โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ภารกิจตามหาผู้มีพระคุณ สารวัตรแจ๊ะ ถึง แพทย์หญิงวันดี ผู้ชุบชีวิตทารกน้อยจากแดนไกล

สยามนิวส์

เผยแพร่ 01 มี.ค. 2568 เวลา 03.18 น. • สยามนิวส์
ภารกิจตามหาผู้มีพระคุณ สารวัตรแจ๊ะ ถึง แพทย์หญิงวันดี ผู้ชุบชีวิตทารกน้อยจากแดนไกล

วันนี้ (28 ก.พ. 68) เฟซบุ๊กเพจ จ๋อแจ๊ะจับโจร ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของ กุมารแพทย์หญิงวันดี ผู้ชุบชีวิตทารกน้อยจากแดนไกล ผ่านเสียงโทรศัพท์ของพ่อ ซึ่งเป็นเรื่องเล่าของ สารวัตรแจ๊ะ หรือ พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.

โดยในปี ค.ศ.1993 เด็กทารกชายคนหนึ่งเกิดมาพร้อมกับร่างกายที่ไม่แข็งแรงนัก ที่พิษณุโลก เมื่อย่างเข้าอายุได้เพียง 4 เดือน ร่างกายเริ่มป่วยออด ๆ แอด ๆ แม้ว่าจะเข้าโรงพยาบาลมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง ก็ไม่มีท่าทีจะดีขึ้น จนเดือนกันยายน ค.ศ.1993 อาการเด็กน้อยแย่ลงจนเข้าขั้นวิกฤต เนื้อตัวลีบ ถ่ายไม่หยุด 2 กุมารแพทย์ที่เมืองพิษณุโลกพยายามช่วยชีวิตด้วยการให้น้ำเกลือ ทางขา ทางแขน แต่ก็ไม่สามารถส่งสารอาหารเข้าร่างกายได้ เพราะเส้นเลือดในร่างกายได้ตีบหมดแล้ว จนต้องตัดสินใจเจาะหน้าผาก ให้น้ำเกลือผ่านทางกะโหลก ผ่านไปกว่าเดือนก็ไม่มีท่าทีว่าอาการจะดีขึ้น

กระทั่งคืน วันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1993 ซึ่งแพทย์แจ้งกับพ่อว่าเราสุดความสามารถแล้ว ก่อนที่พ่อจะรีบวิ่งกลับไปถามหมออีกครั้งว่า ยังมีทางไหนที่จะช่วยลูกได้บ้าง จนได้คำตอบว่ามีหมอคนหนึ่ง ที่วิจัยเกี่ยวกับทารกอยู่ที่กรุงเทพ ชื่อวันดี กุมารเวช โรงพยาบาลรามามหิดล

ด้วยยุค 90's สมัยที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีโทรศัพท์มือถือ พ่อขี่มอเตอร์ไซค์ตระเวนรอบเมืองพิษณุโลก ตามหาสมุดหน้าเหลือง และเหมารถไปที่ไซต์งานเพื่อโทรศัพท์ จนได้เบอร์ของออฟฟิศแพทย์หญิงวันดี ซึ่งก็ต้องเฝ้าโทรอยู่อย่างนั้นจนกว่าแพทย์หญิงจะเข้ามาทำงานและรับสาย

ช่วงเช้าวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ.1993 แพทย์หญิงวันดี รับสายหลังจากกระหน่ำโทรไปตลอดคืน พ่อของทารกน้อยรีบแนะนำตัวก่อนจะแจ้งอาการของทารกน้อยให้ฟังด้วยความร้อนรน แพทย์หญิงวันดี ได้ถามกลับว่า ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน พ่อรีบตอบกลับไปว่า ผมโทรมาจากกำแพงเพชร ตอนนี้อยู่ในป่า ถ้าต้องพาลูกไปกรุงเทพจะต้องรอรถเมล์ 2 ชั่วโมง แล้วนั่งไปอีก 2 ชั่วโมง จากกำแพงเพชรเข้าไปที่ จ.พิษณุโลก เพื่อรับลูกและจะพาขึ้นเครื่องบินที่มีวันละ 1 เที่ยวถึงจะไปถึงกรุงเทพ แพทย์หญิงวันดีตอบกลับว่า คุณไม่ต้องมาเด็กจะเสียระหว่างทาง หมอจะรักษาผ่านทางโทรศัพท์ เราจะกระตุ้นให้ลำไส้เริ่มกลับมาทำงาน ก่อนที่เด็กจะเสียชีวิต รีบกลับไปทำตามที่หมอบอก จากนั้นได้เริ่มบอก สูตรอาหารผสม และวิธีการรักษาเบื้องต้น ให้กับพ่อของทารกน้อยจดทุกสิ่งทุกอย่างลงในกระดาษโน๊ตแล้วพับเก็บใส่กระเป๋าอย่างประณีต ก่อนจะโดดงาน รีบออกจากไซส์งานขึ้นรถเมล์มุ่งหน้ากลับไปที่เมืองพิษณุโลกทันที

เมื่อพ่อกลับมาถึงแล้วพบว่าทารกน้อยยังไม่สิ้นใจ รีบนำอาหารผสมสูตรหมอวันดี แกะออกก่อนนำใส่ปากรักษาทารกน้อยตามโพยหมอในทันที แม้ยังไม่เห็นผลทันตา แต่ทารกยังคงสภาพไม่สิ้นใจ เหมือนจะได้ผล พ่อจดทุกอากับกริยาของทารกน้อย ก่อนจะรีบโบกรถข้ามจังหวัดกลับไปไซส์งานเพื่อโทรศัพท์หาหมอ การเทียวไปเทียวมา 2 จังหวัดเพื่อรักษาผ่านทางโทรศัพท์ได้เริ่มต้นขึ้นทุก 7 โมงเช้า ของทุกวัน ตลอด 3 เดือน แพทย์หญิงวันดีจะใช้เวลาทุกเช้าก่อนเข้างาน รอรับสายโทรศัพท์จากพ่อ เพื่อตามติดรักษาอาการและปรับเปลี่ยนสูตรผสมอาหารตามอาการ จนเด็กทารกน้อย ฟื้นชีพ ดีวันดีคืน ผิวหนังที่เหี่ยวก็กลับมาเต่งตึง หายเป็นปกติในที่สุด หายเป็นปกติในที่สุด

จนปลายเดือนมกราคม ค.ศ.1994 พ่อรายงานอาการของทารกน้อยให้หมอวันดีฟังอย่างเช่นทุกๆ วัน ก่อนเสียงปลายสายของหมอตอบกลับ ยินดีด้วยนะลูกคุณหายแล้ว ภาพมรสุมกว่า 3 เดือนไล่ย้อนไปเป็นฉากๆ จนพูดอะไรไม่ออก ไม่เพียงไม่รู้จัก ไม่เคยแม้แต่เห็นหน้า และหมอท่านนี้ก็ไม่ได้แม้แต่ผลตอบแทนใด ๆ แล้วจากไปด้วยคำทิ้งท้ายสั้น ๆ ดูแลลูกให้ดี ขอให้โตมาเป็นเด็กดีนะ ขอให้โชคดี และสายก็ถูกตัดไป

รายละเอียดการรักษาพ่อยังคงเก็บไว้ในกล่องเป็นอย่างดีจนเวลาล่วงเลยผ่านไปนานแสนนาน จนเด็กคนนั้นเติบโตขึ้นย่างเข้าวัย 32 ปี ระหว่างกลับไปเยี่ยมพ่อของเขาในช่วงวันหยุด บังเอิญเห็นกล่องในห้องพ่อ เปิดออกมาดูพบกระดาษโน้ตเก่า ๆ หลายแผ่นชวนฉงนใจว่าคืออะไร พ่อเห็นกระดาษโน้ต ความทรงจำในอดีตพรั่งพรูก่อนเริ่มเล่าเรื่องราวอันสุดมหัศจรรย์กับการชุบชีวิตทารกน้อย ผ่านสายโทรศัพท์ของหมอเทวดาท่านหนึ่ง หมอวันดี โรงพยาบาลรามา พ่อเอ่ยชื่อก่อนทิ้งท้าย ตอนนี้อยู่ไหนแล้วพ่อไม่รู้นะ น่าจะอายุมากแล้ว

ก่อนที่สารวัตรแจ๊ะจะเริ่มตามหาผู้มีพระคุณ ที่โรงพยาบาลรามาฯ แต่ทว่าเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าท่านได้เกษียณ ไม่ได้มาทำงานเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว จนต้องออกตระเวนถามหาบ้าน จนได้มาถึงหน้าบ้านเก่า ๆ สุดสมถะ บรรยากาศเงียบสงบ มีใครอยู่ไหมครับ หลังสิ้นเสียงเรียก หญิงชราเคลื่อนไหวรางๆ เป็นเงาสะท้อนออกมาจากประตูบ้าน ถามด้วยความสงสัยว่ามาหาใคร

ทารกน้อยวัยหนุ่มเข่าทรุดติดพื้นก้มลงกราบโดยอัตโนมัติก่อนบอกกับหมอที่อยู่ในอาการงุนงงว่า ไม่รู้หมอจะจำผมได้มั้ย ผมคือเด็กที่หมอช่วยชีวิตผ่านโทรศัพท์เมื่อ 32 ปีก่อน พ่อผมเล่าให้ฟังตอนผมไปเจอกระดาษโน้ตอันนี้ ที่ท่านบอกสูตรผสมกับวิธีการรักษาให้พ่อผม ทำให้ผมรอดตาย

หมอวันดีหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจก่อนกล่าวว่า นี่มันสูตรของชั้นจริงๆ ด้วย…ขอให้มีความสุขความเจริญนะ แล้วตอนนี้หนูเป็นอะไร ทารกน้อยวัยหนุ่มกล่าวตอบ ผมเป็นตำรวจอยู่นครบาลครับ ก่อนจะถอดเสื้อคลุมสืบนครบาลตัวเก่งให้กับหมอวันดีโดยไม่ลังเล เสื้อนี้มีค่าสำหรับผมมากครับ ผมขอให้หมอไว้นะครับ ถ้าไม่มีหมอผมคงตายไปแล้ว

หมอวันดีคลี่เสื้อดูก่อนบรรจงอ่านตัวอักษรบนเสื้อก่อนกล่าวว่า ขอมอบให้ 9 ชีวิตเลยนะ ขอให้ปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นคนดีช่วยเหลือคนอื่น ๆ นะลูก ขอบใจนะที่คิดถึงกัน หมอเทวดาในร่างหญิงชรา ค่อยหันหลัง และเดินกลับเข้าบ้านไป

ซึ่งทารกน้อยคนนั้น ปัจจุบันคือ พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ หรือสารวัตรแจ๊ะ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. เกิดมาพร้อมอาการป่วย และแพทย์ในจังหวัดพิษณุโลก วินิจฉัยว่าเป็นโรค โรต้าไวรัส แต่การรักษาไม่ดีขึ้นจนสภาพร่างกายลีบแห้งใกล้เสียชีวิต เพราะแท้จริงเป็นโรคอุจจาระร่วงจากสารอาหารที่เข้มข้นในลำไส้ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในสมัยนั้น แต่ได้รับการรักษาจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงวันดี วราวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคนี้โดยตรง ผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งได้รักษาด้วยการให้สูตรอาหารผสมที่มีส่วนผสมของเกลือแกงและน้ำตาลทรายทำให้สารวัตรแจ๊ะรอดตายอย่างปาฏิหาริย์เมื่อปี ค.ศ.1993

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...