อย่าหาทำ! หญิงดื่มชาทุกวันแต่ "ตับพัง" หมอเตือน 4 น้ำต้องระวัง หลายคนยังมองว่าดื่มดี
ไม่ใช่เหล้าแต่ตับพัง! อุทาหรณ์สาวใหญ่ตรวจเจอ "ตับอักเสบ" ทั้งที่ไม่ดื่มเหล้า-สูบบุหรี่ หมอชี้ 4 น้ำดื่มอันตราย ทำร้ายตับเงียบๆ
หลายคนเชื่อว่าถ้าไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ตับจะปลอดภัยแน่นอน แต่ความจริงอาจไม่เป็นอย่างนั้น! เมื่อหญิงรายหนึ่งในจีนที่ใช้ชีวิตสุดเฮลตี้กลับตรวจพบค่าตับพุ่งสูงผิดปกติ จนหมอต้องเจาะลึกพฤติกรรมและพบว่า "น้ำดื่ม" ที่เธอจิบทุกวันคือตัวการร้าย มาเช็กด่วน 4 เครื่องดื่มต้องระวังที่หลายคนยังดื่มแบบไม่เอะใจ
อุทาหรณ์ "สายจิบชา": ยิ่งแก่ ยิ่งเข้ม ยิ่งอันตราย?
คุณนายจาง (นามสมมติ) ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อผลตรวจร่างกายระบุว่าตับของเธอเริ่มมีรอยโรค ทั้งที่เธอรักสุขภาพมาก ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า แต่เธอมีนิสัย "ดื่มชาทั้งวัน" * เสียดายของ: เธอชอบสะสมชาเก่าเก็บจนมีกลิ่นอับ แต่เพราะความเสียดายจึงนำมาต้มน้ำเดือดดื่มเพราะคิดว่าฆ่าเชื้อได้
ชาเข้มจัด: เธอเชื่อว่ายิ่งขมยิ่งดี จึงชงชาแก่จัดจิบตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
4 น้ำดื่ม "ตัวร้าย" ที่คอยทำร้ายตับเงียบๆ
ชาที่มีเชื้อรา: ชาที่เก็บไว้นานในที่ชื้นจนมีกลิ่นอับหรือสีเปลี่ยน มักปนเปื้อน "อะฟลาท็อกซิน B1" สารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ที่ทำลายตับโดยตรง ต่อให้ใช้น้ำเดือดจัดก็ฆ่าไม่ตาย!
ชาแก่จัด: การดื่มชาเข้มข้นในปริมาณมากเกินไปจะได้รับคาเฟอีนสูงเกินขนาด ส่งผลต่อการนอนหลับ เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอสะสมนานๆ จะทำให้ระบบเผาผลาญพัง และเพิ่มภาระให้ตับทำงานหนักขึ้น
เครื่องดื่มใส่น้ำหอม-สีสังเคราะห์: น้ำดื่มหรือชาที่ราคาถูกผิดปกติแต่มีกลิ่นหอมแรงหรือสีสันสดใสเกินจริง มักใส่สารปรุงแต่งที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งตับต้องรับภาระหนักในการขับสารเคมีเหล่านี้ออกจากร่างกาย
ชานมและชาหวานบรรจุขวด: นี่คือตัวการใหญ่ของคนยุคใหม่! น้ำตาลและครีมเทียมในชานมคือ "แคลอรี่ว่างเปล่า" ที่จะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในตับ (Fatty Liver) นำไปสู่ภาวะตับอักเสบเรื้อรังได้ไม่ยาก
คำแนะนำจากแพทย์: ดื่มอย่างไรให้ตับปลอดภัย?
จิบพอประมาณ: ดื่มชาในความเข้มข้นปานกลาง และควรดื่มในช่วงกลางวัน
เก็บให้ถูกที่: เก็บใบชาในที่แห้งสนิท มิดชิด และพ้นแสงแดด
อย่าดื่มชาค้างคืน: หากชงทิ้งไว้นานหรือค้างคืน ไม่ควรนำมาดื่มต่อเพราะเสี่ยงต่อการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
เลิกเสียดาย: หากใบชาเริ่มมีกลิ่นอับ มีจุด หรือสีเปลี่ยน ให้ทิ้งทันทีเพื่อความปลอดภัยของตับคุณ