โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิเคราะห์ข้อเท็จจริง CPALL กับ Virtual Bank ประเด็นนี้ “เรื่องกฎ” มากกว่า “เรื่องกลยุทธ์”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 21 เม.ย. เวลา 03.55 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 03.55 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดให้ความสนใจกับกรณีของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) หรือ CPALL และการที่มีการพูดถึงการนำบริษัทลูก 3 แห่ง ได้แก่ Counter Service, Thai Smart Card และ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจ Virtual Bank ของกลุ่ม CP ได้กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่นักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด และทำให้บางคนเกิดความกังวลว่าบริษัทอาจมีการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ แต่ในความเป็นจริง ยังไม่มีการทำธุรกรรมใดเกิดขึ้นจริงในเชิงปฏิบัติ

และหากพิจารณาในเชิงข้อเท็จจริงในรายละเอียดทั้งเชิงโครงสร้างและกฎเกณฑ์จากฝั่งหน่วยงานกำกับ และแถลงการณ์จากฝั่งผู้บริหารของซีพีเอง ประเด็นนี้อาจไม่ได้เป็น “เกมธุรกิจใหม่” อย่างที่หลายคนเข้าใจ

ประเด็นที่ 1: จุดตั้งต้นของเรื่องนี้มาจาก กฎเกณฑ์ไม่ใช่ กลยุทธ์

แกนหลักของเรื่องนี้อยู่ที่หลักเกณฑ์ในการขอใบอนุญาต Virtual Bank ซึ่งกำหนดให้ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต้องแสดงความพยายามในการดำเนินการเพื่อให้บริษัทที่ประกอบธุรกิจทางการเงินซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจควบคุมเดียวกันเข้ามาอยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินเดียวกัน ในกรณีนี้ บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง ซึ่งอยู่ในกระบวนการยื่นขอใบอนุญาต จึงต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว

นั่นทำให้การดึงบริษัทลูกของ CPALL เข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นสิ่งที่เกิดจากข้อกำหนดเชิงกฎระเบียบ มากกว่าการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจบางส่วนของกลุ่มอยู่ภายใต้ใบอนุญาตของธนาคารแห่งประเทศไทย เช่น ธุรกิจรับจ่ายบิลที่ 7-11 ซึ่งอยู่ภายใต้ใบอนุญาตรับชำระเงินแทนของ Counter Service และธุรกิจรับจ่ายบิลที่สาขา Lotus’s ซึ่งอยู่ภายใต้ใบอนุญาตรับชำระเงินแทนของ CP Axtra ตลอดจนธุรกิจบัตรเงินสด Smart Purse ซึ่งอยู่ภายใต้ใบอนุญาตเงินอิเล็กทรอนิกส์ของ Thai Smart Card

ประเด็นที่ 2: ฝั่ง CPALL เองไม่ได้มีแรงจูงใจในการย้ายธุรกิจ

หากมองลึกเข้าไปในโครงสร้างธุรกิจ จะพบว่าบริษัทลูกทั้ง 3 แห่งมีบทบาทสำคัญต่อ ecosystem ค้าปลีกของ CPALL อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น Counter Service, ระบบชำระเงิน หรือ e-money

เพราะ Counter Service เชื่อมโยงกับ traffic ในร้าน 7-11, CP Axtra เชื่อมกับ Lotus’s และ Thai Smart Card ทำหน้าที่ด้าน e-money และระบบชำระเงิน

การคงโครงสร้างเดิมไว้ ทำให้เกิดความคล่องตัว และ synergy กับธุรกิจหลักได้มากกว่า และยังไม่มี upside เชิงธุรกิจที่ชัดเจนให้ CPALL ถ้าย้ายไปรวมกับ Virtual Bank

ประเด็นที่ 3: เหตุผลที่ต้องเข้าบอร์ด เพราะเป็น รายการที่เกี่ยวโยงกัน

คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ ถ้าไม่ได้อยากให้ออกมาแบบนั้น แล้วทำไมต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ

คำตอบอยู่ที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นและกฎเกณฑ์ธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกัน

เพราะ CP Group เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งใน CPALL และ Virtual Bank และสิ่งนี้ในเชิงกฎเกณฑ์เข้าข่าย “รายการธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกัน” โดยกฎหมายกำหนดให้ต้องผ่านการพิจารณาของบอร์ดและผู้ถือหุ้น

ที่สำคัญที่หลายคนไม่รู้คือผู้ถือหุ้นใหญ่ “ไม่มีสิทธิออกเสียง” บอร์ดไม่สามารถตัดสินใจแทนได้ทั้งหมด ต้องเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาในหลักการเท่านั้น ไม่ใช่การตัดสินใจดำเนินการในเชิงปฏิบัติ

สิ่งนี้อธิบายว่าทำไมกระบวนการดูซับซ้อน แต่จริง ๆ กระบวนการทั้งหมดเป็นเรื่องของ governance และ compliance

ประเด็นที่ 4: “บอร์ดไม่เห็นด้วยไม่ได้ถือเป็นสัญญาณลบ

อีกหนึ่งจุดที่ถูกตีความผิด คือภาพของความขัดแย้งภายในบอร์ด ในความเป็นจริง ตามที่ CPALL ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมวานนี้ กรรมการทั้งหมดมีมติไปในทิศทางเดียวกันว่า “ไม่เห็นด้วย” เพียงแต่ว่าในกรณีนี้ กรรมการที่มีส่วนได้เสียจะไม่มีสิทธิออกเสียง ซึ่งก็เป็นกลไกตามปกติเพื่อป้องกันประโยชน์ทับซ้อน จึงทำให้เกิดความสับสนเหมือนว่ามีความขัดแย้งภายใน

และหากมองในภาพใหญ่ กระบวนการทั้งหมดกลับสะท้อนประเด็นเชิงบวก นั่นคือ CP ไม่ได้ถือวิสาสะสั่งการเอง แต่ทุกอย่างผ่านกลไกบอร์ดและผู้ถือหุ้นตามกฎหมาย และผลลัพธ์ท้ายสุดจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น CPALL โดยที่ CP ซึ่งมีส่วนได้เสีย จะไม่ได้มีสิทธิออกเสียงหรือแทรกแซงการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นรายอื่นแต่อย่างใด

บทสรุป

หากตัดประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นออกไป ประเด็นนี้สามารถสรุปได้เป็น 3 ข้อหลัก ดังนี้

  • สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องการกฎเกณฑ์ที่เข้ามาควบคุมไม่ใช่ strategic shift ไม่ได้สะท้อนการเปลี่ยนทิศกลยุทธ์ธุรกิจของ CPALL ใด ๆ
  • ธุรกิจหลักของ CPALL ยังเหมือนเดิม ไม่มีสัญญาณของการปรับโครงสร้าง ecosystem ค้าปลีก
  • ผลลัพธ์เรื่องนี้ขึ้นกับผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็น governance mechanism ตามปกติ โดยบริษัทได้เปิดเผยข้อมูลและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดครบถ้วนแล้ว และถือเป็น positive signal ในระยะยาว

ท้ายที่สุดแล้ว กรณีนี้เป็นตัวอย่างของการที่ธุรกิจต้องดำเนินการภายใต้กรอบ regulator และผ่านขั้นตอนที่ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน

Virtual Bank ที่ CP กำลังสร้างอาจเป็นโอกาสใหม่ที่มีศักยภาพในระยะยาว แต่สำหรับในวันนี้ ประเด็นที่เกิดขึ้นยังเป็นเพียงการทำตามขั้นตอนที่ถูกระบุไว้ในกติกามากกว่าจะเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ อย่างที่หลายคนเข้าใจผิดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...