Nvidia ยังขายชิป AI ในจีนไม่ได้ แม้สหรัฐไฟเขียว หวั่นคู่แข่งจีนแซง
Nvidia ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐ เผยยังไม่สามารถสร้างรายได้จากการขายชิปให้จีนได้ แม้รัฐบาลวอชิงตันจะผ่อนคลายข้อจำกัดบางส่วน ท่ามกลางการแข่งขันเทคโนโลยีระหว่างสองชาติมหาอำนาจที่ทวีความเข้มข้น ขณะเดียวกันบริษัท AI จีนกำลังไล่กวดผ่านการระดมทุนในตลาดหุ้นและการพัฒนาเทคโนโลยีต้นทุนต่ำ
วันที่ 26 ก.พ.2569 สำนักข่าว ซีเอ็นบีซี รายงานว่า โคเล็ตต์ เอ็ม. เครสส์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของ Nvidia ระบุในการประชุมนักวิเคราะห์ว่า แม้รัฐบาลสหรัฐจะอนุมัติให้ส่งออกชิป H200 บางส่วนให้ลูกค้าในจีน “แต่บริษัทยังไม่สามารถรับรู้รายได้ใด ๆ” พร้อมยอมรับว่ายังไม่แน่ชัดว่าการนำเข้าชิปเข้าสู่จีนจะได้รับอนุญาตต่อไปหรือไม่
ก่อนหน้านี้ จีนเคยสร้างรายได้อย่างน้อย 20% ให้กับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ของNvidia
มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา บีบให้ Nvidiaต้องพัฒนาชิปรุ่นลดประสิทธิภาพสำหรับตลาดจีนในชื่อ H20 ก่อนที่กฎใหม่เมื่อเดือนเมษายนปีก่อนจะสั่งระงับการขาย ต่อมาในเดือนธันวาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯอนุญาตให้บริษัทส่งออกชิปรุ่น H200 ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าไปยังจีนได้ โดยมีเงื่อนไขว่าสหรัฐจะได้รับส่วนแบ่ง 25% ของยอดขาย
อย่างไรก็ดี ยอดขายยังคงชะงัก ท่ามกลางกระแสข่าวการตรวจสอบด้านความมั่นคงจากทั้งสหรัฐและจีน แม้ว่า เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia จะเดินหน้าล็อบบี้ในกรุงวอชิงตัน และเดินทางเยือนจีนเมื่อต้นปีนี้ก็ตาม
ศึก AI โลกเดือด
Nvidiaยังเตือนนักลงทุนถึงแรงกดดันจากคู่แข่งจีน โดย เครสส์ ระบุว่า บริษัทจีนที่ได้รับแรงหนุนจากการทำ IPO ระยะหลัง กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว และมีศักยภาพจะเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม AI โลกในระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐสนับสนุนให้นักพัฒนาและภาคธุรกิจทั่วโลก รวมถึงในจีน ใช้เทคโนโลยีอเมริกัน
ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บริษัทผลิตชิป AI และผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของจีนหลายแห่งทยอยเข้าตลาดหุ้นในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ ความคาดหวังว่าบริษัทเหล่านี้จะเป็นทางเลือกแทนเทคโนโลยีจากสหรัฐ หนุนราคาหุ้นบางรายพุ่งแรงหลัง IPO เช่น MiniMax และ Moore Threads แม้บางรายจะไม่สามารถรักษาแรงบวกได้ต่อเนื่อง
ด้าน Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ว่า ความก้าวหน้าของบริษัทเทคโนโลยีจีนในทุกระดับของระบบเทคโนโลยีถือว่า “น่าทึ่ง” และในบางด้านก็เข้าใกล้แนวหน้าของโลกแล้ว
แม้บริษัท AI จีนจะยังตามหลังสหรัฐเล็กน้อยในแง่ขีดความสามารถ แต่จุดแข็งสำคัญคือราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งอเมริกันอย่างมาก โรรี กรีน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนของ TS Lombard ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Squawk Box Europe” ว่า ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า มีความเป็นไปได้ที่ประชากรส่วนใหญ่ของโลกอาจใช้งานเทคโนโลยีในสแตกของจีน หากแนวโน้มดังกล่าวยังดำเนินต่อไป
อ้างอิง : www.cnbc.com