โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ยันไม่ติดใจรพ. หลังแจ้งรับศพลูกผิด ทั้งที่ลูกยังมีชีวิตรักษาตัวอยู่ไอซียู

Khaosod

อัพเดต 27 มี.ค. 2568 เวลา 05.22 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2568 เวลา 04.20 น.

แม่ยันไม่ติดใจรพ. หลังแจ้งรับศพลูกผิด ทั้งที่ลูกยังมีชีวิตรักษาตัวอยู่ไอซียู ด้านรพ.แจงความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่โทษใคร

จากกรณีพ่อแม่รับศพลูกชายอายุ 17 ปี มาทำพิธีสวดอภิธรรมไปแล้ว 3 วันถึงรู้ว่ารับศพผิดคน โดยลูกชายของตัวเองนั้นยังคงรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู โรงพยาบาลพัทลุง สำหรับเหตุก่อนหน้านี้คือเกิดอุบัติเหตุ รถจยย. ชนท้าย รถบรรทุกพ่วง เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและพยาบาลได้โทรแจ้งครอบครัวของผู้เสียชีวิต แต่เกิดความผิดพลาด จึงทำให้เกิดเหตุรับศพผิดคน ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 27 มี.ค. 2568 นางอมราวดี (สงวนนามสกุล) ผู้เป็นแม่เดินทางมาเฝ้าลูกชายที่รักษาตัวยังห้องไอซียู ก่อนแพทย์ได้เชิญตัวร่วมพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในข้อผิดพลาด โดยทางโรงพยาบาลและแม่ของเด็กพูดคุยทำความเข้าใจกันด้วยดี ผู้เป็นแม่ไม่ได้ติดใจเอาความกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน นายแพทย์เกศทิพย์ บัวแก้ว รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทลุง กล่าวว่า ในเบื้องต้นนั้นความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ก็ไม่โทษใครไม่ว่าญาติ พ่อแม่ หรือเจ้าหน้าที่ของเราเอง เพราะผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คน ถูกส่งมารักษาตัวจาก รพ.พัทลุง และไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่าเป็นใคร

ซึ่งทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น พ่อแม่ก็จำลูกไม่ได้ จึงไม่ยืนยันว่าใช่หรือไม่ จนกระทั่งรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาดังกล่าว

โดยในส่วนโรงพยาบาลเคสนี้เป็นเคสตัวอย่างอีกหนึ่งเคสให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ไปการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ที่เสียชีวิต ที่ไม่ได้รับการยืนยันและหลักฐานที่ชัดเจน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ยันไม่ติดใจรพ. หลังแจ้งรับศพลูกผิด ทั้งที่ลูกยังมีชีวิตรักษาตัวอยู่ไอซียู

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...