อนุทิน เชื่อมือ ศุภจี เตือน พวกโจมตี ระวังเจ้าตัวเสิร์ฟกลับทำจุกเป็นแถว
“อนุทิน” เชื่อมือ “ศุภจี” เตือนพวกโจมตี ระวังเจ้าตัวเสิร์ฟกลับทำจุกเป็นแถว เมิน คนวิจารณ์ บอก เป็นพวกไม่หวังดีกับรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่ต้องไปฟัง ย้ำไม่เสริมตำแหน่ง รมช.คลัง มั่นใจ ยังขับเคลื่อนงานได้ ชี้ พรรคเศรษฐกิจ-พลังประชารัฐไม่ใช่พรรคร่วม แค่ยกมือโหวตหนุนนั่งนายกฯ แต่นั่งซีกรัฐบาล ส่วนอนาคตยุบรวมภูมิใจไทยหรือไม่ ตอบไม่ได้ ชี้เป็นกระบวนการภายในพรรคอื่น
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 1 พ.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ที่ช่วงนี้โดนมรสุมเข้าและถูกโซเชียลกระหน่ำโจมตีเรื่องการทำงาน ได้มีการให้กำลังใจอะไรหรือไม่ โดยนายอนุทิน ถึงกับร้อง หู้ย! ก่อนกล่าวว่า นางศุภจี ทำงานหนักจะตาย ทำงานทุกวัน และก็นิ่งแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงนี้นางศุภจี เหมือนโดนมรสุมหนัก พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก นายอนุทิน ถึงกลับย้อนถามว่า “ใครบอกว่า นางศุภจีโดนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก อย่างนี้ตนก็แทรกมา 3 ปีแล้วมั้ง ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย นางศุภจี ไม่เคยให้ความใส่ใจในเรื่องนี้ ”
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า นางศุภจี ไม่ท้อใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีเลย มีแต่ลุย ลุยจนบางทีต้องบอกว่า“พี่เบาๆหน่อย พักผ่อนบ้าง”
เมื่อถามอีกว่า จำเป็นจะต้องมีคนมาช่วยเสริมทีมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ”ไม่ต้อง สบาย”
เมื่อถามถึงกรณีพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ได้ออกมากดดันให้นางศุภจี ลาออกจากตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ นายอนุทิน กล่าวย้อนถามว่า “ใครบอกว่าเขาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เขาแค่ยกมือให้ผมเป็นนายกฯ แหม ชอบทึกทัก”
เมื่อถามถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีจำนวน 5 เสียง และยกมือโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีให้เช่นกัน ในอนาคตเป็นไปได้หรือไม่ ว่าจะยุบมารวมกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า อนาคตคืออนาคต วันนี้ก็เหมือนกัน เขาก็ยกมือให้ตนมาเป็นนายกฯ ทำให้ตนเป็นนายกฯมา ตนก็ต้อง ถือว่าเป็นพรรคที่อยู่ในองค์ประกอบของการเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล แต่ไม่ใช่พรรคร่วมฯ เพราะไม่ได้มีรัฐมนตรีอยู่ในคณะรัฐมนตรี แต่เป็นพรรคที่อยู่ในซีกรัฐบาลเช่นเดียวกับพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งพรรคอะไรที่ยกมือสนับสนุนให้ตนเป็นนายกฯตนถือว่าเป็นพรรคซีกรัฐบาลอยู่
เมื่อถามว่า ก่อนที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคเศรษฐกิจ ได้มีการเข้าไปยังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเพียงการเข้าไปประชุมเท่านั้น
เมื่อถามอีกว่า พรรคภูมิใจไทยจะโตกว่านี้อีกหรือไม่ นายอนุทิน อุทานว่า “โห เพิ่งเลือกตั้งเสร็จ” เมื่อถามย้ำว่า หมายถึงการยุบรวมจากพรรคอื่นมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องการยุบรวม ตนไม่มีสิทธิ์ไปให้ความเห็น เพราะต้องมีขั้นตอนผ่านกรรมการบริหารพรรคของเขา และเมื่อยุบพรรคเสร็จ สมาชิกก็มีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่จะเลือกไปอยู่พรรคใด ซึ่งมีขั้นตอนอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะโตมากกว่านี้อีกใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนอยากให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปด้วยความมั่นคงมากกว่า การใหญ่ หรือ เล็กไม่สำคัญ เพราะตนเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยมีอยู่ 70 เสียงก็ทำงานได้ ทำได้จนคนมาเลือกเป็น 190 เสียง เพราะฉะนั้น เรื่องใหญ่ หรือเล็กไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า ทำงานได้หรือไม่ ขับเคลื่อนได้หรือไม่ และผลักดันได้หรือไม่ ซึ่งเราต้องให้กำลังใจคนทำงานอย่างนางศุภจี ซึ่งตนมองว่าแข็งแกร่งขึ้นเยอะเลย
เมื่อถามว่า เป็นเพราะภายในพรรคไม่ค่อยออกมาช่วยนางศุภจี หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “มันไม่ต้องช่วย เพราะเป็นรัฐมนตรีแล้วจะต้องช่วยอะไร แต่ถ้าจะไปบอกว่า โอ้ย ใจเย็นๆ นะ เรื่องธรรมดาปกติอย่าไปถือโทษ อย่าไปปั่นโซเชียลฯ โห ระดับนี้ มีแต่เขาจะโต้ตอบเมื่อไหร่เท่านั้นแหละ พร้อมหัวเราะในลำคอ หึ ระวังด้วย นางศุภจีแกธรรมดาเสียเมื่อไหร่ล่ะ เวลาแกเสิร์ฟกลับมาที โอ้โห จุกกันเป็นแถวเลย ไม่เห็นหรอ"
เมื่อถามว่า ทางฝั่งของกระทรวงการคลังจำเป็นต้องมีรัฐมนตรีช่วยเข้ามาเสริมการทำงานหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าเมื่อวันที่ 30 เม.ย.เห็นนายสันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็มาช่วยงาน และทำทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้หมด เดี๋ยวนี้การทำงานมีทั้งตัวของตนเอง ปลัดกระทรวง ซึ่งเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ก็มีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงรองนายกฯที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนรองนายกฯด้านกฎหมาย และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังด้วย ซึ่งเป็นวิธีการในรูปแบบของตน จึงคิดว่าการทำงานแบบนี้เป็นไปได้ เพราะตนก็รับรู้ รับทราบว่านโยบายของตนและคณะรัฐมนตรีของตนตอบสนองอย่างรวดเร็ว เมื่อติดตรงนี้ก็ไปหาหนทางที่จะทำทุกอย่างให้ได้ ตนย้ำไปว่าประโยชน์จะต้องตกอยู่กับประชาชน และประชาชนรออยู่ ฉะนั้น ต้องทำให้เร็วที่สุด แต่จะต้องทำให้ถูกต้องและรอบคอบ รวมไปถึงต้องเกิดประโยชน์สูงสุด หลักมีอยู่แค่นี้ ตนถึงบอกว่าทุกคนทำงานทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นเสียงเหน็บที่เข้ามา ก็มาจากฝั่งที่ไม่เคยปรารถนาดีกับรัฐบาลชุดนี้อยู่แล้ว เราไม่ต้องไปฟังอะไรมากมาย