โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

อดีต ส.ส.ภูเก็ต ชี้ ปม ทรายสก็อต ยัน หลายฝ่ายอึดอัด ชื่นชมตั้งใจ ถ้าขัดแย้งงานอนุรักษ์ก็ไม่สำเร็จ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 เม.ย. 2568 เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2568 เวลา 08.37 น.

อดีต ส.ส.ภูเก็ตพลังประชารัฐออกโรงโต้ปม‘ทราย สก็อต’ ยัน ‘ชาวบ้าน-เจ้าหน้าที่-ผู้ประกอบการ’ อึดอัดเกรงใจนามสกุลดัง ชื่นชมความตั้งใจแต่ต้องเอื้ออารีกันถ้าขัดแย้งงานอนุรักษ์ไม่มีทางสำเร็จ

เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายสุทา ประทีป ณ ถลาง อดีต ส.ส.ภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดราม่าความขัดแย้งระหว่าง นายสิรณัฐ สก๊อต หรือทราย ที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนักอนุรักษ์ทะเลกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของนายสิรณัฐ ชาวบ้านมีความอึดอัดในเรื่องของการใช้อำนาจ และเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เองก็มีความอึดอัดด้วยเพราะว่าเกรงจะกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่เลยต้องโอนอ่อนตาม

“โดยหลักการตำแหน่งที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานฯ การเข้าไปในพื้นที่อุทยานฯ ต้องรายงานและได้รับอนุญาตจากหัวหน้าอุทยานฯ ในการดำเนินการต่างๆ แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่น่าจะผ่านกระบวนการนี้ อย่างไรก็ตามในเรื่องความตั้งใจของนายสิรณัฐในเรื่องการอนุรักษ์ทุกคนเข้าชื่นชมและเห็นด้วย แต่ว่าการที่เขาไปสร้างคอนเทนต์ให้ร้ายคนอื่นนั้น เอาไปปะติดปะต่อโดยที่บริษัทนั้นไม่ได้ทำ แต่มีการโพสต์ประจานทำให้เขาเสียหายทางธุรกิจ ทั้งนี้ผมเห็นด้วยหากมีการทำผิดต่อทรัพยากรฯ ธรรมชาติก็ให้ปรับหรือ ดำเนินคดีไปเลย แต่อย่าไปทำในลักษณะการใช้อำนาจที่ทำให้เกิดความไม่พึงพอใจอื่นๆ ระหว่างกัน เช่น การเหยียด หรือการกระโชกโฮกฮากใส่ มันต้องใช้ความอดทน และให้เจ้าหน้าที่เขามีอำนาจเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งนายสิรณัฐไม่ได้มีอำนาจในการจับกุม ต้องเอาเจ้าหน้าที่ไปร่วมในการดำเนินการเหล่านี้” นายสุทา กล่าว

นายสิรณัฐ สก๊อต

นายสุทา กล่าวด้วยว่า อีกอย่างการที่เขาให้สัมภาษณ์ว่าต่างชาติมาเหยียดคนไทยนั้น แต่เวลาที่เขาไปเหยียดชาวบ้านที่ไม่จบ ป. 4 อย่างนี้ เขาก็เหยียดด้วยหรือเปล่า ฉะนั้นผมดูว่าพฤติกรรมของเขามันต้องปรับปรุง ซึ่งคนที่ไม่ได้รู้พฤติกรรมเขาอาจจะชื่นชมคุณทราย แต่ว่าเรื่องของการอนุรักษ์ เรื่องของผลกระทบต่อทรัพยากรนั้น มันเกิดความเสียหายจากหลายกระบวนการ ไม่ใช่เฉพาะนักท่องเที่ยว ซึ่งการพัฒนาพื้นที่บนฝั่งสำคัญมาก ตรงนี้ได้เอามาพูดด้วยหรือไม่ ซึ่งความเสียหายของทรัพยากรทุกวันนี้ผมยืนยันว่าการพัฒนาบนฝั่ง ทำให้ทรัพยากรเราเสียหายโดยเฉพาะเกาะต่างๆ ที่เป็นพื้นที่ทรัพยากรสมบูรณ์เราปล่อยให้มีการสร้างโรงแรม เกาะนั้นจะไม่เหลืออะไรเลย ยกตัวอย่างเกาะสิมิลัน ปะการัง อาจจะ 3-4 ปี ตายครั้งหนึ่ง เกิดจากการฟอกขาวที่มีปัจจัยในเรื่องกระแสน้ำ ไม่ใช่เกิดจากนักท่องเที่ยวอย่างเดียว” นายสุทา กล่าว

นายสิทา กล่าวว่า ดังนั้นการที่เรามีทรัพยากร แล้วเราขายการท่องเที่ยว ต้องละเอียดอ่อนมากกว่านี้ เราก็ไม่อยากให้ต่างชาติหรือว่าคนใดคนหนึ่งมาทำลาย ซึ่งการที่นายสิรณัฐพูดก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องว่าปัจจุบันมีไกด์เถื่อนที่อ้างว่าเป็นนักท่องเที่ยวแล้วมาประกอบอาชีพ แย่งอาชีพคนไทยเป็นเรื่องจริง ซึ่งสิ่งที่นายสิรณัฐทำมีเรื่องดีเยอะแยะ ไม่ใช่ว่าจะไปตำหนิอะไรเขาในส่วนนี้ แต่บางทีเอาความไม่จริงไปโพสต์ ซึ่งมีบางบริษัทมาเล่าให้ตนฟังว่าเขาอึดอัด และมีการนำไปฟ้องร้องกันด้วย เช่น การเอาภาพที่มีการไปจับปลาในน้ำ ซึ่งเราตรวจสอบแล้วเป็นไกด์จีน แต่เขาเอาภาพนี้ไปรวมกับบริษัทหนึ่งว่าบริษัทนี้ไม่ควบคุมนักท่องเที่ยว มีการไปจับเต่า และปลาปักเป้า เป็นการบิดเบือนความจริง ทางบริษัทดังกล่าวของให้ลบภาพนั้นแต่ปัจจุบันเขายังไม่ลบเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวบ้านอึดอัด

สุทา ประทีป ณ ถลาง

“พูดง่ายๆ ว่าตระกูลเขาค่อนข้างจะมั่งมี ทำให้ชาวบ้านอึดอัดว่ามีเส้นใหญ่ แล้วทำอะไรไม่ได้ อย่างพฤติกรรมบางทีเขาไปหิ้วนักท่องเที่ยวขึ้นมาในลักษณะที่ค่อนข้างรุนแรง เท่าที่ผมฟังๆ ดูแต่ว่าผมยังไม่เห็นด้วยตา ตรงนั้นชาวบ้านเขาก็คิดว่าน่าจะมีผลกระทบกันเยอะ” นายสุทา กล่าว

เมื่อถามว่าเมื่อเกิดประเด็นแบบนี้ขึ้นมาแล้วต้องการให้กรมอุทยานฯ ดำเนินการอย่างไรบ้าง นายสุทา กล่าวว่า กรมอุทยานฯ เขามีกติกา และระเบียบปฏิบัติ ซึ่งนายสิรณัฐ เป็นที่ปรึกษาฯ การเข้าพื้นที่จะต้องรายงานหัวหน้าอุทยานฯ และการที่เขาจะมาโพสต์อะไรมันต้องได้รับความยินยอมและเห็นชอบจากหัวหน้าอุทยานฯ ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่อุทยานฯ เพราะตรงนี้ชาวบ้านก็มองไปในเรื่องว่าอุทยานฯ รังแกเขาด้วย ซึ่งตนมองว่าหัวหน้าอุทยานฯ เขาก็กลัวนายสิรณัฐด้วยหรือไม่ ซึ่งถ้าตำแหน่งที่ปรึกษาอย่างเดียวตนว่าเขาไม่น่าจะกลัวอะไร แต่อาจจะกลัวตำแหน่งสถานะทางสังคมของตระกูลของเขา ชาวบ้านธรรมดาใครเป็นลูกคนรวยหรือลูกคนมีอิทธิพลเขาจะกลัว เช่น ไปแจ้งความแล้วอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม ตรงนี้มันก็อึดอัดกันหมด มันเลยปะทุขึ้นมาในสังคม ส่วนที่เขาถูกกระทำเลยมีกระแสออกมา

เมื่อถามว่าในเรื่องตำแหน่งที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานฯ ควรดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร นายสุทา กล่าวว่า ตนทราบว่าอธิบดีกรมอุทยานฯ ก็ได้มีการกำชับเรื่อง ซึ่งข่าวที่ระบุว่ามีการปลดนั้น ซึ่งท่านก็ไม่ได้ปลดเป็นวิธีการหนึ่ง ที่ตนมองว่าเป็นลักษณะที่ทำให้เกิดความปรองดอง และมาทำอะไรต่างๆ ให้ถูกต้อง นายสิรณัฐอยากอนุรักษ์ชาวบ้านเขาก็ชื่นชมและเป็นเรื่องดี ตนก็ทำมาทั้งชีวิตในเรื่องการอนุรักษ์ แต่ว่าอย่างที่นายสิรณัฐพูดว่าบางทีเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่บางคนก็ทุจริตมันก็มี นายสิรณัฐไม่ได้พูดผิดอะไร ยืนยันว่าสิ่งที่นายสิรณัฐทำไว้และเป็นเรื่องดีมีเยอะ แต่มีเรื่องเดียวคือการปฏิบัติระหว่างตัวบุคคล

ผู้สื่อข่าวถามว่ายังต้องการให้นายสิรณัฐปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับกรมอุทยานฯ ต่อหรือไม่ นายสุทา กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นการตัดสินใจของตัวเขาเอง ถ้าหากเขากลับมาในลักษณะที่อะลุ่มอล่วยปฏิบัติตัวเป็นมิตรกับทุกคน ไม่ไปเหยียดเขา ตนคิดว่าทุกคนก็ยินดี ฟังเสียงจากผู้ประกอบการเขาก็ไม่ได้ถึงกับว่าเกลียดชังแต่ว่าตอนนี้มันมีผลกระทบกับเขา มันจึงเกิดการต่อต้านขึ้นมา

“แต่ถ้าเขาทำในเรื่องที่ถูกต้องตนคิดว่าไม่มีใครปฏิเสธ เพราะสิ่งที่เขาตั้งใจเป็นเรื่องดี ซึ่งสิ่งที่เขาควรปรับตัวหากกลับมาทำงานด้านการอนุรักษ์ต่อ คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องการพูด ซึ่งเขาพูดเอาดีใส่ตัวเขา สร้างตัวเองให้มีอะไรขึ้นมาว่าเขาเป็นนักอนุรักษ์ ซึ่งสิ่งนั้นมันเกิดผลกระทบต่อจิตใจคนอื่น ผมทำเรื่องอนุรักษ์มาครึ่งชีวิต รวบรวมชาวบ้านอนุรักษ์ป่าชายเลน ภูเก็ต เพิ่มขึ้นมาเป็นพันๆ ไร่ เราเอาชาวบ้านเข้ามาจากการที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐขัดแย้งกัน แต่สุดท้ายก็มารวมกลุ่มกันได้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้ความเอื้ออารีต่อกันจึงจะทำงานอนุรักษ์ได้ ถ้าเกิดความขัดแย้ง ความโกรธ ไม่มีทางสำเร็จ เพราะจะทำให้เกิดการทำลาย”นายสุทา กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อดีต ส.ส.ภูเก็ต ชี้ ปม ทรายสก็อต ยัน หลายฝ่ายอึดอัด ชื่นชมตั้งใจ ถ้าขัดแย้งงานอนุรักษ์ก็ไม่สำเร็จ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...