สร้างความน่าเชื่อถือ ไม่ต้องจ่ายแพง ผ่าน 'UGC Creator' รับบทชีเสิร์ฟคอนเทนต์ให้แบรนด์ ไม่ง้ออินฟลูฯ
ใครที่เคยต้องประสานงานกับเหล่าอินฟลู จะรู้ว่างานนี้มันไม่ง่ายเลย ! ไหนจะต้องหาคนที่ตรงกับสไตล์ของแบรนด์ ไหนจะต้องเจรจาเรทราคา ร่างสัญญา แก้ไขงาน ไปจนถึงการรอลุ้นกับยอด Reach และ Engagement ~
จนในที่สุด ! หลายแบรนด์ก็ต้องเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ยืดหยุ่นกว่า ขอแบบประหยัดงบลงหน่อย แต่ได้สร้างคอนเทนต์ที่ดูจริงใจ น่าเชื่อถือ น่าซื้อตามมากขึ้น ด้วยการใช้ UCG Creator แทน
เอาจริง ๆ Influencer หลายคนก็เติบโตจากการเป็น UGC Creator มาก่อนนี่แหละ วันนี้ AD ADDICT จะพาไปเข้าใจ UGC Creator ให้มากขึ้นว่าคืออะไร ต่างจาก Influencer อย่างไร แล้วแบรนด์ของเราเหมาะกับอะไรมากกว่า ไปดูกันคร้าบ !~
UGC Creator คืออะไร ?
UGC Creator ย่อมาจาก User-Generated Content Creator คือคอนเทนต์ที่สร้างโดยลูกค้าทั่วไปที่ใช้สินค้าจริง ดังนั้นคอนเทนต์ที่ได้จะเป็นคอนเทนต์ที่เป็นธรรมชาติ จริงใจจากการใช้งานจริง
ตัวอย่างคอนเทนต์ของ UGC Creator เช่น การรีวิวสินค้า, การทดลองใช้ผลิตภัณฑ์, การแชร์ประสบการณ์การใช้แบรนด์ลงบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ แม้แต่เขียนลง Sanook หรือ Pantip หรือคอมเมนต์รีวิวใต้โพสต์ของแบรนด์ ก็ถือเป็นคอนเทนต์จาก UGC Creator ได้นะ !
แล้ว UGC Creator ต่างจาก Influencer ยังไง?
Influencer เป็นครีเอเตอร์ที่มีฐานผู้ติดตามเป็นของตัวเองและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้ติดตาม ด้วยจุดแข็งข้อนี้ แบรนด์จึงมักให้ Influencer โพสต์โปรโมทสินค้าในช่องทางของครีเอเตอร์เอง เพราะมีพลังในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากและมีแนวโน้มที่จะสนใจสินค้าตามอินฟลูฯ ครับ
(หรือถ้ามีงบสูง การใช้อินฟลูฯ รายใหญ่ก็ช่วยในกลยุทธ์ปั้น Awareness ได้ครับ ซื้อไหมไม่รู้ แต่เข้าถึงคนได้เยอะแน่นอน)
ดูกันชัด ๆ ความแตกต่างระหว่าง UGC Creator VS Influencer
หัวข้อ
UGC Creator
Influencer
ช่องทางที่โพสต์ ผลิตคอนเทนต์ลงในช่องทางต่าง ๆ ของครีเอเตอร์เองและของแบรนด์
ผลิตคอนเทนต์และมักโพสต์ในช่องทางของครีเอเตอร์เองเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
จำนวนผู้ติดตาม ไม่จำเป็นต้องมีฐานแฟนคลับสูง ต้องมีฐานแฟนคลับที่ชัดเจน ตามเป้าหมายของแคมเปญ ศักยภาพคอนเทนต์ คอนเทนต์จริงใจ เป็นธรรมชาติ น่าเชื่อถือ มีอิทธิพลและความเชื่อถือจากผู้ติดตาม ค่าใช้จ่าย ค่อนข้างยืดหยุ่นและสบายกระเป๋ากว่า เพราะไม่พึ่งผู้ติดตามของครีเอเตอร์มาก
มีเรทค่อนข้างสูงตามความใหญ่ของงาน และฐานผู้ติดตามอินฟลู
ช่องทางที่โพสต์
- UGC Creator: ผลิตคอนเทนต์ลงในช่องทางต่าง ๆ ของครีเอเตอร์เองและของแบรนด์
- Influencer: ผลิตคอนเทนต์และมักโพสต์ในช่องทางของครีเอเตอร์เองเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
จำนวนผู้ติดตาม
- UGC Creator: ไม่จำเป็นต้องมีฐานแฟนคลับสูง
- Influencer: ต้องมีฐานแฟนคลับที่ชัดเจน ตามเป้าหมายของแคมเปญ
ศักยภาพคอนเทนต์
- UGC Creator: คอนเทนต์จริงใจ เป็นธรรมชาติ น่าเชื่อถือ
- Influencer: มีอิทธิพลและความเชื่อถือจากผู้ติดตาม
ค่าใช้จ่าย
- UGC Creator: ค่อนข้างยืดหยุ่นและสบายกระเป๋ากว่า เพราะไม่พึ่งผู้ติดตามของครีเอเตอร์มาก
- Influencer: มีเรทค่อนข้างสูงตามความใหญ่ของงานและฐานผู้ติดตามอินฟลู
ทำ UGC Content ยังไงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
การทำ UGC Content ก็คือการทำ Mouth-to-Mouth Marketing ที่แบรนด์ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ลูกค้าบอกต่อเกี่ยวกับสินค้าของเราในทางที่ดี ถ้าลูกค้าไม่พูดออกมาเอง ก็ต้องหาอะไรมากระตุ้นให้เขาพูด และเมื่อเขาพูดแล้ว แบรนด์จะสามารถนำคำพูดนั้นมาใช้ประโยชน์อย่างไรต่อได้บ้าง ไปดูกันครับ
1. กระตุ้นให้ลูกค้าแชร์ประสบการณ์ด้วยชาเลนจ์ - ไม่ว่าจะเป็นชาเลนจ์เต้นตามเพลง, ชาเลนจ์สร้างสรรค์เมนูอาหารด้วยสินค้าของแบรนด์, ชาเลนจ์ลองฟิลเตอร์เครื่องสำอางค์ ฯลฯ แล้วโพสต์ความสำเร็จของเขาลงบนสื่อต่าง ๆ โดยอาจจะมีของรางวัลหรือสิทธิพิเศษให้กับ UGC Creator ที่ทำผลงานได้ดีที่สุด
2. สร้าง Hashtag เพื่อโปรโมทแคมเปญ - ปัจจุบัน Hashtag เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้รู้ชื่อเรียกแคมเปญ ค้นหาและทำตามได้ง่าย เพราะฉะนั้นถ้าจะทำ UGC Content ให้กระจายไปได้เยอะ ๆ อย่าลืมคิด Hashtag ที่จำได้ง่ายด้วยนะครับ
3. ทำโปรแกรมขอรีวิวลูกค้า เพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ - ความยากที่สุดของ UGC Content คือทำยังไงให้คนใช้งานจริงกลับมารีวิวให้กับแบรนด์ การทำโปรแกรมสะสมแต้มพิเศษสำหรับการรีวิวก็ช่วยให้แบรนด์เก็บ UGC Content ได้เยอะขึ้นครับ (Shopee ก็ใช้วิธีนี้เพื่อแจก Shopee Coin)
4. เปลี่ยนพนักงานให้เป็น UGC Creator - เพราะเหล่าพนักงานคือคนที่เข้าใจสินค้าเป็นอย่างดี ลองสนับสนุนให้พนักงานแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับสินค้าลงในช่องทางของตัวเอง (ถ้าพวกเขาเต็มใจที่จะทำนะ ~)
5.นอกจากแชร์แล้ว ลองทำอย่างอื่นกับ UGC Content - เมื่อได้ UGC Content แล้ว ลองขออนุญาตครีเอเตอร์ในการเอาคอนเทนต์นั้นไปปรับและใช้ซ้ำในรูปแบบใหม่ ๆ เช่นเอามาเป็นส่วนหนึ่งของโฆษณา, นำคอนเทนต์ไปแปะบนเว็บไซต์, ทำเป็น Case Study แล้วส่งทางอีเมลหรือช่องทางอื่น ๆ
ตัวอย่างการทำการตลาดด้วย UGC Creator
แน่นอนว่าการที่มีอินฟลูฯ คนดังมาลงคอนเทนต์รีวิวสินค้าของแบรนด์ มันเป็นเรื่องที่จอสระอึ้ง แต่ปัจจุบันลูกค้าก็ให้ความเชื่อถือในคอนเทนต์ที่มาจากผู้ใช้งานจริงมากขึ้น เพราะมีความรู้สึกว่าเป็นบอกเล่าที่จริงใจ ไม่ได้มาขายของ ซึ่งทำให้แบรนด์สามารถสร้างความไว้วางใจได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้คอนเทนต์จาก UGC Creator ที่ลงในช่องทางของแบรนด์ ยังสามารถนำไป Retarger ใน Ads ได้ด้วย ต่างจากคอนเทนต์ที่ลงในช่องทางของอินฟลูฯ ที่ไม่สามารถนำข้อมูล Reach ไปใช้งานต่อได้
Yves Rocher Thailand: แบรนด์บอดี้แคร์ที่นอกจากใช้ Influencer ช่วยโปรโมทสินค้าแล้ว ยังนำคอนเทนต์จาก UGC Creator มาโพสต์ลงในช่องทางของตัวเองเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของสินค้าด้วย
@yvesrocherth มุงด่วน! อยากมีฟาร์มผมดาราบ๊ายบายแฮร์พีช ต้อง Anti-Hair Loss ตัวดังที่ช่วยลดผมขาดหลุดร่วง บิ๊วผมใหม่ให้ฟูกว่าเดิม 🍃 #รีวิวบิวตี้ #YvesRocherTH #Tiktokป้ายยา ♬ เสียงต้นฉบับ - Yves Rocher Thailand
@yvesrocherth Get Ready With Me บอกขั้นตอนการเตรียมผิวให้ผิวสวย แต่งหน้าติดได้ดี ด้วยสกินแคร์รูนทีนและสกินแคร์ตัวใหม่ที่เพิ่งได้ลองแล้วเลิฟเลย บอกเลยว่าเป็นครีมช่วยกันแก่ที่เริ่ดมาก ต้องทาให้ทั่วหน้าและอย่าลืมลำคอด้วย 1 อาทิตย์ผ่านไปรู้เรื่อง! กรอบหน้าคือจึ้งเลย อยากให้ทุกคนได้มาลองกับ Anti-Age Global อัลติเมท ครีม มีขนาดแบบหลอด 30 ml ด้วยนะ แต่นี่จะไปตำขนาด 75 ml มาใช้แล้ว ตอนนี้มีโปรกลางเดือน #ครึ่งเดือนลดเกินครึ่ง ที่คูปองจุกมาก กดที่ตะกร้าเหลืองได้เลยน้า #GRWM #antiageing #YvesRocher #รีวิวบิวตี้ ♬ เสียงต้นฉบับ - Yves Rocher Thailand
Calvin Klein: แคมเปญ I in #mycalvins ที่แบรนด์กะทำออกมาโปรโมทโดยคนดังเซเลป แต่ปังจนอินฟลูฯ ขอเข้าร่วมหลายราย และแบรนด์ก็ได้ UGC Content จากคนดังไปแบบไม่ต้องลงทุน
ไข่ไก่สด CP: UGC Content จากชาเลนจ์ที่คนแห่ออกมาจีบไข่เล่นเพราะคำโฆษณาของ CP ว่าไข่เขาสดจริงพิสูจน์ได้ ผ่านแฮชแท็ก #ไข่สดซีพีสดจริงจีบได้ งานนี้ซีพีได้ UGC Content ไปล้น ๆ เพราะเป็นชาเลนจ์ที่ทำตามได้ง่าย และน่าสนุกชวนให้ลุ้นตาม
@apinya_ss จีบไข่ จุกๆ😅(จีบนานหน่อย พึ่งหัดจีบ #ไข่จีบ #ไข่ไก่ #ไข่สดซีพีสดจริงจีบได้ #จีบไข่ #fypシ #เปิดการมองเห็น ♬ だんだん近くなる - 40mP
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่ออกมาผลักดันการทำ UGC Content ที่ดังมาก ๆ ก็จะเป็น GoPro ที่ให้คนส่งผลงานถ่ายรูปและวิดีโอเข้ามาเพื่อหา Master Piece ที่ดีที่สุด หรือจะเป็น LEGO ที่ให้เด็ก ๆ ออกไอเดียหุ่นเลโก้เพื่อผลิตออกมาทำขายจริง และ Starbucks ที่เคยให้นักสร้างสรรค์นำแก้วสีขาวไปวาดตามสไตล์ เพื่อจะนำมาออกแบบลายแก้วจริง เป็นต้น
ตอนนี้เพื่อน ๆ น่าจะเข้าใจ UGC Creator กันมากขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม จะใช้ UGC Creator หรือ Influencer ก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแบรนด์ครับ
แต่อย่าลืมขออนุญาต UGC Creator ก่อนนำคอนเทนต์ไปใช้ด้วยนะ ~ เพราะเขาอาจจะไม่ได้เต็มใจที่จะแสดงตัวในหน้าสื่อสาธารณะของแบรนด์เรา และเราจะได้มีหลักฐานการอนุมัติไว้ป้องกันปัญหาภายหลังด้วย และอย่าลืมให้เครดิต UGC Creator เสมอเพื่อแสดงถึงความเคารพผลงานของพวกเขานะครับ !