Scuttlebuttกลยุทธ์การลงทุนที่เอามาใช้คัดเลือกคน
“Scuttlebutt” กลยุทธ์การลงทุน ที่เอามาใช้ในการเลือกคนเข้าทำงานได้
ช่วงนี้ ออฟฟิศ 0.4 มีโอกาสได้สัมภาษณ์ผู้สมัครงานเยอะมาก อาจเพราะเป็นช่วงต้นปีที่เสมือนเป็นฤดูกาลเปลี่ยนงานของคนทำงานจำนวนมาก ซึ่งบางคนโปรไฟล์ดีน่าสนใจ และดูแมตช์กับตำแหน่งงานที่สมัครมามาก
แต่พอสัมภาษณ์จริง บ้างก็ไม่ตรงกับสิ่งที่คาดหวัง บ้างก็ตรงกับคนที่ตามหา แต่บางครั้งเข้ามาแล้วก็พบว่า ทำไม่ได้เหมือนที่ลั่นวาจาไว้ สิ่งเหล่านี้เป็นบทเรียนที่ทำให้หลายครั้ง เราต้องเก็บรายละเอียดกับผู้สมัครบางรายมากขึ้นบ้าง นั่นทำให้ ออฟฟิศ 0.4 นึกถึงกลยุทธ์การค้นหาหุ้นดี ๆ ที่ชื่อว่า “Scuttlebutt”
Scuttlebutt หรือการซุบซิบนินทา เป็นแนวทางในการหาข้อมูลที่มาจากนักลงทุนในตำนานอย่าง ฟิลลิป ฟิชเชอร์ ผู้มีอิทธิพลต่อวิถีการลงทุนชื่อดังอย่าง วอร์เรน บัฟเฟต์ ซึ่งกลยุทธ์นี้ช่วยให้ ฟิชเชอร์ได้หุ้นเด้งดี ๆ หลายตัวมามาก จากความสามารถแกะข้อมูลด้วยวิธี Scuttlebutt นี่แหละ ซึ่งถามว่าเอามาใช้กับผู้สมัครงานเข้ามาได้อย่างไร
หนึ่งในนั้นก็คือ การสืบพฤติกรรมและความสามารถจากผู้สมัครด้วยการติดต่อไปสอบถามจากองค์กรที่เขาเคยทำงานด้วย เพื่อเป็นการเช็กประวัติว่าตรงปกกับที่เขาบอกเล่ามาหรือไม่ หรือบางคนก็สืบผ่านคนรู้จักที่อาจทำงานอยู่ในแวดวงเดียวกัน เพื่อนำข้อมูลและสิ่งที่ได้ยินมาประกอบการตัดสินใจในการรับสมัครงานอีกที
เพราะอย่าลืมว่าการเลือกคนเข้าองค์กร เข้าแผนก เหมือนการเลือกหุ้น 1 ตัว ที่ต้องคัดเลือกจาก แบคกราว ความเก่ง performance ที่ผ่านมา แต่บางครั้งเราก็อาจเจอภาพลวงตา จากการขายของที่เกินจริงจากผู้สมัครได้ ถ้าเป็นในโลกการลงทุนก็คือ ผู้บริหารขายฝันในการทำกำไรเกินจริงให้กับนักลงทุนนั่นเอง
การสืบค้นนิสัยตัวบุคคลจาการสอบถามคนอื่นที่เคยร่วมงานด้วย ก็เป็นการสแกนอีกวิธีหนึ่งว่า คนคนนั้นเหมาะในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศและความเชื่อในองค์กรหรือไม่ โดยเฉพาะคนที่มีตำแหน่ง เพราะมักมีอิมแพคอยู่ไม่น้อย
การที่เราคัดเลือกคนที่ใช่มาสู่องค์กรแล้ว นอกจากจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าซึ่งกันและกันแล้ว องค์กรก็จะได้ประโยชน์หลายเด้งจากผู้สมัครที่ใช่ด้วย แต่อีกด้านหนึ่งองค์กรก็ต้องพยายามรักษาเพื่อไม่ให้หุ้นที่ดีหลุดออกไปจากพอร์ตเช่นกัน
และนี่ก็คือ Scuttlebutt กลยุทธ์การลงทุน ที่สามารถเอามาใช้ในการเลือกคนเข้าทำงานได้..