Cuir Saddle เมื่อ ‘กลิ่นหนัง’ ถูกตีความใหม่ในแบบกูตูร์ของดิออร์
ชื่อของ Dior มักถูกจดจำในฐานะแฟชั่นเฮาส์ที่หลอมรวม ‘ขนบ’ และ ‘ความกล้าท้าทาย’ เข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม และสำหรับ La Collection Privée จิตวิญญาณนั้นยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อทุกกลิ่นถูกออกแบบราวกับงานกูตูร์ที่มีเรื่องเล่า มีโครงสร้าง และมีอารมณ์เฉพาะตัว โดยหนึ่งในผลงาน ที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างน่าสนใจ คือ Cuir Saddle น้ำหอมที่ชวนให้เรามอง ‘กลิ่นหนัง’ ในมุมที่อ่อนโยน ทันสมัย และแนบชิดผิวกว่าที่เคย วันนี้ HELLO! จะมาถอดรหัสความหอมสุดยูนีคในนี้ให้ทุกคนฟัง
เรื่องเริ่มต้นมาจาก เมือง Grasse ประเทศฝรั่งเศส ที่หลายนรู้จักในฐานะเมืองแห่งน้ำหอม แต่รู้หรือไม่ว่าเมืองนี้ เคยเป็นต้นกำเหนิดของการผลิตเครื่องหนังมาก่อน และการปลูกดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม ก็เพื่อช่วยกลบกลิ่นหนังที่แรงจนเกินไป ด้วยไอเดียนี้เอง ทำให้ Mr. Francis Kurkdjian นักสุคนธกร และ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ประจำน้ำหอมของดิออร์ ได้รังสรรค์น้ำหอมอย่าง Cuir Saddle ที่ไม่ได้เดินตามภาพจำของกลิ่นหนังแบบดั้งเดิม ที่มักเข้มข้น สโมคกี้ หรือดิบเท่านั้น หากแต่เลือกเปิดบทใหม่ให้กับกลิ่น Leather ด้วยการผสานมิติฟลอรัล ที่สว่าง สดใส และนุ่มละมุน จนเกิดเป็นอารมณ์แบบ Leather Floral ที่ร่วมสมัยและเย้ายวนอย่างมีชั้นเชิง
ซึ่งอีกแรงบันดาลใจสำคัญของกลิ่นนี้มาจากกระเป๋า Dior Saddle ไอคอนเหนือกาลเวลาที่โอบรับสรีระอย่างเป็นธรรมชาติ เปรียบเสมือน ‘ผิวชั้นที่สอง’ ซึ่งแนวคิดเดียวกันนี้ถูกถ่ายทอดลงสู่โลกของกลิ่นหอม Cuir Saddle จึงให้สัมผัสที่นุ่มลึก แนบสนิทกับผิว สิ่งที่น่าสนใจมาดๆ เกี่ยวกับกลิ่นนี้ คือการที่เมืองดน๊ตแรกที่กระทบกับจมูก คือกลิ่นที่เด่นของดอกไม้ขาว ซ่อนด้วยกลิ่นเครื่องหนัง แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักกลิ่นหนังที่ซ่อนอยู่จะเผยตัวออกมาอย่างสง่างาม ราวกับการสวมใส่หนังกลับเนื้อกำมะหยี่
ในเชิงโครงสร้าง กลิ่นหนังอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงอยู่ แต่ถูกทำให้อ่อนโยนลงด้วยโน้ตดอกไม้โทนครีมมี่ มัสก์ที่ละมุน และวูดดี้แอมเบอร์แบบร่วมสมัย ผลลัพธ์คือความหอมที่ติดทนนาน แต่ไม่หนักเกินไป เป็นกลิ่นที่เผยตัวตนอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต่างจากสไตล์ของดิออร์ที่เชื่อว่าความหรูหราที่แท้จริง คือสิ่งที่หลอมรวมเข้ากับชีวิตได้อย่างกลมกลืน