สรุปครบ! 13 หมวดสินค้ารอดภาษีสหรัฐ 15% ทรัมป์ประกาศเก็บทั่วโลก เช็กเลยตัวไหนโดน-ไม่โดน?
ถือเป็นมาตรการทางการค้าที่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ลงนามประกาศพิเศษของประธานาธิบดี สั่งเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากทั่วโลก อาศัยอำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 และสิ้นสุดวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 รวมระยะเวลา 150 วัน
ทว่าในวันถัดมา สถานการณ์พลิกผัน เมื่อ ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินไม่รับรองมาตรการภาษีชุดก่อนหน้าของทรัมป์ที่อาศัยกฎหมายภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) เป็นฐานอำนาจ ทรัมป์ซึ่งแสดงความไม่พอใจต่อคำวินิจฉัยดังกล่าวอย่างเปิดเผย ได้ประกาศ ปรับเพิ่มอัตราภาษีจาก 10% เป็น 15% ทันที ซึ่งอัตราดังกล่าวถือเป็นเพดานสูงสุดที่มาตรา 122 อนุญาตไว้พอดี
ไขปม "ขาดดุล" บีบทรัมป์ออกมาตรการแรง
แรงหนุนสำคัญที่ทำให้ทรัมป์ตัดสินใจใช้มาตรการนี้มาจากตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงสะสมมาหลายปี โดยที่ปรึกษาระดับสูงรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังเผชิญ วิกฤตดุลการชำระเงินระหว่างประเทศขั้นรุนแรง ใน 4 มิติสำคัญ
มิติแรก คือ การขาดดุลการค้า ที่พุ่งแตะ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 เพิ่มขึ้นกว่า 40% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และยังคงทรงตัวในระดับเดิมตลอดปี 2568
มิติที่สอง คือ ดุลบัญชีเดินสะพัด ที่ขาดดุลสูงถึง 4.0% ของ GDP ในปี 2567 เกือบ 2 เท่าของช่วงปี 2556–2562 และถือเป็นตัวเลขที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 หรือในรอบ 16 ปี
มิติที่สาม คือ รายได้จากการลงทุนต่างประเทศ ที่ติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี นับตั้งแต่ปี 2503 ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เคยได้รับรายได้สุทธิจากการลงทุนในต่างประเทศมาตลอด แต่ในปี 2567 ตัวเลขนี้กลับพลิกเป็นลบ ทำให้หมดแรงประคองดุลบัญชีเดินสะพัด
มิติสุดท้าย คือ ฐานะการลงทุนระหว่างประเทศสุทธิ ที่ดิ่งลึกถึงติดลบ 90% ของ GDP ณ สิ้นปี 2567 เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยติดลบ 41% ในช่วงทศวรรษก่อน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฐานะที่ย่ำแย่ที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว
เปิดรายชื่อสินค้าที่ถูกเก็บภาษีเพิ่ม
ภาษีใหม่ 15% ครอบคลุมสินค้านำเข้า ทุกประเภทจากทุกประเทศ ที่ไม่อยู่ในรายการยกเว้น โดยเป็นภาษีเพิ่มเติม จากภาษีปกติที่มีอยู่แล้ว สินค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง อาทิ สินค้าอุตสาหกรรมและเครื่องจักรทั่วไป สินค้าอุปโภคบริโภค เฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้าน เสื้อผ้าและสิ่งทอทั่วไป อาหารและสินค้าเกษตรที่ไม่อยู่ในรายการยกเว้น รวมถึงวัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์โลหะแปรรูป
เปิดรายชื่อสินค้าที่ได้รับการยกเว้น ไม่ถูกเก็บภาษีเพิ่ม
ประกาศฉบับนี้ยกเว้นสินค้า 13 หมวดหลัก โดยให้เหตุผลว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดังนี้
แร่ธาตุวิกฤตและโลหะมีค่า ได้แก่ แร่ธาตุที่จำเป็นต่อห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม รวมถึงโลหะที่ใช้ทำเหรียญกษาปณ์และทองคำแท่ง
พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ น้ำมัน ก๊าซ และผลิตภัณฑ์พลังงานทุกประเภท รวมถึงปุ๋ยและทรัพยากรที่สหรัฐฯ ผลิตเองไม่เพียงพอ
สินค้าเกษตรบางประเภท ได้แก่ เนื้อวัว มะเขือเทศ ส้ม และรายการที่ระบุในภาคผนวก
ยาและวัตถุดิบยา ได้แก่ ยารักษาโรคและส่วนผสมทางเภสัชกรรมทุกชนิด
อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท ตามรายการที่ระบุในภาคผนวก
ยานยนต์และชิ้นส่วน ได้แก่ รถยนต์นั่ง รถบรรทุกเบา รถบรรทุกหนัก รถบัส และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
ผลิตภัณฑ์อากาศยาน ได้แก่ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์อุตสาหกรรมการบิน
สินค้าภายใต้มาตรา 232 ได้แก่ เหล็กและอลูมิเนียมที่ถูกเก็บภาษีตามมาตรา 232 อยู่แล้ว จะไม่ถูกเก็บซ้ำซ้อน
สินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโกภายใต้ USMCA เฉพาะสินค้าที่ผ่านเกณฑ์และได้รับสิทธิ์ยกเว้นตามความตกลง USMCA
สิ่งทอจากกลุ่ม CAFTA-DR ได้แก่ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจากคอสตาริกา สาธารณรัฐโดมินิกัน เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส และนิการากัว
สิ่งพิมพ์ ของบริจาค และสัมภาระติดตัว ไม่รวมอยู่ในขอบเขตการเก็บภาษี
3 เรื่องด่วนที่ผู้ส่งออกต้องรู้ก่อน 24 ก.พ.
1. สินค้าในเรือได้รับการยกเว้น — สินค้าที่บรรทุกขึ้นเรือแล้วและเข้าพิธีการศุลกากรก่อน 00:01 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จะยังได้รับการยกเว้น ผู้ส่งออกที่มีสินค้าอยู่ระหว่างขนส่งควรเร่งติดตามสถานะสินค้าโดยด่วน
2. ภาษีสะสมเพิ่มภาระต้นทุน — ภาษี 15% นี้เป็นภาษีเพิ่มเติมจากภาษีนำเข้าปกติที่มีอยู่เดิม
3. ตรวจสอบรหัส HTS ของสินค้า — รายละเอียดสินค้าที่ได้รับการยกเว้นทั้งหมดระบุไว้ใน Annex I และ Annex II ของประกาศซึ่งเผยแพร่ใน Federal Register ผู้ส่งออกควรตรวจสอบรหัสสินค้าตาม Harmonized Tariff Schedule (HTS) ให้ตรงกับรายการดังกล่าวโดยละเอียดก่อนดำเนินการใด ๆ
ที่มา: Imposing a Temporary Import Surcharge to Address Fundamental International Payments Problems