โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศาลฎีกาตั้งชุดไต่สวน หาข้อสรุป ‘ทักษิณ’ กลับบ้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 พ.ค. 2568 เวลา 01.30 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2568 เวลา 01.30 น.

การกลับบ้านของ “อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร” ยังไม่จบ เพราะกลุ่มที่คัดค้าน “ทักษิณ” ที่เคลื่อนไหวมาตั้งแต่ 2547-2548 จนเกิดรัฐประหาร 2549 และ 2557 อันเป็นเหตุให้ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศถึง 17 ปี กว่าจะได้กลับก็เมื่อปี 2566

แต่ตอนกลับมา เนื่องจากยังมีคดีที่ต้องรับโทษติดค้างอยู่ เมื่อเจ้าตัวยื่นคำร้องว่ามีอาการป่วยอยู่ ทางราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวในโรงพยาบาลตำรวจ ที่ชั้น 14 ทำให้เกิดประเด็นว่า เป็นการรับโทษตามกฎหมายหรือไม่

เรื่องนี้ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือ “อม.” ให้ไต่สวนว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยยื่นมา 3 ครั้ง

2 ครั้งแรก เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2566 และเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2567 ศาลยกคำร้องทั้ง 2 เรื่องโดยไม่ต้องไต่สวน ด้วยเหตุว่าเมื่อศาลออกหมายจำคุกในคดีถึงที่สิ้นสุดไปแล้ว การบังคับโทษและอนุญาตให้ส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์

ปัญหาว่าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ปฏิบัติชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาล จึงไม่ต้องไต่สวน ให้ยกคำร้อง

ครั้งหลังสุด คือเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2568 ขอให้เพิกถอนคำสั่งเดิม ให้รับคำร้องไว้ไต่สวน และมีคำสั่งบังคับโทษจำคุกให้เป็นไปตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุด

ซึ่งศาลนัดฟังคำสั่งเมื่อ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา

รอบนี้ศาลสั่งยกคำร้องอีก โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่าผู้ร้องไม่ใช่คู่ความในคดีหมายเลขแดง อม. 4/2551 คดีแดง อม. 10/2552 และคดีแดง อม. 5/2551 ของศาลนี้ และไม่ใช่ผู้เสียหายของคดีดังกล่าว จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลนี้

แต่รอบนี้มีพิเศษตรงที่ว่า ศาล อม. มีคำสั่งให้ไต่สวนกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นอำนาจตาม พ.ร.ป.วิธีพิจารณาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

โดยศาลระบุว่า เมื่อความปรากฏต่อศาล และปรากฏในสื่อต่าง ๆ ว่าอาจมีการบังคับตามคำพิพากษาที่ไม่เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลนี้

ศาลย่อมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร จึงเห็นควรให้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์และจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551, จำเลยที่ 1 ในคดีแดงที่ อม. 10/2552 และจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 5/2551 ของศาลนี้

แล้วให้โจทก์และจำเลยดังกล่าวแจ้งต่อศาลว่า มีข้อเท็จจริงตามที่กล่าวอ้างในคำร้องหรือไม่ อย่างไร

กับสำเนาคำร้องให้ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาของศาล ว่าการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับโทษจำคุกแก่จำเลยเป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลหรือไม่

ให้โจทก์ จำเลยดังกล่าว ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ แจ้งให้ศาลทราบ พร้อมกับแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งศาล

กรณีที่ผู้ร้องคือนายชาญชัย ขอให้เพิกถอนคำสั่งนั้น เมื่อผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้อง จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยข้อดังกล่าว

ทั้งนี้ ศาลมีคำสั่งให้นัดพร้อม หรือนัดไต่สวนในวันที่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 09.30 น. ต่อไป

ดีเดย์ของการไต่สวนตามคำสั่งศาล อม. คือ 13 มิ.ย. หรือเดือนหน้า ซึ่งก็อีกไม่กี่วันนี้เอง

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า วิธีการไต่สวนในศาล อม. จะดำเนินการอย่างไร และปรากฏข้อเท็จจริงอย่างไร

ซึ่งศาลได้ตั้งองค์คณะจากหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ผู้พิพากษาศาลฎีกา 5 คน ได้แก่ 1.นายฉัตรชัย ไทรโชต 2.นายอดุลย์ อุดมผล 3.นายไตรรัตน์ แก้วศรีนวล 4.นางสุพิชญ์ กรอบคำ และ 5.นายพัฒนไชย ยอดพยุง

ผลการไต่สวนจะนำเสนอต่อองค์คณะผู้พิจารณาคำร้องก่อนหน้านี้จำนวน 9 คน เพื่อมีคำสั่งต่อไป

สำหรับเรื่องนี้เคยมีการเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาดำเนินการ แต่สุดท้ายศาล อม. ก็เป็นผู้ดำเนินการเอง

ก่อนลงมติไม่รับคำร้องของนายชาญชัย และสั่งดำเนินการไต่สวนเอง

บทสรุปการกลับบ้านของ “อดีตนายกฯทักษิณ” น่าจะเกิดขึ้นหลังการไต่สวนดังกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศาลฎีกาตั้งชุดไต่สวน หาข้อสรุป ‘ทักษิณ’ กลับบ้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...