เปิดเส้นทางชีวิต บูม จักรเพชร จากเด็กหลังห้องสู่เซียนพระรุ่นใหม่
ในแวดวงเครื่องรางของขลังยุคดิจิทัล ชื่อของ บูม จักรเพชร หรือ จิรภัทร ดีพร้อมสุข (บางคนคุ้นหูในชื่อ บูม จักรเพชร นามเจ็ดสี) กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในฐานะเซียนพระรุ่นใหม่ที่หยิบเอาโลกออนไลน์มาผสานกับความเชื่อดั้งเดิมได้อย่างลงตัว แต่กว่าจะก้าวมาถึงจุดที่มีชื่อเสียงและบารมีในวงการ เส้นทางชีวิตของชายวัย 34 ปีคนนี้ ผ่านทั้งบทเรียนความเกเร ความศรัทธา และล่าสุดกับมรสุมข้อกล่าวหาทางกฎหมายที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรง
บูม เติบโตมาในครอบครัวไทยเชื้อสายจีนที่เข้มงวดเรื่องการเห็นคุณค่าของเงิน พ่อแม่มักปลูกฝังเสมอว่าหากอยากได้อะไรต้องสร้างและหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้สัมผัสกับวงการพระเครื่องเกิดขึ้นตอนอายุ 17 ปี เมื่อเขาติดตามคุณพ่อไปดูรายการโทรทัศน์ที่มี บอย ท่าพระจันทร์ เซียนพระระดับตำนานเป็นแขกรับเชิญ ในวันนั้นคำพูดของพ่อที่ว่า เซียนพระคนหนึ่งเล่นพระมีเงินเป็นร้อยล้าน ได้กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ความสงสัยในใจเด็กหนุ่มว่า วัตถุมงคลชิ้นเล็ก ๆ สามารถสร้างมูลค่ามหาศาลขนาดนั้นได้อย่างไร
ในช่วงมัธยมปลาย บูมยอมรับว่าตนเองมีพฤติกรรมเกเรจนถึงขั้นมีเหตุทะเลาะวิวาทเป็นข่าวใหญ่โต ส่งผลให้โรงเรียนสั่งลงโทษด้วยการให้ไปบวชเณรเพื่อดัดนิสัย แม้ในช่วงแรกเขาจะไม่เชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์และทำวัตรสวดมนต์ไปแบบส่ง ๆ ตามคำสั่งพระอาจารย์ แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาเผชิญกับการถูกเพื่อนรุมกลั่นแกล้งและไม่ได้รับเกียรติ
ด้วยความหวังอยากหาที่พึ่งทางใจและอยากให้เพื่อนเลิกแกล้ง เขาจึงตัดสินใจเช่า พระหนุมาน มาบูชาและสวดมนต์กำกับตามที่เคยเรียนมา เมื่อสถานการณ์รอบตัวเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เขาจึงเริ่มเปิดใจและหันมาศึกษาเรื่องพระเครื่องอย่างจริงจัง จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาได้เช่า เหรียญจักรเพชร มาครอบครอง และใช้ชื่อนี้เป็นฉายาในวงการนับแต่นั้น
สิ่งที่ทำให้ บูม จักรเพชร โดดเด่นกว่าเซียนพระรุ่นเก่า คือ การเป็นนักสร้างคอนเทนต์ เขาใช้แพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Facebook และ YouTube มานำเสนอเรื่องพระเครื่องให้ดูสนุก เข้าถึงง่าย และทันสมัย ซึ่งสไตล์การไลฟ์สดของบูมมักจะไลฟ์ประมูลและรับเช่าพระด้วยภาษาที่เป็นกันเอง ย่อยข้อมูลยาก ๆ ให้เป็นเรื่องสนุก จนมีผู้ชมหลักพันถึงหลักหมื่นคน และเอกลักษณ์สำคัญคือการ จ่ายสด ปิดดีลจริง ให้เห็นกันแบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าหน้าใหม่
บูม จักรเพชร ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยผลักดันและเผยแผ่บารมีวัตถุมงคลของ หลวงปู่ศิลา สิริจันโท พระเกจิดังแห่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ
แม้เจ้าตัวจะประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่บูมก็เคยผ่านความผิดพลาดจากการเช่าพระเก๊จนสูญเงินกว่า 2.3 ล้านบาท ซึ่งเขาเลือกที่จะเก็บความเจ็บปวดนั้นไว้เป็นบทเรียน และยึดถือสโลแกนเรื่องความซื่อสัตย์และเครดิตเป็นหัวใจสำคัญในการทำงานมาโดยตลอด
ท่ามกลางชื่อเสียงที่กำลังรุ่งโรจน์ บูม จักรเพชร ต้องเผชิญกับจุดพลิกผันครั้งสำคัญ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูกระดึง จังหวัดเลย ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับในข้อหาหนัก ได้แก่ ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น, ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และพรากผู้เยาว์
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังแม่ของเด็กชายวัย 4 ขวบ เข้าแจ้งความว่าลูกถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวบูมได้ขณะที่เขาเดินทางมาพร้อมครอบครัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าสิ่งที่ทำไปเป็นความเมตตาที่มีต่อเด็กเหมือนลูกหลานเท่านั้น
ปัจจุบันคดีนี้ยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย และเป็นประเด็นที่สังคมรวมถึงคนในวงการพระเครื่องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าบทสรุปของเซียนพระชื่อดังคนนี้จะลงเอยอย่างไร
ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก บูมจักรเพชร FC