โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม. เตือน! ดัชนีความร้อนพุ่งระดับ “อันตราย” แนะกลุ่มเสี่ยงระวังฮีทสโตรก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ประจำวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 โดยพบว่าค่าดัชนีความร้อนยังคงอยู่ในเกณฑ์ "อันตราย" ซึ่งเป็นระดับที่มีความต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมกันนี้ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนทั่วไปหมั่นสังเกตอาการของตนเอง ขณะที่กลุ่มเสี่ยงหากพบอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที

ทั้งนี้ ดัชนีความร้อน (Heat Index) คือ อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้ ณ ขณะนั้น (Feel like) ซึ่งคำนวณจากความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ จึงเป็นค่าที่เหมาะสมสำหรับการบ่งชี้ความเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับผลกระทบจากความร้อนได้ดีกว่าการพิจารณาเพียงค่าอุณหภูมิสูงสุด โดยผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อนนั้น เกิดจากการที่ร่างกายรับสัมผัสอุณหภูมิอากาศที่สูงเกินกว่าระดับที่รับได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น อาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ เกิดผื่นบวมแดง อาการตะคริว ไปจนถึงโรคลมร้อน (Heat stroke)

สำหรับเกณฑ์การแบ่งระดับค่าดัชนีความร้อน สามารถแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ประกอบด้วย

ระดับ "เฝ้าระวัง" (ดัชนีความร้อน 27.0 - 32.9 องศาเซลเซียส): ประชาชนควรติดตามข่าวสารการเตือนภัยความร้อนอย่างใกล้ชิด ส่วนกลุ่มเสี่ยงควรดื่มน้ำสะอาดให้บ่อยครั้ง

ระดับ "เตือนภัย" (ดัชนีความร้อน 33.0 - 41.9 องศาเซลเซียส): ควรลดการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลา 11.00 - 15.00 น. และหากกลุ่มเสี่ยงมีอาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์

ระดับ "อันตราย" (ดัชนีความร้อน 42.0 - 51.9 องศาเซลเซียส): ควรสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด และหากกลุ่มเสี่ยงมีอาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์

ระดับ "อันตรายมาก" (ดัชนีความร้อนเกินกว่า 52 องศาเซลเซียส): ควรงดทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด และหากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที

นอกจากนี้ สำนักสิ่งแวดล้อมได้ระบุถึงกลุ่มประชาชนที่จัดอยู่ใน "กลุ่มเสี่ยง" ซึ่งต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากความร้อนเป็นพิเศษ ได้แก่

1.เด็กเล็ก (อายุ 0-5 ปี), ผู้สูงอายุ (ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป) และหญิงตั้งครรภ์

2.ผู้ป่วย หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมถึงผู้ที่มีภาวะอ้วน

3.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

4.ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง

5.กลุ่มนักท่องเที่ยว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...