โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัส ติงสมิตร ชี้ช่อง อ.โต้ง สู้คดีเลิกจ้าง 17 ปี ย้ำต้องฟ้องศาลแรงงาน

แนวหน้า

เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

5 เมษายน 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เจาะลึกดราม่า "ม.รังสิต vs อ.โต้ง": จากปมแฉทุจริตดิน สู่การเลิกจ้างฟ้าผ่าแบบไร้ค่าชดเชย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการการศึกษาและกระบวนการยุติธรรม เมื่อนักอาชญาวิทยาชื่อดัง รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล หรือ "อาจารย์โต้ง" ถูกเลิกจ้างกะทันหัน นำมาสู่การตอบโต้ผ่านแถลงการณ์และการยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. เพื่อทวงความยุติธรรม!

ฝั่งมหาวิทยาลัยรังสิต: "เลิกจ้างเพราะบิดเบือนข้อเท็จจริง"

มหาวิทยาลัยออกแถลงการณ์ชี้แจง 3 ประเด็นหลัก เพื่อยืนยันว่าการเลิกจ้างเป็นไปตามกฎหมายและธรรมาภิบาล:

1.การพ้นตำแหน่งบริหาร: ชี้แจงว่าเมื่อมีการแต่งตั้งอธิการบดีคนใหม่ในเดือน ก.ค. 2568 รองอธิการบดีชุดเดิมต้องพ้นตำแหน่งตาม พ.ร.บ. สถาบันอุดมศึกษาเอกชน มาตรา 39 โดยอัตโนมัติ ไม่ใช่การสั่งปลดเพราะไปปราบทุจริต

2. ปมขโมยดิน 140 คันรถ: มหาวิทยาลัยยืนยันว่าเป็น "ข้อมูลเท็จ" แท้จริงแล้วเป็นการขนย้ายขยะและปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้าง ผลสอบสวนภายในระบุไม่มีหลักฐานการกระทำผิดอาญา

3. เหตุผลการเลิกจ้าง: คณะกรรมการสอบสวน (ประธานโดย ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ) มีมติเอกฉันท์ให้ “ลงโทษสถานหนัก" โดยไม่จ่ายค่าชดเชย เนื่องจากมองว่านำเรื่องเท็จไปป่าวประกาศ ทำให้สถาบันเสียชื่อเสียงอย่างร้ายแรง

ฝั่งอาจารย์โต้ง: "ถูกทุบเพราะขุดคุ้ยความไม่โปร่งใส"

อาจารย์โต้งเดินหน้ายื่นหนังสือต่อ ผบ.ตร. เพื่อติดตามคดีลักทรัพย์ โดยให้ข้อมูลในมุมที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง:

• หลักฐานมัดตัว: ยืนยันมีคลิป CCTV และระบบ LPR บันทึกการขนดินออกไปจริง รวมถึงมีบันทึกรับสารภาพจากบริษัทรถขนดิน

• คดีอาญาที่ยอมความไม่ได้: ตั้งข้อสังเกตว่ามีการถอนแจ้งความหลังจากเปลี่ยนตัวอธิการบดี ทั้งที่ข้อหา "ลักทรัพย์นายจ้าง" เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ตำรวจต้องดำเนินคดีต่อ!

• คำท้าพิสูจน์: ท้าให้มหาวิทยาลัย "ตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกัน" ต่อหน้าสื่อมวลชน ตัวแทนกระทรวง อว. และตำรวจ เพื่อเปิดหลักฐานทีละประเด็น

• เสียงสะท้อน: "ท่านจะทุบผมไม่เป็นไร แต่อย่ามาทุบความยุติธรรมของคนในประเทศนี้"

เลิกจ้างฟ้าผ่า ไร้ค่าชดเชย: ประเด็นที่สังคมสงสัย

ทำงานมา 17 ปี ทำไมถึงไม่ได้ค่าชดเชย? มหาวิทยาลัยอ้างว่าเป็นการลงโทษทางวินัยสถานหนัก ซึ่งในทางกฎหมายหากพิสูจน์ได้ว่าลูกจ้างทำผิดร้ายแรง นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

คำถามคือ: สิ่งที่ อ.โต้ง เปิดเผย เป็น “ข้อมูลเท็จโดยเจตนา” หรือ “การร้องเรียนโดยสุจริต” …นี่คือจุดชี้ขาดของคดี!

ปมกฎหมาย: มาตรา 23 กับสิทธิของลูกจ้าง

กฎหมายเฉพาะใน มาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ. สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 ระบุว่ากิจการสถาบันฯ ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน แต่! ในวรรคถัดไปกำหนดชัดเจนว่า: "ผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับผลประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน"

สรุปคือ สิทธิขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่ากฎหมายแรงงาน มาตรา 23 ไม่ใช่เกราะคุ้มกันให้นายจ้างเลิกจ้างใครก็ได้โดยไม่จ่ายเงิน!

ฟ้องศาลไหน?

คำตอบคือ “ศาลแรงงาน” เท่านั้น! เนื่องจากเป็นข้อพิพาทตามสัญญาจ้างแรงงานของสถาบันเอกชน ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ จึง ไม่ใช่คดีปกครอง ที่ต้องฟ้องต่อศาลปกครอง

หากขึ้นศาล ผลจะออกมาอย่างไร?

หากคดีเข้าสู่ศาลแรงงาน ประเด็นที่ศาลจะพิจารณาคือ

1) มีเหตุเลิกจ้างร้ายแรงจริงหรือไม่

หากมหาวิทยาลัยพิสูจน์ได้ว่าเป็นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จโดยเจตนา มหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

แต่หาก อ.โต้ง พิสูจน์ได้ว่ามีหลักฐานรองรับและกระทำโดยสุจริต ศาลอาจเห็นว่าไม่ใช่ความผิดร้ายแรง

2) สิทธิเรียกค่าชดเชย

หากศาลเห็นว่าเลิกจ้างไม่ชอบ มหาวิทยาลัยอาจต้องจ่าย

ค่าชดเชยตามอายุงาน

ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

สำหรับอายุงาน 17 ปี ตัวเลขอาจสูงอยู่ไม่น้อย

บทส่งท้าย

คดีนี้สะท้อนคำถามใหญ่ถึง "Whistleblower" หรือผู้ตรวจสอบความโปร่งใสในองค์กรว่าจะได้รับการคุ้มครองแค่ไหน? และธรรมาภิบาลในสถาบันการศึกษาไทยควรเป็นอย่างไร?

ต้องรอติดตามว่าบทสรุปที่ศาลแรงงานจะเป็นอย่างไรครับ!

วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
4/4/69

#อาจารย์โต้ง #มหาวิทยาลัยรังสิต #ดราม่ามรังสิต #ความยุติธรรม #กฎหมายแรงงาน #ทุจริต #อาชญาวิทยา #ข่าวการศึกษา #ธรรมาภิบาล #Whistleblower

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...