ปกครองบุกจับ! สาวสองรุ่นใหญ่ เปิดร้านเสริมสวยบังหน้าแฝงค้ากามเด็กสาว
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. สืบเนื่องจากมีผู้ปกครองเด็กสาววัยระหว่าง 13-17 ปี รวมตัวยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังกรมการปกครอง ว่า มีเด็กที่อยู่ในการปกครองของตนมีพฤติกรรมลักลอบค้าประเวณี โดยมีนายเม (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี สาวประเภทสองรุ่นใหญ่ เป็นนายหน้าติดต่อลูกค้าให้ พร้อมชี้เป้าว่านายเมเปิดร้านเสริมสวยบังหน้าอยู่ใกล้กับสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในอ.เมือง จ.นครพนม
ต่อมา ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม สั่งการให้ นายนิมิตร ปัทมเจริญ ปลัดจังหวัดนครพนม และนายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอเมืองนครพนม มอบหมายให้นายจักรพล เที่ยงภักดิ์ ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวนายเมอยู่หลายวันจนมั่นใจว่าผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมต้องสงสัยตามที่ถูกร้องเรียนจริง
กระทั่งวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา นายนิมิตร ปัทมเจริญ ปลัดจังหวัดนครพนม ในฐานะพนักงานฝ่ายปกครอง ได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครพนม เลขที่ จ 56/2569 กล่าวหา นายเม ต้องหาว่า กระทำผิดฐานค้ามนุษย์ กระทำโดยทุจริตแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก (ผู้มีอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี) โดยแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี
จากนั้นได้ร่วมกับเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พร้อมด้วยตำรวจ สภ.เมืองนครพนม นำหมายศาลไปยังบ้านนายเม ที่มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวที่เปิดเป็นร้านเสริมสวย พร้อมเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหาออกมาพบ แต่นายเมกลับหนีหลบเข้าไปซ่อนตัวอยู่หลังบ้าน แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามให้นายเมออกมาพบก็ไม่มีเสียงตอบรับแต่อย่างใด
ชุดปฏิบัติการจึงยกระดับบุกเข้าไปภายในบ้านพบว่านายเมซ่อนตัวอยู่ในห้องนอน เมื่อเห็นว่าจวนตัวไปไหนไม่รอดแน่แล้ว นายเมจึงยอมเปิดประตูห้องให้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่อำเภอเมืองนครพนม พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง แต่ไม่มีซิมโทรศัพท์ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ เพราะมีข้อมูลการติดต่อกับเด็กสาว สอบถามนายเม บอกว่าเอาซิมทิ้งลงในชักโถไปแล้ว
สอบสวนเบื้องต้นนายเม ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ อ้างว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการค้าประเวณีใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งไม่ยอมลงนามในบันทึกจับกุมหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจึงนำตัวนายเมไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทางด้านเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยืนยันว่าก่อนขออนุมัติหมายจับได้ติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมผู้ต้องหานานหลายวัน มีทั้งภาพและคลิปเป็นหลักฐาน แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะปฏิเสธถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานก็ต้องไปว่ากันในชั้นศาล