WHAUP กำไรไตรมาส 1 โตทะลุ 300 ล้าน รับรายได้น้ำ-ไฟพุ่ง
นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 ว่า ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) มีรายได้รวมทั้งสิ้น 945 ล้านบาท เติบโต 64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำ (Capacity Charge) ที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center ที่ได้เซ็นสัญญาไปในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ปริมาณยอดจำหน่ายและบริหารน้ำรวมเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของความต้องการการใช้น้ำของกลุ่มลูกค้าโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมี
ด้านธุรกิจพลังงาน ในไตรมาสแรกของปีนี้ รายได้จากธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย WHAUP รับรู้รายได้จากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภาคเอกชน (Private PPA) ทั้งสิ้น 163 ล้านบาท เติบโต 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 WHAUP มีการลงนามในสัญญาโครงการ Private PPA สะสมจำนวน 372 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 1/2569 ยังได้มีการลงนามในสัญญาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพิ่มเติมอีก 1 โครงการ จำนวน 9.9 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ในปัจจุบัน WHAUP ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ FiT ครบทั้ง 6 โครงการเรียบร้อยแล้ว และคิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนถือหุ้นเท่ากับ 136 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 WHAUP มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมจากโรงไฟฟ้าทุกประเภทตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 1,058 เมกะวัตต์ ซึ่งแบ่งเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วจำนวน 735 เมกะวัตต์ และที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวน 323 เมกะวัตต์
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสแรกของปีนี้ WHAUP รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า จำนวน 140 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการที่โรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน (GHECO-One) ได้มีการหยุดซ่อมบำรุงเกือบทั้งไตรมาส ซึ่งการซ่อมบำรุงดังกล่าวได้ดำเนินการแล้วเสร็จและโรงไฟฟ้าได้กลับมาเดินเครื่องอีกครั้งตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
นายอัครินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า WHAUP ยังคงติดตามความชัดเจนของภาครัฐในเรื่องแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) รวมถึงการเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้า (Direct PPA) ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงไตรมาส 3-4 ของปีนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจของ WHAUP ต่อไป
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.2525 บาท โดยแบ่งเป็นเงินปันผลระหว่างกาลที่ได้จ่ายให้ผู้ถือหุ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 จำนวน 0.0600 บาทต่อหุ้น และอนุมัติจ่ายปันผลเพิ่มเติมอีก 0.1925 บาทต่อหุ้น โดยมีกำหนดจ่ายในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นี้
ล่าสุด WHAUP ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท ให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ โดยในจำนวนนี้เป็นหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) มูลค่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งการออกและเสนอขายดังกล่าวได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีด้วยยอดจองที่ล้นกว่า 3 เท่า สะท้อนถึงศักยภาพความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินที่มั่นคงและการมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่สม่ำเสมอของ WHAUP รวมถึงการให้ความสำคัญกับแนวคิด ESG ด้วยโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ลูกค้าภาคอุตสาหกรรม สอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นผู้นำด้านสาธารณูปโภคและพลังงานที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน