โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบหลักการใช้ข้อมูลชีวมิติยืนยันตัวตนต่างด้าวไม่มีเอกสารประจำตัว ลดเสี่ยงโรคติดต่อ

JS100

อัพเดต 04 เม.ย. 2568 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2568 เวลา 08.21 น. • JS100:จส.100
คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบหลักการใช้ข้อมูลชีวมิติยืนยันตัวตนต่างด้าวไม่มีเอกสารประจำตัว ลดเสี่ยงโรคติดต่อ

คาดการณ์ปี 2568 ไทยมีประชากรต่างด้าว กว่า 5,300,000 คน ไม่มีเอกสารประจำตัว 1,200,000 คน ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเห็นชอบหลักการนโยบายและแผนปฏิบัติการด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในกลุ่มคนต่างด้าวประชากรแฝง โดยส่งเสริมการใช้ข้อมูลชีวมิติ (Biometric) เพื่อยืนยันตัวตน โดยใช้การพิสูจน์อัตลักษณ์เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ลดความเสี่ยงโรคติดต่อและภัยสุขภาพจากกลุ่มประชากรแฝง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า ประเทศไทยมีประชากรและแรงงานต่างด้าวเข้ามาประกอบอาชีพจำนวนมาก และมีภาวะสุขภาพและโรคที่ต้องเฝ้าระวัง ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 - 27 กันยายน 2567 พบผู้ป่วยสะสม 1,704,626 ราย เสียชีวิต 3,955 ราย โดยในกลุ่มบุคคลที่มีปัญหาในการยืนยันตัวตน จำเป็นจึงต้องมีการวางระบบ และแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อและภัยสุขภาพจากประชากรแฝงกลุ่มนี้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 กรมควบคุมโรค สภากาชาดไทย และ NECTEC ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือฯ โดยมีองค์การอนามัยโลก (ประเทศไทย) เป็นพยาน ดำเนินการใน 5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ สมุทรสาคร ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ตาก และกรุงเทพมหานคร โดยระบบ TRCBAS ของสภากาชาดไทย เป็นระบบการลงทะเบียนและยืนยันตัวตน ใช้เทคโนโลยีชีวมิติ (Biometrics) การจดจำใบหน้า (face recognition) และการจำลายม่านตา (iris recognition) เพื่อสนับสนุนระบบบริการสาธารณสุขการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรค ในบุคคลที่ไม่มีเอกสารประจำตัว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางปฏิบัติในการให้วัคซีนป้องกันโรคหัดเสริมในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ให้ดำเนินการรณรงค์วัคซีนเสริมภูมิต้านทานโรคหัด โดยมอบให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดใน 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา เร่งให้วัคซีนหัดเสริมในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันโดยเร็วและลดการเสียชีวิต ซึ่งจากข้อมูลในปี 2567 พบผู้ป่วยสงสัยโรคหัด 10,000 กว่าราย ตรวจยืนยัน 5,372 ราย เสียชีวิต 11 ราย ในจำนวนนี้ 9 ราย เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี และยังคงมีการระบาดอยู่ โดยเกือบทั้งหมดอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนต่ำ ทั้งนี้ โรคหัดเป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ผู้ปกครองสามารถนำบุตรหลาน อายุ 9 เดือน และ 1.5 ปี ไปรับบริการได้ฟรีที่โรงพยาบาลของรัฐ รวมถึงรพ.สต. ทั่วประเทศ

#ต่างด้าวไม่มีเอกสารประจำตัว

#โรคติดต่อ

#กระทรวงสาธารณสุข

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...