โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราคาน้ำมันดิ่งแตะระดับต่ำสุดรอบ 3 ปี หลัง OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิต ขณะที่อุปสงค์ยังซบเซา

THE STANDARD

อัพเดต 09 มี.ค. 2568 เวลา 06.18 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2568 เวลา 06.18 น. • thestandard.co
ราคาน้ำมันดิ่งแตะระดับต่ำสุดรอบ 3 ปี หลัง OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิต ขณะที่อุปสงค์ยังซบเซา

ราคาน้ำมันดิบร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยลบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการประกาศเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับคู่ค้ารายใหญ่ และแนวโน้มอุปสงค์ที่ซบเซาจากจีน

ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ซึ่งก่อนหน้านี้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 70-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตั้งแต่เดือนกันยายน ร่วงลงต่อกว่า 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลัง OPEC+ สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศเพิ่มกำลังการผลิต ทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามคุมปริมาณเพื่อพยุงราคา

ในขณะเดียวกัน จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกกำลังปรับโครงสร้างการกลั่น โดยลดการผลิตเชื้อเพลิงหลักอย่างเบนซินและดีเซล สะท้อนถึงอุปสงค์ระยะยาวที่ยังไม่แน่นอน ขณะที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มลดลง หลังรัสเซียส่งสัญญาณพร้อมหารือสงบศึกชั่วคราวในยูเครน

สัญญาณเชิงลบเหล่านี้ทำให้นักเก็งกำไรลดสถานะการลงทุนในน้ำมัน โดยข้อมูลจาก US Commodity Futures Trading Commission ระบุว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์ลดสถานะซื้อสุทธิในน้ำมันดิบ WTI ลงเกือบแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี ขณะที่สถานะซื้อใน Brent ถูกปรับลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

ท่ามกลางกระแสตลาดที่เป็นขาลง สถาบันการเงินชั้นนำเริ่มปรับคาดการณ์ราคาน้ำมันลง โดย Morgan Stanley ปรับลดประมาณการราคาน้ำมันเบรนท์ปีนี้เหลือเฉลี่ย 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 75 ดอลลาร์ ขณะที่ Goldman Sachs เตือนว่าราคาน้ำมันอาจหลุดช่วง 70-85 ดอลลาร์ JPMorgan ถึงขั้นมองว่าราคาน้ำมันอาจลงไปแตะระดับ 50 ดอลลาร์

อีกหนึ่งสัญญาณเชิงลบคือราคาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่เคยแข็งแกร่งในช่วงที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรรัสเซียและอิหร่าน กำลังเผชิญภาวะอ่อนตัว พรีเมียมของน้ำมันดิบ Murban ซึ่งเป็นเกรดหลักของเอเชีย ลดลงเมื่อเทียบกับน้ำมันดิบดูไบ ขณะที่จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันอันดับหนึ่งของโลก รายงานว่ายอดนำเข้าน้ำมันในช่วงสองเดือนแรกของปีลดลง 5% จากปีก่อน

แม้การคว่ำบาตรอิหร่านและรัสเซียเคยส่งผลกระทบต่อปริมาณอุปทาน แต่ปัจจุบันตลาดสามารถปรับตัวได้ผ่านเครือข่ายซัพพลายเงา โดย RBC Capital Markets ระบุว่า ผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ไม่ได้ทำให้ตลาดตึงตัวอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่อาจช่วยพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ร่วงลงลึกเกินไป เช่น รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าใช้มาตรการกดดันอิหร่าน โดยตั้งเป้าลดปริมาณการส่งออกน้ำมันของอิหร่านลงมากกว่า 90% รวมทั้งสหรัฐฯ กำลังพิจารณาถอนใบอนุญาตของ Chevron ในเวเนซุเอลา ซึ่งอาจทำให้ตลาดสูญเสียน้ำมันอีก 200,000 บาร์เรลต่อวัน

ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและฮามาสยังเป็นปัจจัยเสี่ยง และรัฐบาลสหรัฐฯ ขออนุมัติงบ 20,000 ล้านดอลลาร์เพื่อเติมคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งอาจช่วยดูดซับอุปทานบางส่วนออกจากตลาด

ตลาดน้ำมันในช่วงถัดไปอาจไม่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยด้านอุปทานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องจับตาสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีการบริโภคน้ำมันมากที่สุดของโลก

ล่าสุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐานลงราว 6% จากจุดสูงสุดในรอบไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ร่วงลงแรงสุดนับตั้งแต่ปี 2021 ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงตามไปด้วย

Aldo Spanjer นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์อาวุโสจาก BNP Paribas มองว่า ความกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และมาตรการกีดกันทางการค้าของทรัมป์ กำลังทำให้บรรดานักลงทุนในตลาดน้ำมันยิ่งมีมุมมองเชิงลบมากขึ้น

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...