‘พีระพันธุ์’ โบกธงชัยปล่อยคาราวานภาคกลาง–ตะวันออก–ตะวันตก
เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมด้วย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นายนราพัฒน์ แก้วทอง นายวิทยา แก้วภราดัย พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรค นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ กรรมการบริหารพรรค และน.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรค ร่วมพิธีปล่อยขบวนคาราวานมุ่งสู่ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคตะวันตก ท่ามกลางกลุ่มเกษตรกร ชาวนา และประชาชนจากหลายพื้นที่ที่เข้าร่วมสะท้อนปัญหาและให้กำลังใจอย่างคึกคัก
นายพีระพันธุ์ กล่าวย้ำว่า พรรคมีนโยบายผลักดัน ศาลที่ดิน เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าและความไม่เป็นธรรมในการฟ้องร้องระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ พร้อมประกาศจุดยืน ปราบปรามการทุจริตอย่างเด็ดขาด หากพบเจ้าหน้าที่รัฐหรือข้าราชการเอื้อประโยชน์ให้นายทุน ต้องได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย ส่วนด้านความมั่นคงนั้น พรรคยึดหลัก พิทักษ์อธิปไตยของชาติ เตรียมสนับสนุนงบประมาณกองทัพ สร้างรั้วแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ตลอดระยะทาง 798 กิโลเมตร ป้องกันการรุกล้ำ พร้อมย้ำจุดยืน ยกเลิก MOU 43 และ 44 เพื่อรักษาผลประโยชน์ด้านพลังงานและดินแดนทางทะเลของประเทศ
ในโอกาสนี้ น.ต.ปุญณัฐส์ นำพา อดีตนักบินขับไล่กองบินที่ 21 จ.อุบลราชธานี และครูการบิน รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย พล.อ.กังวาน สุจินต์ อดีตรองเจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร พล.ร.ต.วชิระ ประทีปวานิช อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ, อดีตคณะที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม และ อนุกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร พล.ร.ต.จตุพร ศุขเฉลิม อดีตรองผู้บัญชาการทัพเรือ ภาค 1 พล.ต.นิวัต ก้อนทอง อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และที่ปรึกษาหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณตน เพื่อแสดงจุดยืนที่แน่วแน่ว่าจะร่วมกันปกป้องและรักษามรดกของสถาบัน โดยระบุว่า "ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต" และได้ย้ำถึงเจตนารมณ์ที่จะนำความรู้ความสามารถมาช่วยสืบสานและผลักดันนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ขณะที่นายนราพัฒน์ กล่าวว่า พรรคมีแผนยกระดับภาคเกษตรด้วยการปรับปรุงพันธุ์พืชให้สอดคล้องความต้องการตลาด เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ควบคู่ระบบบริหารจัดการน้ำ 3 ระดับ ได้แก่ การใช้เรดาร์พยากรณ์ฝน การสร้างแก้มลิงทุกจังหวัด และการใช้โซลาร์เซลล์ในระบบสูบน้ำ ลดภาระค่าไฟของท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังเตรียมผลักดันการใช้โพแทสเซียมผลิตปุ๋ยรัฐ จำหน่ายในราคาไม่เกิน 500 บาทต่อกระสอบ แก้ปัญหาต้นทุนการผลิตและการผูกขาดของนายทุน พร้อมปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเพื่อการเกษตร
นายนราพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร นายนราพัฒน์ เสนอแนวคิดเปลี่ยนจากการขายข้าวเปลือกเป็นการขายข้าวสาร โดยรัฐสนับสนุนโรงสีขนาดเล็กและระบบแปรรูปครบวงจร ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เทียบเท่าราคาข้าวเปลือกสูงถึง 15,000 บาทต่อเกวียน รวมถึงส่งเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวล ลดปัญหาการเผาในภาคเกษตร
ทั้งนี้ สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยจาก 60 จังหวัดทั่วประเทศ สะท้อนวิกฤติความเดือดร้อนต่อพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยยื่นข้อเสนอเร่งด่วน 5 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตสูง 1.5-2 ตันต่อไร่, การจัดหาแหล่งน้ำให้ทั่วถึง และการแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงจนถึง 7,000 บาทต่อไร่ พร้อมเสนอให้รัฐกำหนดระเบียบช่วงเวลาการเผาตอซังข้าว แทนการสั่งห้ามเด็ดขาดเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการไถกลบ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ประกันราคารับซื้อข้าวสารไม่ต่ำกว่า 8,000 บาทต่อตัน และผลักดันโครงการโซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตร เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าและน้ำมันอย่างยั่งยืน
สำหรับบรรยากาศในการปล่อยขบวนคาราวาน นายพีระพันธุ์และคณะผู้บริหารพรรค ร่วมกันโบกธงชัย ส่งขบวนคาราวานชุดสุดท้ายออกเดินทาง ปักธงสู้ศึกเลือกตั้งทั่วประเทศ พร้อมย้ำความเชื่อมั่นว่านโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถตอบโจทย์และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง.