ประกอบกับเห็นว่าเมื่อ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ความสนใจของสังคมก็จะเปลี่ยนไปที่การจัดตั้งรัฐบาลแทน

ทั้งหมดคือความเคลื่อนไหวของ กกต.ในปมเสี่ยงต่าง ๆ ที่มีการประเมินฉากทัศน์ และงัดข้อกฎหมาย-ระเบียบสำนักงานฯ มารองรับไว้หมดแล้ว ทำให้เชื่อได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ “ไม่โมฆะ” นำไปสู่การปูทางจัดตั้ง “รัฐบาลบาร์โค้ด” ที่มี “ขั้วน้ำเงิน” กำลังรวบรวมเสียงอยู่ในตอนนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...