โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อิหร่าน” โต้กลับ “สหรัฐ” ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน-ไอที-น้ำจืด หากถูกถล่มเพิ่ม

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 03.46 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 03.46 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา ของอิหร่านประกาศเตือนเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ว่า อิหร่านจะพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบผลิตน้ำจืดของสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรในภูมิภาค หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านถูกโจมตีเพิ่มเติม โดยถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขู่โจมตีและทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบภายใน 48 ชั่วโมง

ความตึงเครียดรอบล่าสุดเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในตะวันออกกลาง โดยก่อนหน้านี้อิหร่านเตือนให้มีการอพยพออกจากพื้นที่พลังงานสำคัญในอ่าวเปอร์เซีย หลังแหล่งก๊าซและโรงงานพลังงานของอิหร่านถูกโจมตี ขณะที่รอยเตอร์รายงานว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ขยายผลกระทบจากเป้าหมายทางทหารไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของหลายประเทศในภูมิภาคอย่างชัดเจนแล้ว

อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือความเปราะบางของระบบผลิตน้ำจืดในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย เนื่องจากหลายประเทศในภูมิภาคนี้พึ่งพากระบวนการแยกเกลือออกจากน้ำทะเล หรือ Desalination เป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ หรือ GCC ซึ่งมีความต้องการใช้น้ำสูงในภาคพลังงาน ปิโตรเคมี และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทำให้ระบบผลิตน้ำจืดกลายเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่มีความอ่อนไหวต่อความขัดแย้งทางทหาร ในบริบทนี้ การขู่โจมตีระบบน้ำจืดจึงสะท้อนว่าความเสี่ยงของสงครามได้ขยายจากมิติพลังงานไปสู่สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐและเศรษฐกิจภูมิภาคด้วย ทั้งนี้ ข้อสังเกตเรื่องความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของระบบน้ำจืดเป็นการวิเคราะห์ต่อยอดจากข้อเท็จจริงเรื่องการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและการพึ่งพาสาธารณูปโภคสำคัญของภูมิภาค

สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลามกระทบเสถียรภาพด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลก หลังช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญของโลก ขณะที่การโจมตีตอบโต้กันระหว่างคู่ขัดแย้งได้เริ่มส่งผลต่อแหล่งผลิตและจุดส่งออกพลังงานหลายแห่งในตะวันออกกลางแล้ว ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานและต้นทุนทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...